Fanfiction

เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องแนวYaoi ใครที่ไม่ชอบเรื่องแนวนี้กรุณาปิดหน้านี้ด้วยนะคะ

llllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll

Better than anyone (1st story of the Blade Trilogy)

By: Asana Fay Kakuba
Pairing: Renji x
Byakuya
Warning: Shonen-ai (Yaoi)
Rate: PG

Disclaimers:All of Bleach characters belong to Kuto Taito. I'm just playing with them :) No profit is made from my fanfictions.

llllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll

เขาพูดได้เต็มปากว่าเป็นผู้ที่รู้จักคุจิกิ เบียคุยะดีกว่าใคร


 

เขาพูดได้เต็มปากว่ารู้จักคุจิกิ เบียคุยะดีกว่าผู้ที่ให้กำเนิดชายหนุ่มสูงศักดิ์ผู้นี้


ดีกว่าฮิซานะ หญิงผู้เดียวที่เจ้าบ้านคนปัจจุบันแห่งตระกูลคุจิกิยอมเปิดใจให้


เขารู้จักคุจิกิ เบียคุยะดีกว่าตัวคุจิกิ เบียคุยะเองเสียอีก

 

เพราะอย่างไรเสีย ผู้ที่ปลุกให้เซ็มบงซากุระผู้นี้ลืมตาตื่นขึ้นก็คือ คุจิกิ เบียคุยะ นั่นเอง

 


เขาจึงรู้ดีถึงความโดดเดี่ยวอ้างว้างที่ชายหนุ่มที่คนรอบข้างเคารพยำเกรงและเรียกอย่างยกย่องว่าท่านหัวหน้าคุจิกิ

ใครเล่าจะเข้าใจน้ำหนักของศักดื์ศรี หรือแรงกดดันของเกียรติยศที่ถูกวางลงบนสองบ่าของชายหนุ่มดีไปกว่าเขา

 


คุจิกิ เบียคุยะถูกพร่ำสอนให้นึกถึงความสำคัญของบ้านเป็นหลัก ไม่ว่าจะทำสิ่งใด จะเยื้องย่างไปที่ใด
ผู้สืบทอดตระกูลคุจิกิ ก็มิควรแสดงกริยาวาจาที่ไม่เหมาะสม คำสอนเหล่านี้เองที่กลายเป็นโซ่ตรวน ล่ามเบียคุยะเอาไว้กับกฏเกณฑ์ คุมขังเขาเอาไว้ในกรงทองที่ชื่อว่าบ้านคุจิกิ

 


มีเพียงสองครั้งที่นกน้อยในกรงทองตัวนี้กล้ายื้อยุดดิ้นรนจากโซ่ตรวนที่รัดรึงมันเอาไว้ ครั้งแรกคือตอนที่ฮิซานะ หญิงสาวไร้ฐานันดรจากเมืองลูคอนย่างเท้าเข้ามาในบ้านคุจิกิ และอีกครั้งเมื่อคุจิกิ เบียคุยะรับเอาผู้สืบสายเลือดเดียวกับเธอผู้นั้นเข้ามาใต้ชายคาแห่งนี้

 


แต่ผลของการต่อสู้กับกฏเกณฑ์กลับมิได้ปลดปล่อยเขาจากกรงขัง ตรงกันข้าม โซ่ตรวนกลับพันธนาการแน่นขึ้นด้วยคำสาบานต่อหน้าผู้ให้กำเนิด

 

ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะรักษากฏยิ่งกว่าชีวิต

 

คุจิกิ เบียคุยะกลายเป็นตุ๊กตาที่ถูกสายโซ่ยึดแขนขาให้เดินไปตามกฏ อย่างไม่มีทางขัดขืน แม้โซ่นั้นจะบังคับให้เขาต้องผลักไสน้องสาวคนเดียวของหญิงสาวที่เขารักไปสู่ความตายก็ตาม

 

เซ็มบงซากุระมั่นใจเหลือเกินว่าถ้าหากคุจิกิ ลูเคียถูกประหารไปจริงๆหัวใจของชายผู้นี้คงถูกกรีดแทงเป็นเสี่ยงๆจนไม่อาจกลับเป็นอย่างเดิม และตัวเซ็มบงซากุระเองก็คงไม่อาจเปล่งประกายได้อีก

