Spoiler

By Asana F. Kakuba (แมวตัวร้าย)

 

1) ลูกคนเล็กของซัมบะการาสุ ที่ใส่แว่น เป็นผู้หญิง???

เข้าใจมาตลอดว่าลูกคนเล็กของการาสุเท็นงูเป็นหนุ่มแว่น
ตอนมีผู้มาโพสท์ถามว่า ลูกคนเล็กของการาสุเท็นงูเป็นชายหรือหญิง
ก็เคยตอบไปเสียดิบดีว่าเป็นชาย

แต่ปรากฏว่า พอเข้าไปในวิกิพีเดียของญี่ปุ่น ข้อมูลในนั้นเขียนว่าเป็น
ลูกสาว ทำเอามึนไปเลย ต้องขอโทษที่เข้าใจผิดด้วยค่ะ


ลูกๆของการาสุเท็นงู

ลูกคนโต - คุโรมารุ (Kuroumaru) นิสัยเข้มงวด เอาจริงเอาจัง
ลูกคนรอง - โทซากะมารุ (Tosakamaru) ทำผมทรงโมฮีกัน ไม่ใส่หมวกแบบที่พี่น้องใส่
ลูกคนเล็ก - ซาซามิ (Sasami) เป็นผู้หญิง นอกจากกระบองนักพรตแล้วก็ยังพกแส้ด้วย (ออกสายS)

ลิงค์วิกิพีเดีย http://ja.wikipedia.org/wiki/%E3%81%AC%E3%82%89%E3%82%8A%E3%81%B2%E3%82%87%E3%82%93%E3%81%AE%E5%AD%AB#.E5.A5.B4.E8.89.AF.E7.B5.84.E6.9C.AC.E5.AE.B6






2) อาโอตะโบ

ไม่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปีศาจที่ชื่ออาโอตะโบโดยตรง
แต่มีภาพวาดของ อาโอโบสุ หรือ "เถรสีน้ำเงิน" อยู่ในหนังสือรวมภาพขบวนร้อยปีศาจ
(The Illustrated Night Parade of A Hundred Demons) ของโทริยามะ เซคิเอ็น
แต่เนื่องจากไม่มีคำบรรยาย จึงทำให้ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเถรสีน้ำเงิน

ในตำนานพื้นบ้านของแต่ละท้องที่ มีเรื่องของ อาโอโบสุแตกต่างกันไป


จังหวัดนางาโนะ เล่าว่า ถ้ากลั้นลมหายใจเดินรอบต้นสนต้นหนึ่งครบ7 รอบ อาโอโบสุจะปรากฏตัวให้เห็น
แล้วบอกว่า "อย่าเหยียบหิน อย่าโค่นต้นสน"
เหตุเป็นเพราะ ในอดีต เคยมีปลาคาร์ฟยักษ์อาศัยอยู่ในห้วงน้ำลึก แล้ววันหนึ่งถูกมนุษย์จับได้
ทั้งเป็น ปลาคาร์ฟยักษ์จึงอาละวาด และเพื่อทำให้ปลาคาร์ฟสงบลงต้นสนต้นนี้จึงถูกปลูกเอาไว้


ส่วนจังหวัดชิสึโอกะ ก็เล่าว่าในตอนเย็นของฤดูใบไม้ผลิวันหนึ่ง เด็กคนหนึ่งที่กลับบ้านช้า
เมื่อเดินผ่านเข้าไปในทุ่งก็ถูกอาโอโบสุลักพาตัวไป จึงเป็นที่มาของการห้ามไม่ให้เด็กๆเข้าไปในทุ่ง
ช่วงโพล้เพล้ของฤดูใบไม้ผลิ


จังหวัดกิฟุ เล่าถึงปีศาจที่มีรูปร่างเป็นพระรูปร่างเล็ก ตำนานกล่าวว่าเป็นปีศาจแรคคูนที่แปลงกายมา


จังหวัดโอคายามะ เล่าถึงปีศาจที่มีรูปร่างเป็นเถรตัวโต ที่มีร่างกาย หรือสวมใส่เสื้อผ้าสีน้ำเงิน
ปรากฏตัวตามบ้านร้าง บนไพ่คารุตะ ที่มีการวาดลวดลายของปีศาจลงไป ก็วาดให้อาโอโบสุ
ออกมาเป็นปีศาจที่ออกมาในช่วงที่ไม่มีคนอยู่เช่นกัน


