OriginalStory

คุณรู้ไหม คุณต้นไม้ว่าเลข4 คือเลขของเราสองคน?

เราพบกันครั้งแรกตอนป.4 (แต่คุณคงจำไม่ได้) คุณแอบชอบฉันตอนม.4 แล้วเราก็ตกลงเป็นแฟนกันตอนปี4 ในวันที่14 กุมภาพันธ์

7 ปีแล้วที่เรารู้จักกัน คุณเอาแต่นิ่งเงียบอมพะนำ ไม่เคยพูดอะไรซักแอะ ขณะที่ฉันเองก็คอยดูทีท่าของคุณจนทนไม่ไหว แอบไปคบกับคนอื่น จนเลิกกัน คุณก็ยังไม่ยอมพูดอะไร ฉันล่ะหมั่นไส้นิสัยนี้ของคุณจริงๆนะ นี่ยังดีว่าคราวนี้ ในที่สุดคุณก็พูด(แถมเลือกฤกษ์ได้เชยมากๆเลย) ฉันเกือบจะได้ไปจีบหนุ่มเกาหลีให้มันรู้แล้วรู้รอดแล้วเชียว

แต่ถึงอย่างนั้น คุณจะโกรธรึเปล่านะ ถ้าฉันจะบอกว่าฉันก็คงพูดได้ไม่เต็มปากหรอกว่ารัก ก็คำๆนี้มันออกจะยิ่งใหญ่ขนาดนั้นนี่นา แต่ฉันรู้ว่าความผูกพันของเรามันคงยิ่งใหญ่และหนักแน่นไม่แพ้คู่ไหนแน่ๆ นอกจากพ่อแม่ คุณก็จะยังเป็นคนที่ฉันนึกถึงเวลาเหงาๆ และฉันก็รู้ว่าคุณจะอยู่ตรงนั้นเพื่อฉันอย่างที่คุณทำมาตลอด

ดังนั้นฉันไม่ห่วงหรอกว่าอีก1ปี หรืออาจจะอีกหลายปีที่เราจะไม่ได้เจอกัน คุณจะไปมีใคร เพราะ7ปีที่ผ่านมามันเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด ถ้าจะห่วง ฉันควรจะห่วงตัวเองมากกว่าว่าจะแอบว่อกแว่กไปกับใครไหม ที่ๆฉันจะไปยิ่งมีหนุ่มเอเชียหน้าตาดีอยู่เยอะเสียด้วย ...แหม อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้นสิ ฉันล้อเล่นหรอก แต่ก็นะ ถ้าเกิดเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆคุณก็ไม่ต้องห่วงหรอก บอกแล้วไงว่าความผูกพันของเรามันไม่แพ้ใคร ฉันมั่นใจในตัวคุณนะ ฉันเชื่อ ว่าคุณเป็นคนที่จะไม่มีวันทำให้ฉันร้องไห้ ดังนั้นฉันคงไม่ปล่อยให้ผู้ชายดีๆหลุดมือไปหรอกน่า

ฉันอยากขอ ขอให้คุณอดทนกับฉันหน่อย คุณก็รู้ว่าฉันนิสัยเอาแต่ใจ โลเล ไม่หนักแน่น แต่ฉันก็เลือกที่จะตามคุณแล้วนะ นำฉันให้ดีๆล่ะ รู้ไหม

ฉันก็ไม่รู้ว่าในอนาคตเราจะไปกันรอดไหม จะต้องกลายมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม หรือไม่พูดกันอีกเลย แต่ฉันก็จะำพยายาม และก็หวังว่าคุณจะไม่หมดหวังในตัวฉันเร็วนัก

นี่ก็เป็นแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเท่านั้น มาช่วยกันทำให้เรื่องนี้จบอย่างมีความสุขกันเถอะนะ?

ความจริง "อาซานะ" เป็นชื่อของตัวละครของเรา ชื่อนี้ก็เลยเป็นชื่อที่ขอมาใช้ ไม่ใช่ชื่อของเรามาตั้งแต่แรก

ส่วนเธอที่เป็นเจ้าของชื่อจริงๆ มี2คน อยู่ในฟิค2เรื่องเรื่องหนึ่งเป็นออริ อีกเรื่องเป็นแฟนฟิคที่มีเนื้อหาของบลีซเป็นพื้นฐาน

หนึ่งในอาซานะก็คือเธอคนนี้ คาคุบะ อาซานะ จากแฟนฟิคของบลีซ

ความจริงอาซานะทั้งสองคนก็หน้าตาคล้ายจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคนๆเดียวกัน(เนื่องด้วยคนเขียนขี้เกียจออกแบบตัวละครใหม่)แต่คาคุบะจะดูอายุมากกว่า แล้วก็ถ้าไม่ยิ้มด้วยรอยยิ้มเสแสร้งที่เหมือนหน้ากาก ก็จะยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ออกเหงาๆ