 


ดาบฟันวิญญาณนั้นรักษาตัวเองได้ตราบเท่าที่ผู้ครอบครองดาบมีกำลังใจที่จะมีชีวิตและต่อสู้ต่อ แต่หากผู้ใช้ดาบกลายเป็นร่างที่ไร้จิตวิญญาณ ซากุระพันต้นก็คงไม่ต่างจากต้นไม้ตายซากที่แม้เพียงต้องลม กิ่งก้านแห้งกรอบก็คงจะหักโค่นร่วงหล่นลงมายังพื้นดิน

 


เซ็มบงซากุระจึงไม่แปลกใจเลยที่นายผู้สูงศักดิ์ของเขารู้สึกขอบคุณเรียวกะผมสีส้มที่ชื่อคุโรซากิ อิจิโกะผู้นั้น ทั้งที่เบียคุยะถูกเด็กหนุ่มเล่นงานไปไม่น้อย เพราะนั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่โซ่ตรวนแห่งศักดิ์ศรีของเจ้าบ้านหนุ่มดูจะเบาบางลง และเป็นครั้งแรกที่เขาละเมิดกฏโดยไม่นึกเสียใจเลย

 


และถ้าหากคุโรซากิ อิจิโกะ คือคนที่คุจิกิ เบียคุยะรู้สึกติดค้างคำขอบคุณ บุคคลที่หัวหน้าหน่วยหกรู้สึกติดค้างคำขอโทษมากที่สุดก็คงไม่พ้น อาบาราอิ เร็นจิ รองหัวหน้าหน่วยของเขาเอง

 

 


อาบาราอิ เร็นจิ เป็นคนเข้มแข็ง ตรงไปตรงมา และไม่ไยดีต่อกฎเกณฑ์ หากกฎนั้นขัดต่อความชอบธรรมของตน

 


นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เบียคุยะรู้สึกสนใจในตัวผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้

 


เคยมีคนในบ้านคุจิกิอ้างถึงชายหนุ่มผมแดงว่า
พวกแหกคอก แต่คุจิกิ เบียคุยะไม่คิดแบบนั้นเสียทีเดียว

 


จริงอยู่ที่การกระทำของเร็นจินั้นน่าตำหนิ ในฐานะที่เป็นผู้ที่ควรรักษากฎแต่กลับแหกกฎเสียเอง แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นการแสดงความกล้าที่จะต่อสู้เพื่อสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง

 


ส่วนหนึ่งในใจเบียคุยะอดอิจฉาอาบาราอิ เร็นจิไม่ได้

 


หมาข้างถนนแม้จะหิวโซเพียงใด ก็ยังมีอิสระที่จะต่อสู้ดิ้นรนเพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อถือ

 


แต่นกในกรงทองนั้น ทำได้ก็แค่เพียงขยับปีกสวยอยู่ในกรงขังโดยไม่อาจรับรู้ถึงความกว้างของท้องฟ้า

 


อาบาราอิ เร็นจิละเมิดกฎเพื่อหาทางช่วยชีวิตคุจิกิ ลูเคีย

 


แต่สิ่งที่เขาผู้เป็นพี่ชายกลับไม่เพียงไม่ช่วย แต่ยังทำร้ายผู้หวังดีต่อเขาและน้องสาวจนปางตายด้วยมือตัวเอง

 


เขาจะสู้หน้าอาบาราอิ เร็นจิได้อย่างไร

 

"หัวหน้าคุจิกิครับ??"

ชายหนุ่มผมแดง รองหัวหน้าหน่วยที่หกเรียกชื่อผู้บังคับบัญชาของตนอย่างเป็นห่วง นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ในรอบสัปดาห์แล้วที่หัวหน้าของเขาเหม่อแบบนี้

 

"ไม่สบายตรงไหนรึเปล่าครับ?"