จังหวัดยามางุจิเล่าว่าเป็นเทพภูเขาที่จำแลงกายมาเป็นเถรรูปร่างเล็กมาท้าเล่นซูโม่
ต่อให้ตัวเล็ก แต่แท้จริงเป็นเทพจำแลงมา  หากเผลอก็อาจโดนทุ่มจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้


สุดท้าย จังหวัดคางาวะ อาโอโบสุเป็นปีศาจที่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหญิงสาว ถามว่า "แขวนคอไหม"
ถ้าหากปฏิเสธ ก็จะหายตัวไป แต่ถ้าเพิกเฉย ไม่ตอบ ก็จะถูกทำร้ายจนสลบแล้วถูกแขวนคอไปจริงๆ


มีการตั้งข้อสังเกตว่าสีน้ำเงินยังสื่อถึงความไม่มีประสบการณ์
อาโอโบสุจึงอาจเกิดจากการนำพระที่การฝึกฝนบำเพ็ญตนยังไม่พอมาวาดให้กลายเป็นปีศาจก็ได้

ข้อมูล - วิกิพีเดีย
http://ja.wikipedia.org/wiki/%E9%9D%92%E5%9D%8A%E4%B8%BB



3) คุโรตะโบ

ไม่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปีศาจที่ชื่อคุโรตะโบโดยตรง
แต่มีการเขียนถึงปีศาจคุโรโบสุเอาไว้ในหนังสือพิมพ์ไปรษณีย์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันในยุคเมจิ
(ประมาณสมัยร.5ของไทย) ที่กล่าวว่า แต่ก่อนแถวเขตคันดะของโตเกียว มีปีศาจที่โผล่มาสูดเอาลมหายใจ
ของหญิงสาวที่กำลังหลับ ไม่ก็เลียปากเขาบ้าง เป็นแบบนี้ทุกคืน
พอหญิงสาวทนไม่ได้ ย้ายหนีไปอยู่บ้านพ่อแม่ คุโรโบสุก็ไม่ปรากฏตัว แต่ถ้ากลับมาบ้านหลังเดิมก็จะ
กลับมาปรากฏตัวให้เห็นอีก แต่พอเวลาผ่านไป ตำนานนี้ก็ไม่มีมาให้ได้ยินอีก แสดงให้เห็นว่า
ปีศาจค่อยๆหายไปจากสังคมญี่ปุ่น


ปีศาจคุโรโบสุที่ปรากฏตัวในโตเกียว รูปร่างดำมืดเหมือนชื่อ แต่ก็มีที่บอกว่ามองเห็นตัวได้ไม่ชัด
เห็นแต่ปากก็มี ทำให้มีอีกตำนานบอกว่าเป็นปีศาจตระกูลเดียวกับเณรไร้หน้า


ในบทความบอกว่าคุโรโบสุเป็นปีศาจแถวโทโฮคุ แต่มีผู้ออกมาแย้งว่าปีศาจที่มาสูดลมหายใจของ
ผู้ที่กำลังหลับของโทโฮคุคือ ยามะจิจิ เป็นปีศาจคนละตัวกับคุโรโบสุ


นอกจากนี้ แถววากายามะก็มีเรื่องเล่าของสัตว์ลึกลับตัวดำทะมึน ที่แถบนั้นเรียกกันว่าคุโรโบสุอยู่ด้วย
พอเจอมันเข้า ความสูงของมันก็สูงขึ้นไปอีกกว่า3เท่า พอเอาปืนยิงเข้าใส่ ก็ยิ่งสูงขึ้นๆ
ตอนที่มันวิ่งหนีไปก็รวดเร็วราวกับลมพัด


ข้อมูล - วิกิพีเดีย
http://ja.wikipedia.org/wiki/%E9%BB%92%E5%9D%8A%E4%B8%BB

by แมวตัวร้าย (Asana F. Kakuba)

 

ระหว่างที่นูราริเฮียงกำลังสู้กับฮาโกโรโมะ กิซึเนะอยู่บนปราสาทโอซาก้าอยู่นั่นเอง
ที่เบื้องล่าง...เหล่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ก็พากันออกมายืนแหงนมอง
ปราสาทที่ถูกห้อมล้อมเอาไว้ด้วยเมฆดำทะมึน และจับกลุ่มคุยกันไปต่างๆนานา