สังกัดหน่วยที่13 ชื่อของดาบฟันวิญญาณคือ ยาคุฮิ 液火 (Liquid Fire) ดาบที่มีโกลนเป็นเปลวไฟสีฟ้าเมื่อปลดปล่อยชิไก

ชื่ออาซานะ ใช้คันจิตัว อาสะ (旭) ที่แปลว่ายามเช้า กับ นะ (娜) ที่แปลว่างามสง่า
(ความจริงคันจิสองตัวนี้ไม่ค่อยพบในภาษาญี่ปุ่นเท่าไหร่ จะพบในภาษาจีนมากกว่า)
อ่านแบบภาษาจีนได้ว่า สีหน่า แปลว่าเช้าอันงามสง่า หรือ elegant morning

ในชื่อตัวละครที่เคยตั้งมาเป็นชื่อที่ชอบมากที่สุดเลยล่ะค่ะ


เวลาที่เราเดินด้วยกัน บางครั้งก็จะพบสายตาที่มองมาอย่างประหลาดใจ และคำถามที่ถูกถามอย่างไม่แน่ใจว่า

ยังคบกันอยู่เหรอ?

เราสองคนก็ได้แต่มองหน้ากัน ยิ้มขำๆ แล้วตอบออกไปว่า โอ๊ย เลิกกันนานแล้วล่ะ

แปลกหรือที่คนเคยรักกันเมื่อเลิกกันแล้วจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้?

ฉันไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ว่าคนที่รักกัน เมื่อเลิกกันแล้ว จะมองหน้ากันไม่ติด ก็คนที่ฉันเคยรัก ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนสนิท ไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่นี่นา

แน่นอนว่าความรู้สึกของเราทั้งคู่เปลี่ยนไปแล้ว ต่างคนต่างพบรักครั้งใหม่ ฉันเองก็มีคนที่ำพร้อมจะคอยดูแล เขาเองก็มีคนที่ให้ได้ทุกอย่าง

ถ้าถามว่ายังรักกันไหม ก็คงตอบได้อย่างไม่ต้องคิด ว่ารักสิ แต่เป็นรักอยู่ภายใต้เงื่อนไขของมิตรภาพ เรายังคงรักกัน เป็นห่วงกัน แต่ในฐานะเพื่อนรัก

เีราสองคนในตอนนี้ ถ้าจะให้เปรียบ ก็คงเหมือนพี่น้อง สนิทกันซะจนนึกไม่ออกว่าจะให้กลับไปรักกันเหมือนตอนคบกันได้ยังไง

โหย ให้กลับไปคบกับเจ้านี่น่ะเหรอ ไม่เอาล่ะ เราไม่ทำผิดเป็นครั้งที่สองหรอกนะ ว่าแล้วก็หัวเราะร่วน ชำเลืองตามองอีกฝ่ายที่ถูกพาดพิงถึง ซึ่งในขณะนั้นกำลังชั่งใจว่าระหว่างกระทะกับเขียง อะไรจะสร้างความเสียหายให้กับหัวน้อยๆของเจ้าคนพูดได้มากกว่ากัน

แต่ก็ไม่ได้โกรธอะไรจริงๆจังๆอยู่ดี สนิทกันออกจะขนาดนั้น ทำไมจะไม่รู้ว่าก็เป็นการหยอกกันตามประสาเท่านั้นแหละ

ก็เพราะรู้จักกันดี จึงไม่แปลกใจเลย ที่พออยู่ไกลกันไม่ทันไร จะได้รับข้อความว่า คิดถึงเหมือนกันนะเนี่ย จากในเอ็มเอสเอ็น

มันโหวงๆใช่ไหมล่ะ จู่ๆก็ไม่มีไอ้ตัวเล็กไว้ให้แกล้งแล้วเนี่ย ฉันก็ไม่มีใครให้กัดเหมือนกันล่ะว้า

ก็อยากบอกว่าคิดถึงเหมือนกันแหละ เคยเจอกันวันละเกินสิบชั่วโมง เรียนก็เรียนมาด้วยกัน กินข้าวก็กินด้วยกัน บ้านก็มาอยู่ตรงข้ามกันอีก แล้วพอมาตอนนี้ อยู่ไกลกันขนาดนี้ จะให้กินข้าวลงได้ยังไงคนเดียว?

ก็ดูแลตัวเองด้วยนะ ตอนนี้ต่างคนก็ต้องแยกไปตามทางเดินของตัวเอง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมาบรรจบกันอีก แต่เพื่อนก็คือเพื่อน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะทำอะไร เราก็จะรักและเป็นห่วงกันเสมอ ก็ขอให้โชคดีก็แล้วกันนะ จะเป็นกำลังใจให้เสมอ ดูแลตัวเองดีๆล่ะ

จาก คนที่ไม่ได้รักกัน(แบบนั้น)



Asana Fay
View full profile