 

คุจิกิ เบียคุยะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอ่อนวัยกว่า ก่อนตอบเรียบๆว่า "ข้าสบายดี เร็นจิ"

 

เร็นจิไม่เชื่อคำตอบของคนตรงหน้าเท่าใดนัก แต่ก็ไม่รู้จะถามอย่างไร

"เอ่อ...ไม่รู้สิครับ แต่ข้ารู้สึกว่าช่วงนี้หัวหน้าดูแปลกๆ" เร็นจิเว้นช่วงอึดใจหนึ่งก่อนตัดสินใจเอ่ยถามต่อ

"ยังคิดมากเรื่องลูเคียอยู่อีกหรือครับ"

 

คำพูดนั้นเหมือนจะจี้ใจดำของอีกฝ่าย เบียคุยะก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตาของคู่สนทนา

"ข้า...."

 

ท่าทีของชายหนุ่มผมดำยืนยันข้อสงสัยของเร็นจิ รองหัวหน้าหน่วยผู้มีรอยสักเป็นเอกลักษณ์ถอนหายใจก่อนนั่งลงตรงหน้าชายสูงศักดิ์

 

"หัวหน้าคุจิกิครับ ลูเคียน่ะไม่เคยนึกโกรธท่านเลย ก็อาจจะมีบ้างที่เคยน้อยใจ แต่ยัยนั่นตอนนี้น่ะเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านถึงเย็นชากับตัวเองนัก แถมท่านอุตส่าห์เสี่ยงตายเอาตัวเข้ารับดาบของเจ้าจิ้งจอกตาตี่นั่น เท่านี้นางก็ซึ้งจะแย่ ท่านจะยังรู้สึกผิดอีกทำไม"

 

"ข้า.....ไม่ได้คิดมากเรื่องลูเคีย"

 

"..อ้าว??"

 

"เร็นจิ.....คือข้า.....ข้า....."

สิ่งที่อยากพูดนั้นมีมากมายเท่าภูผา แต่ใยยามต้องพูดออกมากลับหาคำพูดไม่ได้กัน

 

เร็นจิไม่รู้ว่าทำไมแก้มขาวนวลของเบียคุยะตอนนี้กลับกลายเป็นสีชมพูระเรื่อ แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมจังหวะการเต้นของหัวใจตนเองเร็วระรัวขึ้นเพียงแค่เห็นใบหน้าแบบนั้นของเบียคุยะ เขาพยายามไม่สนใจความรู้สึกแปลกๆที่เริ่มจะก่อตัวภายในอกและตั้งใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะพูด

 

"คนที่ทำให้ข้าคิดมากน่ะ......."

 

"ท่านหัวหน้าคุจิกิ !!!ท่านรองหัวหน้าอาบาราอิ !!!ข้อความด่วนจากท่านยามาโมโต้ขอรับ!!!"

 

เสียงโหวกเหวกจากด้านนอกทำลายมนต์ขลังของช่วงเวลานั้นจนป่นปี้ เบียคุยะรีบสำรวมอาการกลับมาเป็นเจ้าชายน้ำแข็งคนเดิม เร็นจิครางในลำคออย่างขัดใจก่อนจะลุกไปเลื่อนประตูให้ผู้ส่งสาสน์จากหน่วยที่หนึ่งเข้ามา

 

เบียคุยะรับฟังรายงานจากผู้ถือสาสน์ด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นอย่างที่หัวหน้าหน่วยพึงกระทำ

 

หากเซ็มบงซากุระรู้ว่าใจของชายหนุ่มว้าวุ่นเพียงใด

 

ความรู้สึกที่อยากถ่ายทอดให้อีกฝ่ายรับรู้อัดแน่นอยู่เต็มอก

 

แม้น้ำหนักของโซ่ตรวนจะเบาบางลง แต่น้ำหนักของอะไรบางอย่างที่ก่อเกิดขึ้นในใจของคุจิกิ เบียคุยะกลับหนักขึ้นอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน

 

นายของเขาเข้าใจว่า อะไรบางอย่างที่ว่าคือความรู้สึกผิดที่มีต่ออาบาราอิ เร็นจิ

 

แต่เซ็มบงซากุระรู้ดีว่ามันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น...