บางคนก็บอกว่า เห็นขบวนร้อยปีศาจปรากฏขึ้น ซึ่งก็ยิ่งทำให้ข่าวลือที่ว่า มีปีศาจเข้าๆออกๆ
ปราสาทโอซาก้า ยิ่งฟังดูเป็นความจริงยิ่งขึ้น

นอกจากเหล่าชาวบ้าน ก็ยังมีชายอีกคนยืนอยู่ด้วย
เขามองลอดหมวกฟางที่ใส่อยู่ พลางนึกในใจว่าต้องรีบนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ท่าน
พระราชาคณะเท็นไกทราบ
(Tenkai Soujyou - พระเท็นไก เป็นคนของโทคุกาวะ อิเอยาสึ ทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน
ระหว่างอิเอยาสึ กับทางฝ่ายวังหลวงขององค์พระจักรพรรดิ: วิกิพีเดีย)


*********************

อีกด้าน ฝ่ายนูราริเฮียงที่กำลังต่อสู้กับฮาโกโรโมะ กิซึเนะ
ก็กำลังร้องเรียกชื่อโยฮิเมะ พร้อมกับบุกเข้าไปหมายชิงตัวหญิงสาวผู้เป็นที่รักคืนมา
แต่ก็ถูกหางของนางจิ้งจอกพุ่งเข้ามาทำร้ายบริเวณสีข้างด้านขวาจนร่างทรุดฮวบ

"ช่างไม่มีศิลปะเอาเสียเลย...เอาแต่พุ่งเข้ามาอยู่ด้านเดียวเนี่ย"


ฮาโกโรโมะ กิซึเนะพูดอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า


"นึกว่าจะได้เรื่องกว่าหน่อย แต่สุดท้ายก็เหมือนกับปีศาจทั่วๆไป
นี่น่ะ คือการแสดงคั่นเวลานะ......ทำให้สนุกหน่อยสิ"

แล้วนางจิ้งจอกก็แกว่งหางของตนแล้วบอกกับนูราริเฮียงว่า
มันเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนครั้งที่เกิดใหม่  และจะมีปฏิกิริยากับปีศาจที่มีกลิ่นไอเลือดรุนแรงที่โจมตีเข้ามา


นูราริเฮียงคว้าดาบของตนแล้วพุ่งเข้าโจมตีนางจิ้งจอกอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถ
เข้าถึงตัวมันได้ ฮาโกโระโมะ กิซึเนะ เห็นแล้วก็พูดอย่างยิ้มเยาะว่า
ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะขอรับนางที่นูราริเฮียงหลงใหลไป ส่วนตัวนูราริเฮียง
ก็ให้ร่ายรำท่วงท่าแห่งความตายไปจนกว่าจะสิ้นใจ

คำพูดนั้นทำให้โยฮิเมะร้องออกมาด้วยความเป็นห่วงปีศาจตรงหน้า

"ท่านปีศาจ!!!"


********************

อีกด้าน ฮิเดโมโตะ กับโคเรมิทสึก็กำลังนั่งอยู่ในเกวียนอาคมเพื่อเดินทางไปยัง
ปราสาทโอซาก้า


ฮิเดโมโตะเล่าถึงเรื่องราวของฮาโกโรโมะ กิซึเนะที่มีเขียนอยู่ในบันทึกลับของ
ตระกูลเคย์คะอินว่า ฮาโกโรโมะ กิซึเนะ ปรากฏขึ้นบนโลกมนุษย์โดยสิงอยู่
ภายในร่างของเด็กคนหนึ่ง จนกระทั่งหัวใจอันดำมืดของเด็กคนนั้น
พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ฮาโกโรโมะ กิซึเนะก็ได้แย่งชิงร่ายกายของเด็กคนนั้นกลายมา
เป็นร่างของตน

และหลังจากที่ได้ร่างมาก ก็ได้อาศัยดูดกลืนความเกลียดชัง ความอิจฉาริษยา
ความโกรธแค้น และความสิ้นหวัง ที่เกิดขึ้นที่ศูนย์กลางการปกครอง
จนมีพลังกล้าแข็ง

เมื่อถึงคราวที่ร่างที่เป็นที่อาศัยสิ้นอายุขัย ก็จะซ่อน"ร่างที่แท้จริง" เอาไว้ที่ไหนสัก
แห่ง จนกว่าจะพบเจ้าของร่างที่เหมาะสมจะให้ตัวเองเกิดใหม่


" 'ปีศาจที่เกิดใหม่' ถ้าหากไม่ผนึกร่างที่แท้จริงให้ได้ล่ะก็ ไม่ว่าจะกำจัดไปกี่ครั้ง
พอผ่านระยะเวลาหนึ่งไป ก็จะกลับมาสร้างภัยพิบัติอีก"

ฮิเดโมโตะนั่งเท้าคาง มองคู่สนทนาที่นั่งอยู่ด้วยกัน...