 

llllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll

Fin

llllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll

Too Blind to See (2nd story of the Blade Trilogy)

By: Asana Fay Kakuba
Pairing: Renji x Byakuya

Warning: Shonen-ai (Yaoi)

Rate: PG
Disclaimers: Bleach and all of its characters belong to Kubo Tite. No profit is made from this fanfiction. I'm just playing with them ;)


llllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll

ซาบิมารุไม่รู้ว่าทุกอย่างมันกลับกลายเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

เขาเคยคิดว่าเจ้าบ้าอาบาราอิ เร็นจิที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายของเขาพยายามอย่างไม่คิดชีวิตฝึกปรือฝีมือแทบเป็นแทบตายก็เพื่อที่จะเอาชนะชายที่ชื่อคุจิกิ เบียคุยะให้ได้

 

แล้วตอนนี้ไหงมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้

 

ซาบิมารุไม่ได้หมายความว่าตอนนี้เร็นจิเลิกล้มความคิดที่่จะขึ้นไปอยู่เหนือกว่าเจ้าหนุ่มหน้าสวยนั่นเสียแล้วหรอก เพียงแต่ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างมันแทบจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 

ราชาลิงยักษ์ในร่างดาบยังจำได้ดีถึงตอนที่เร็นจิ หมาข้างถนนจากเมืองลูคอนกลายเป็นรองหัวหน้าหน่วยที่6แห่ง13หน่วยพิทักษ์ ภายใต้การบังคับบัญชาของคุจิกิ เบียคุยะ เจ้าบ้านหนุ่มแห่่งตระกูลผู้ดีคุจิกินั่น
ทั้งคนทั้งดาบไม่มีใครชอบเจ้าชายน้ำแข็งคนนั้นเลย

 

ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ดวงตาที่ไร้อารมณ์ และริมฝีปากที่ไม่เคยเผยอขึ้นเป็นรอยยิ้ม อีกทั้งกริยามารยาทที่ำไร้ที่ติตามแบบฉบับคนชั้นสูงนั่นอีก
สำหรับคนที่เป็นเหมือนหมาข้างถนนที่ต้องต่อสู้อย่างเลือดเข้าตาไขว่ขว้าทุกอย่างที่ใกล้มือเพื่อเอาชีวิตรอดแล้ว ทุกอย่างที่ว่ามาเกี่ยวกับคุจิกิ เบียคุยะเป็นองค์ประกอบที่ไม่เข้าตาเป็นอย่างยิ่ง

 

แต่แล้วก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นที่ทำให้ทัศนคติของเร็นจิต่ิอคุจิกิ เบียคุยะเริ่มเปลี่ยนไป

 

ทุกอย่างเริ่มมาจากคืนหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ หลังจากที่เร็นจิผล็อยหลับไปบนโต๊ะทำงานของตัวเองหลังจากสะสางงานเอกสารมาทั้งวันจนพลบค่ำ
และเมื่อเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกก็ต้องแปลกใจที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองหนาว ทั้งที่อากาศยามวิกาลของปลายฤดูใบไมผลิยังคงเย็นจับใจ

 

ชายหนุ่มผมแดงแปลกใจมากกว่าเดิมเมื่อก้มลงมองแล้วพบว่ามีคนใจดีเอาผ้าพันคอผืนใหญ่มาห่มคลายความหนาวให้กับเขา

แถมผ้าพันคอเนื้อดีผืนนั้นยังมีสีเขียวอ่อนเช่นเดียวกับผืนของคุจิกิ เบียคุยะไม่มีผิด

 

เร็นจิไม่อยากจะเชื่อว่าผ้าพันคอผืนนั้นเป็นของชายสูงศักดิ์ที่แสนจะเย็นชาคนนั้นจริงๆ แต่เมื่อคุจิกิ เบียคุยะรับว่า ใช่ นั่นผ้าพันคอของข้า มีอะไรรึ? เร็นจิจึงได้แต่ส่งผ้าำพันคอคืนให้หัวหน้าของเขาพร้อมก้มหัวกล่าวขอบคุณด้วยเสียงอ้อมแอ้ม

 

 

หลังจากเหตุการณ์นั้น เร็นจิจึงเริ่มเห็นอะไรหลายๆอย่างที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน

 

 

เขาสังเกตเห็นเส้นริมฝีปากของเบียคุยะโค้งขึ้นจนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นรอยยิ้มยามที่หัวหน้าของเขาจ้องมองตุ๊กตากระต่ายบนโต๊ะที่ได้มาจากลูเคีย และอีกครั้งยามที่เบียคุยะเห็นเร็นจิทำหน้าเหมือนอยากตายตอนที่เขาตวัดเส้นคันจิตัวสุดท้ายบนกระดาษรายงานผิดทำให้ต้องเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้น

 

 

เขาแอบเห็นคุจิกิ เบียคุยะลอบถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายยามที่ปริมาณเอกสารบนโต๊ะสุมกันเป็นกองพะเนิน และถอนใจอย่างพอใจยามได้ลิ้มรสซากุระโมจิจากร้านขนมร้านโปรด

 

 

เขาเห็นใบหน้าสับสนของคุจิกิ เบียคุยะยามจ้องมองกล่องขนาดจิ๋วที่ลูเคียบอกว่าเป็นน้ำผลไม้ และเขาก็แอบเห็นประกายในตาของชายจากตระกูลสูงสะท้อนออกมาเหมือนเด็กน้อยที่ค้นพบของเล่นใหม่ยามที่ได้ลิ้มรสชาติของน้ำผลไม้บรรจุกล่องเป็นครั้งแรก

 

 

เขาเห็นความเป็นห่วงที่คุจิกิ เบียคุยะเผลอแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวยามที่เร็นจิำพลาดท่าถูกศัตรูเล่นงานกลับมา

 

 

เขาเห็นสีหน้าอันอ้างว้างของคุจิกิ เบียคุยะยามที่เจ้าบ้านหนุ่มเห็นเงาสะท้อนของปิ่นปักผมล้ำค่าของตนเองในกระจก

 

 

เขาเห็นความหวาดหวั่นในสายตาของคุจิกิ เบียคุยะยามที่รู้่ว่าโทษที่รอลูเคียอยู่คือโทษประหาร

 

 

สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้เองที่ทำให้ความคิดของเร็นจิเปลี่ยนไป
แน่นอนว่าเร็นจิไม่ยอมรับในความจริงข้อนี้ เขายังเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่มีสิ่งใดที่เปลี่ยน

 

 

แต่มีหรือที่ซาบิมารุจะไม่รู้ว่าหัวใจของผู้ที่เป็นนายแทบจะหยุดเต้นหลังจากที่เร็นจิรู้สึกตัวในหอพยาบาลของหน่วยที่4แล้วรู้ว่าคุจิกิ เบียคุยะเอาตัวเข้าปกป้องลูเคียจนโดนเล่นงานซ้ำ และจนถึงขณะนั้นก็ยังไม่ได้สติ

 

แม้แผลจะยังไม่สมานดี แต่เร็นจิก็ฝืนถ่อสังขารไปเฝ้าไข้เบียคุยะถึงห้อง และอยู่ที่นั่นจนเจ้าชายน้ำแข็งของเขาลืมตาตื่นขึ้นมา

 

ซาบิมารุก็สงสัยเหลือเกินว่าถ้าเจ้าเด็กหัวส้มที่ชื่ออิจิโกะไม่เข้่ามาขัดเสียก่อนเขาจะได้เห็นจากสารภาพรักอย่างในนิยายน้ำเน่าของลูเคียไหม

 

 

ข้อสงสัยนั้นทำเอาเร็นจิโวยวายเสียใหญ่โต

 

 

ชายหนุ่มอ้างว่าสิ่งที่เขาจะพูดในตอนนั้นห่างไกลจากอะไรก็ตามที่ซาบิมารุคิดอย่างลิบลับ ระหว่างเขากับคุจิกิ เบียคุยะไม่มีอะไรมากไปกว่าผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น

 

"แล้วคุจิกิ เบียคุยะก็ยังคงเป็นเป้าหมายที่ข้าต้องการเอาชนะเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน!!" เร็นจิสำทับ

 

มันอาจจะเริ่มต้นเช่นนั้น

เร็นจิเฝ้ามองเบียคุยะเพื่อจะำไล่ตามบุคคลผู้นั้นให้ทันและแซงไปให้ได้

แต่ซาบิมารุรู้ว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ไม่มีทาง ไม่ใช่หลังจากที่เร็นจิได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของคุจิกิ เบียคุยะ

 

 

หัวใจที่อยากเอาชนะดูจะอ่อนโยนลงทุกวันและสายตาที่เฝ้ามองนั้นก็ไม่ใช่เพื่อจะไล่ตามให้ทันเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

 