"สวมใส่อาภรณ์ที่เรียกว่ามนุษย์คลุมร่าง ไม่ว่าชาติไหนก็พยายามสร้างความวุ่นวาย
ให้กับเมืองหลวง.....ก็เลยชื่อว่า 'ฮาโกโรโมะ กิซึเนะ'(จิ้งจอกอาภรณ์นางฟ้า)...
งั้นหรือ"


ฮิเดโมโตะยังบอกด้วยว่า ที่รู้สึกทำให้เป็นห่วงก็คือการที่ฮาโกโรโมะ กิซึเนะรวบรวม
เครื่องในสดจากทั้งโอซาก้าและเกียวโต ก็เพราะอาจมีแผนการทำอะไรข้ามเขตแดน
อยู่ก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่พลังที่มีอยู่ยังไม่มากพอจะทำได้



โคเรมิทสึถามว่า นูราริเฮียงจะมีสิทธิ์เอาชนะฮาโกโระโมะ กิซึเนะได้ไหม
ฮิเดโมโตะตอบหน้าระรื่นว่า ให้ตายก็ไม่ชนะหรอก

"แต่ว่า...ข้าไม่รู้ว่าเจ้านั่นจะทำอะไร เพราะเจ้านั่นน่ะ...ตอนนี้อยู่ในช่วง
กำลังเติบโต"


********************


กลับมาทางฝั่งนูราริเฮียงที่ถูกเล่นงานจนสะบักสะบอม
โยฮิเมะมองร่างตรงหน้าด้วยตาคลอเบ้า พยายามดิ้นรนจะออกไปช่วย
แต่ก็ถูกนางจิ้งจอกในร่างท่านหญิงโยโดล็อคตัวไว้

"ทำไมต้องฝืนขนาดนี้ด้วยล่ะ!!"

โยฮิเมะถามออกมาอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของปีศาจตรงหน้า

"ฝืนจนเป็นถึงขนาดนี้....พวกผู้ชายน่ะเป็นแบบนี้กันทุกคนเลยหรือคะ..!?"

ฮาโกโรโมะ กิซึเนะได้ยินแล้วก็บอกว่าในโลกนี้น่ะ ไม่ว่าจะมนุษย์หรือปีศาจ
ก็มีผู้ชายที่ฉลาดอยู่มากมาย น่าสงสารที่ผู้ชายคนแรกและคนสุดท้ายที่โยฮิเมะ
จะได้เจอ กลับเป็นเจ้าบ้าแบบนั้น


"โยฮิเมะ...ในสายตาเจ้า สะท้อนภาพข้าเป็นคนเช่นไร?
เป็นแค่เจ้าบ้า เหมือนที่มันพูดหรือเปล่า....?"

โยฮิเมะส่ายหัวเป็นคำตอบให้กับนูราริเฮียงที่เป็นฝ่ายถามพลางยันตัวขึ้น


"แค่คิดถึงเรื่องของเจ้า...หัวใจข้าก็ยิ้มจนแทบปริ
ถ้าให้ยกตัวอย่าง ก็เหมือนกับดอกซากุระ ที่ทั้งสวย บริสุทธิ์ และบอบบาง
ทำให้หัวใจของผู้พบเห็นอ่อนโยนไปด้วย


แค่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง รอบกายข้าคงเต็มไปด้วยความสุขได้แน่ ข้ามองเห็นอนาคต
เช่นนั้นได้


แต่ใบหน้าของเจ้ากลับสะท้อนแต่ความทุกข์
ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขเอง...ว่าไงล่ะ ข้าที่อยู่ตรงหน้าเจ้า ดูเหมือนผู้ชาย
ที่จะทำให้เจ้ามีความสุขได้ไหม?"



ว่าแล้วนูราริเฮียงก็บอกว่า คงดูไม่เหมือนแน่...เพราะอย่างนั้นตัวเองคงต้องแสดง
ความเท่ห์ออกมาให้โยฮิเมะหลงบ้างแล้ว


ว่าแล้วนูราริเฮียงก็ประทับดาบในมือมั่น ประกาศก้องต่อฮาโกโรโมะกิซึเนะ
ว่าจะขอตัวโยฮิเมะคืน...