ไม่ใช่ว่าเร็นจิปากแข็งไม่ยอมรับความจริงข้อนี้่หรอก


เจ้าโง่นั่นแค่ยังมองไม่เห็นความจริงพวกนี้เท่านั้นเอง


llllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll

 

 

 

ฟิคเฉพาะกิจ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด หัวหน้าอุกิทาเกะ จูชิโร่ 21 Dec 2005

 

If I have you by my side
By: Asana Fay Kakuba
Pairing: Kyoraku x Ukitake


*****************************

เกล็ดหิมะสีขาวค่อยๆทิ้งตัวลงมาจากท้องฟ้าอันมืดมิดลงสู่พื้นดินเบื้องล่างอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าจะรบกวนร่างบางเจ้าของผมสีขาวสลวยที่กำลังเำพลิดเำพลินกับมนต์ขลังของความเงียบงันในยามค่ำคืน
ปีนี้อากาศหนาวเร็วกว่าปีก่อนๆ เพียงแค่เริ่มเดือนสิบสองไม่นานหิมะก็เริ่มตกให้เห็นแล้ว

และเพราะอากาศที่หนาวเร็วขึ้นกว่าปกตินั่นเองที่ทำให้โรคประจำตัวของอุกิทาเกะ จูชิโร่ หัวหน้าหน่วยสิบสามผู้เป็นที่รักของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนกำเริบ ส่งผลให้เขาต้องล้มหมอนนอนเสื่อ ทั้งที่วันนี้น่าจะเป็นวันสำหรับการเฉลิมฉลองแท้ๆ

อุกิทาเกะ ถอนหายใจเบาๆ นึกเสียใจที่อาการป่วยของตนทำให้ลูกน้องของเขาตัดสินใจงดงานเลี้ยงวันเกิดที่ทุกคนตั้งใจจะจัดให้เขา

ความจริงนี่ไม่ใช่ปีแรกที่อาการป่วยของเขาทำให้แผนการจัดงานวันเกิดต้องล่มไปแบบนี้

แต่มันเป็นวันคล้ายวันเกิดปีแรกที่ชุนซุยไม่ได้อยู่กับเขา...

ตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่มีปีไหนที่ชุนซุยพลาดวันเกิดของเขาเลย แต่เำพราะปีนี้มีคำสั่งด่วนจากวังกลางให้หัวหน้าหน่วยแปดไปช่วยควบคุมการฝีกภาคสนามของเหล่านักเีรียนปีสุดท้ายของโรงเรียนยมทูต จึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

หลังจากได้ยินเื่รื่องคำสั่ง อุกิทาเกะยิ้มแล้วบอกเคียวราคุที่ทำท่าอิดออดไม่ยอมไปง่ายๆว่า

"ไปเถอะ ข้าไม่เป็นไรหรอก พวกคิโยเนะกับเซ็นทาโร่ก็ยังอยู่"

"แต่ ข้าไม่อยากทิ้งจูจังไว้ทั้งที่ยังป่วยแบบนี้นี่นา แถมมะรืนนี้ก็จะวันเกิดเจ้าแล้วด้วย"
ชุนซุยทำหน้าสลดหูตูบหางตก

"ข้าจะรู้สึกแย่กว่าถ้าเจ้าละทิ้งหน้าที่เพราะข้านะ"

เคียวราึคุจึงจำเป็นต้องไป แต่ก็ยังไม่วายที่จะกำชับว่า

"ข้าจะให้นานาโอะจังมาช่วยเฝ้าไข้ด้วย ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ห้ามเจ้าทำอะไรเกินกำลังเด็ดขาด เข้าใจไหม"

 

*****************************

คนป่วยถอนหายใจอีกครั้ง เขาพยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร นี่ก็เป็นแค่อีกครั้งชุนซุยต้องไปปฏิบัติภารกิจที่อื่น อีกไม่นานก็จะกลับมาเหมือนกับครั้งก่อนๆนั่นแหละ
แต่ถึงจะบอกตัวเองแบบนั้นทำไมยังเหงาแบบนี้นะ

ความจริง วันนี้น่าจะเป็นวันที่เขารู้สึกมีความสุขมากที่สุดในรอบปี เำพราะคนที่รักและเป็นห่วงเขาพากันมาอวยพรวันเกิดและซักถามถึงอาการป่วยอย่างห่วงใย