และทันทีที่ทำเช่นนั้น บรรยากาศโดยรอบก็แตกต่างจากที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง


"เอาล่ะนะ ต่อจากนี้ไปคือความมืดมิด....การต่อสู้ที่แท้จริงของปีศาจไงล่ะ"


เมื่อสิ้นคำพูดนั้น นางจิ้งจอกก็ต้องตกตะลึง เมื่อหางของมันไม่มีปฏิกิริยากับ
นูราริเฮียง ทั้งที่อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ...


และในชั่วพริบตา นูราริเฮียงก็พุ่งเข้ามา พร้อมกับดาบที่เงื้อจนสุดแขน
เตรียมจะฟาดฟันเข้าหา  แต่ถึงจะไม่ทันตั้งหลัก นางจิ้งจอกก็ตอบโต้กลับ
ด้วยหางอย่างทันท่วงที จนดาบในมือนูราริเฮียงหลุดมือ


แต่สิ่งที่นางจิ้งจอกไม่คาดคิด ก็คือดาบอีกเล่ม ที่ถูกซ่อนไว้ที่ผ้าผูกเอวของ
ปีศาจหนุ่มตรงหน้า....นูราริเฮียงชักดาบสั้นซึ่งเป็นดาบปราบปีศาจที่ได้มาจาก
เคย์คะอินออกมาด้วยมือซ้าย ก่อนจะฟันเสยขึ้น
แม้นางจิ้งจอกจะใช้หางเข้าขัดขวาง ก็ไร้ผล คมดาบตัดเฉือนเนื้อ
ฟันลึกจากหน้าอก พาดผ่านใบหน้าไปตามแรงแขนของนูราริเฮียง
ท่ามกลางความตกตะลึงของฮาโกโระโมะ กิซึเนะ...


********************

ตอนก่อนๆไม่ได้เอามาลงที่บล็อกเพราะ....ขี้เกียจ..(/วิ่งหลบสหบาทา)

แต่ตอนนี้อยากเก็บคำพูดของท่านปู่ เลยขอมาลงที่บล็อกด้วย

อันที่จริง เริ่มรู้สึกว่าการที่ไ่ม่เก็บที่แปลไว้ มันทำให้ลืมเหมือนกันว่า

เคยแปลชื่อใครว่ายังไง อย่างอาทิตย์นี้ก็เกือบลืมชื่อโคเรมิทสึแน่ะ

แถมไปๆมาๆ ก็ชักลืมว่าตัวเองสะกดชื่อ "โทคุกาวะ" เอาไว้ว่ายังไงหว่า...

ถ้าอ่านๆไป มีที่สะกดชื่อไม่เหมือนเดิมก็ไม่ต้องแปลกใจล่ะค่ะ...

เมื่อวานเป็นวันทำงาน วันนี้เลยเริ่มต้นวันใหม่ช้าไปหน่อย ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ


นายน้อยตื่นมากลางดึก ในร่างปีศาจ ก็เลยออกไปเที่ยวเล่น
และพบเข้ากับปีศาจหน้าเหมือนอีกา ที่บอกให้ช่วยภรรยาของตนด้วย

ภรรยาของปีศาจอีกา เป็นปีศาจสาวน้อยผมเปีย เจ้าหล่อนถูกปีศาจสาวหน้าตาน่ากลัวจับตัวไว้
เพราะปีศาจตนที่ว่า  เป็นพวกสนุกกับการพรากของสำคัญของคนอื่นไป

และทันทีที่รู้สึกถึงดาบของริคุโอะ ปีศาจตัวที่ว่าก็ทิ้งเหยื่อตรงหน้า พุ่งเข้าไปหา
เหยื่อชิ้นใหม่ และชิงมาอย่างง่ายดาย

เมื่อนำเรื่องนั้นไปเล่าให้เซ็น ปีศาจนกซึ่งเป็นทั้งพี่ร่วมสาบาน และลูกน้องที่จงรักภักดีฟัง
เซ็นก็หัวเราะ และบอกว่า นั่นคือ "โอยเตะเคะโบริ" (โอยเตะเคะ แปลว่า "ทิ้งเอาไว้ซะ")
ซึ่งที่จริงก็อยู่ภายใต้กลุ่มที่อยู่ใต้ตระกูลนูระอีกที เป็นปีศาจที่มีความสามารถในบริเวณที่
ตัวเองสิงอยู่