น้องๆทั้งเจ็ดมากันพร้อมหน้า แต่ละคนดูเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว แทบไม่เหลือเค้าของเด็กน้อยขี้แยที่วิ่งมาเกาะชายเสื้อพี่ชายใหญ่ยามที่ถูกพี่อีกคนแกล้ง น้องสาวคนเล็กที่เพิ่งออกเรือนไปก็ดูท่าทางมีความสุข แถมยังเอาข่าวดีว่าอีกไม่นานเขาจะได้เป็นลุงของหลานที่กำลังจะเกิดใหม่มาฝากอีกต่างหาก

จากตอนนั้นที่พวกเขาเป็นเด็กนี่มันกี่ร้อยปีมาแล้วนะ

อุกิทาเกะ จูชิโร่อดรู้สึกทึ่งไม่ได้ที่ตัวเองมีชีวิตอยู่มาได้นานขนาดนี้ หมอที่รักษาเขามาตั้งแต่เล็กก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ เด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าึุคงมีอายุได้ไม่ถึงสามสิบปีโตมาจนได้เป็นหัวหน้าของสิบสามหน่วยพิทักษ์

หากเขาต้องเป็นอะไรไปตอนนี้ เขาคงไม่เสียใจ ได้ใช้ชีวิตมาถึงตอนนี้ก็นับว่าเป็นกำไรชีวิตของเขาแล้ว

"..............."

เสียงคนกระซิบกระซาบด้านนอกห้องนอนของเขาดึงความสนใจของจูชิโร่ออกจา่กความคิดของตัวเอง

ใครกันนะ มาเอาป่านนี้

"
ท่านหัวหน้าอาจจะกำลังหลับอยู่นะคะ" เสียงของคิโยเนะกำลังพูดกับใครอีกคน

ประตูกระดาษค่อยๆเลื่อนออกเบาๆราวกับกลัวว่าจะปลุกใครก็ตามที่อาจจะกำลังนอนอยู่
แสงจากภายนอกเผยให้เห็นใบหน้าอันแสนคุ้นเคยของแขกยามวิกาล

"
ชุนซุย!"

"
ยังไม่นอนอีกเหรอ สุดหล่อ" ผู้ที่มาใหม่ทักพลางเดินเข้ามากอดร่างที่นั่งอยู่บนฟูกนอน คิดถึงข้าไหม

"
แต่...นี่มันแค่กี่วันเอง อีกตั้งสามวันไม่ใช่เหรอกว่า...อุ๊บ"

คำพูดต่างๆถูกขโมยไปพร้อมกับจูบอันอ่อนโยนนั้น จูชิโร่หลับตา และกอดอีกฝ่ายราวกับจะไม่ให้หนีไปไหน

"
สุขสันต์วันเกิด จูจัง อยู่กับข้าต่อไปอีกนานๆนะ" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบที่ข้างหู

อุกิทาเกะยิ้ม กอดร่างสูงแน่นเข้าไปอีกเป็นคำตอบ

เขาอาจจะเคยคิดว่าเขาคงไม่เสียใจถ้าหากร่างกายอันเปราะบางนี้จะยอมแพ้ให้กับกาลเวลา
แต่เวลานี้ เขาชักจะเปลี่ยนความคิดเสียแล้ว

ถ้าหากการมีชีวิตอยู่คือการได้อยู่ในอ้อมกอดคนๆนี้ทุกๆวัน ได้ยินเสียงอันอ่อนโยนนั้นกระซิบเรียกชื่อเขาที่ข้างหู ได้รู้สึกถึงความอบอุ่นที่อีกฝ่ายมอบให้ การมีชีวิตต่อไปอีกสักร้อยปีก็คงไม่เลวเลย

"
จูจังรักเจ้านะ..."

คิดอีกที.....อีกซักพันปีก็แล้วกัน...

*****************************

สุขสันต์วันเกิดท่านอุกิทาเกะค่าาา ขอให้อยู่เป็นขวัญใจท่านเคียวราคุและำพวกเรานานๆนะคะ (ถ้าไม่โดนอ.คุโบะทำมิดีมิร้ายซะก่อน ^ - ^;;)



Asana Fay
View full profile