"ว่าแต่นายน้อยแห่งกลุ่มนูระถูกชิงอะไรไปล่ะ"


เซ็นถามอย่างอารมณ์ดี  แต่พอริคุโอะบอกว่าถูกชิงดาบประจำตัวไป เซ็นก็ถึงกับตกใจจนกระอักเลือด
ถามกลับทั้งที่ยังพ่นเลือดใส่หน้าริคุโอะ ว่ารู้ไหมว่าดาบเล่มนั้นมีความสำคัญแค่ไหน


ริคุโอะจึงนึกย้อนไปถึงตอนที่เล่นปิดตาฟันแตงโมด้วยดาบเนเนะคิริมารุ (ช่างกล้า...)
ที่ซึราระฟันเข้าใส่ริคุโอะ เพราะนึกว่าเป็นแตงโมอย่างเต็มกำลัง
แต่ริคุโอะในร่างมนุษย์ก็ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน เพราะเนเนะคิริมารุ เป็นดาบที่ฟันได้แต่ปีศาจเท่านั้น


"ก็เป็นดาบที่สำคัญมากเลยล่ะ..."


ริคุโอะตอบออกมาเช่นนั้น เซ็นจึงรีบให้ริคุโอะไปตามกลับคืนมาโดยเร็ว


************************


อีกด้าน ลูกชายตนหนึ่งของการาสุเท็นงู ก็กำลังทำหน้าที่ตรวจการอยู่บนอากาศ
หลังจากผ่านมาหลายตอน ในที่สุดในตอนนี้ ก็ทำให้รู้ว่า ลูกชายของการาสุเท็นงูตนนี้
มีชื่อว่า "คุโรมารุ" (ปีกดำ) เป็นลูกชายคนโต ที่ได้รับการถ่ายทอดนิสัยเอาจริงเอาจัง
จากพ่อมา


"เฮ่อ...วันนี้เมืองอุคิโยเอะก็ยังมีแต่พวกทำผิดกฏเต็มไปหมด"


คุโรมารุถอนใจ หลังเป่านกหวีดตักเตือนปีศาจที่บินเกินความเร็ว รวมทั้งปีศาจคู่ที่จู๋จี๋กันอยู่บนทางสัญจร
(ซึ่งก็คือปีศาจคู่ที่ริคุโอะช่วยไว้ในตอนต้นเรื่อง)

ตอนนั้นเอง ที่คุโรมารุหันไปเป็นปีศาจตัวหนึ่ง กำลังยืนแกว่งกวัดดาบไปมาอยู่...


"หืม? เฮ้...แกว่งดาบไปมาอย่างไม่ระวังแบบนั้นน่ะ...."


แต่คำพูดของเท็นงูหนุ่ม ก็ต้องชะงัก เมื่อจดจำได้ว่านั่นคือดาบของผู้เป็นนาย...


"ฮ...เฮ้ !? นั่นมันเนเนะคิริมารุนี่ !?"


คำพูดนั้นทำให้ปีศาจในบ่อชะงัก คุโรมารุรีบพูดต่อ


"เอาคืนมานะ นี่แก...ทำอะไรนายน้อยน่ะ!!"


"ถ้าอยากได้คืน ก็ส่งของที่มีค่ายิ่งกว่านี้มาสิ"


โอยเตะเคะโบริบอกข้อแลกเปลี่ยนของตน ก่อนจะเห็นอะไรบางอย่างที่คุโรมารุมีอยู่ในตัว


"หืม...นั่นไม่เลวนี่ "

และมันก็พุ่งเข้ามา เพื่อจะชิงบางอย่างไปแทน...


************************


ริคุโอะกลับมา เพื่อทวงดาบของตนคืน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ


"ไม่ได้หรอก ไปเอาของที่ดีกว่านี้มาให้ข้าสิ"


"ของดีงั้นเหรอ..."


"แต่ก็คงไม่มีหรอก ของที่จะดีไปกว่าเสื้อคลุมฮะโอรินี้น่ะ"


ริคุโอะทวนคำอย่างงงๆ เมื่อของที่อยู่ในครอบครองของปีศาจตรงหน้า ไม่ใช่ดาบของตน
แต่เป็นเสื้อคลุมฮะโอริ....


"ใช่แล้ว ดูซะสิ เสื้อคลุมที่มีอักษร "ความเกรงกลัว" (osore) นี่ยังไงล่ะ
ในบ้านหลักของกลุ่มนูระ มีเพียงคนที่นายน้อยยอมรับเท่านั้น ถึงจะใส่ได้
เท่านี้ปีศาจตัวอื่นก็จะต้องจับตามองฉัน  เป็นไงล่ะ อิจฉาล่ะสิ..."


.....คิดว่าจะอิจฉาไหมล่ะ...??


และ "ฟลายอิ้งโยไก ยากุซ่าคิก!!" ก็คือคำตอบของนายน้อย....


"แกจะเป็นคนของบ้านหลัก หรือพวกลิ่วล้อก็ตาม มาทำเรื่องต่ำช้าแบบนี้
ต่อให้ใส่เสื้อฮะโอรินั่น ก็ไม่ยอมรับหรอกนะ"


พอได้ยินอย่างนั้น โอยเตะเคะโบริถึงได้รู้ว่า ตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับนายน้อยแห่งกลุ่มนูระ
ซึ่งก็ทำให้มันตกใจสุดขีด  ถ้าเทียบกับว่าที่หัวหน้าคนต่อไปแล้ว ตัวมันเองก็ไม่ต่างกับ
ปลาซิวปลาสร้อย ด้วยความที่ไม่เคยเห็นหน้า จึงไม่ทราบว่าบุคคลตรงหน้าเป็นใคร...


"ขอโทษเจ้าค่ะ ขอโทษ"


มันรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ก่อนจะคืนเสื้อคลุมให้โดยดี
เมื่อได้ของคืน ริคุโอะจึงตั้งท่าจะกลับ แต่ก็เหลือบไปเห็นโอยเตะเคะโบริ ทำท่าทางจ๋อยๆ
จึงนึกได้ ว่าโอยเตะเคะโบริเป็นปีศาจประเภทที่มีกฏว่าต้องแลกของ


"เอาสิ...อยากได้อะไรก็เอาไป แต่ถึงบอกว่างั้นก็ไม่มีอะไรหรอกนะ"


"ง...งั้น นั่นก็ได้เจ้าค่ะ..."


และสิ่งที่ริคุโอะให้ไป ก็คือกระบอกยาสูบของท่านปู่นั่นเอง...


และเมื่อกลับมาถึงบ้าน ผู้ที่รออยู่ก็คือการาสุเท็นงู ที่ได้รับการรายงานเรื่องดาบจากลูกชายคนโต
งานนี้ริคุโอะเลยถูกเทศน์เสียกัณฑ์ใหญ่


"เฮ้...อย่าเอาเรื่องไปบอกการาสุเท็นงูสิ คุโรมารุ เอามาให้โดยตรงก็ได้นี่"

ริคุโอะบ่นกับคุโรมารุ โดยมีการาสุเท็นงูโวยวายอยู่ข้างๆ

"ทุกเรื่องต้องรายงาน เป็นหน้าที่ขอรับ"


และนั่นก็คือคำตอบ ของลูกชายที่ได้เลือดความเอาจริงเอาจังจากผู้เป็นพ่อมาเต็มเปี่ยม...


"นายนี่มันจริงจังไปแล้ว..."




หลังจากเดินเลี่ยงจากการบ่นของการาสุเท็นงู ริคุโอะก็นั่งมองดาบของตนบนต้นไม้
และนึกถึงคำพูดของริวจิ พี่ชายของยูระ ที่บอกได้ดูแลดาบเล่มนี้ให้ดีๆ...


ตอนนั้นเอง ท่านปู่ก็เดินเข้ามา ถามหากระบอกยาสูบ ซึ่งริคุโอะบอกว่า ไม่รู้
(ทั้งที่ตัวเองเอาไปแลกกับเสื้อมา...) ก่อนจะถามถึงความเป็นมาของดาบเนเนะคิริมารุ
ซึ่งก็เป็นของที่ "ยืม" มาจากคนอื่นเหมือนกัน


และพอถูกถามเช่นนั้น ท่านปู่ก็ทำหน้าจริงจัง พร้อมกับนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกาลเก่า....


ช่วงเวลาหลายร้อยปีก่อนหน้า....ในเกียวโต....ที่ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น...

...สถานที่ซึ่งอยู่ภายใต้การผลัดเปลี่ยนแย่งชิงอำนาจของเหล่าปีศาจ


Asana Fay
View full profile