National Secret (Part3 -End-)
By Asana Fay Kakuba
pairing: AU0106
Part 3/3
*****************************
“ว้าย!”
เสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้นอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆร่างในอาภรณ์สีขาวก็เลี้ยวผ่านมุมกำแพงเข้ามาชนกับเจ้าหล่อนอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง
“ข้าขอโทษ....อ๊ะ....ท่านนัดดาวดี...อารุจ....”
“อ้าว ท่านปราบ”
“ท่านปราบเองหรือเจ้าคะ ข้าตกใจหมด มีธุระอันใด ไยรีบร้อนเช่นนี้เจ้าคะ? ตายจริง! เสื้อท่านปราบเลอะหมดแล้ว”
หัวหน้านางกำนัลที่เดินมาพร้อมกับนักเรียนทหารหนุ่มน้อย ร้องออกมาอย่างตกใจอีกครั้ง เมื่อชาที่นางถือมาด้วย หกรดอาภรณ์ขาวของอีกฝ่ายจนเปื้อนเป็นดวง
“พวกเจ้ายกพระกระยาหารว่างไปให้องค์มหาราชาทั้งสองก่อนก็แล้วกัน ข้าจะจัดการเรื่องเสื้อท่านองครักษ์เอง”
นางหันไปร้องสั่งนางกำนัลที่เดินตามมา ก่อนจะนำตัวปุณยนันท์ไปยังห้องสำหรับเตรียมสำรับที่อยู่ไม่ไกล พร้อมกับอารุจ
ไยองครักษ์หนุ่มจึงรีบร้อนเช่นนี้? คงต้องย้อนเหตุการณ์ไปก่อนหน้านี้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน....
*****************************
“เจ้าคงเคยได้ยิน ว่าข้ารู้จักกับเคนได้ยังไง?”
คิโยโนบุ ราชันย์แห่งราชอาณาจักรข้างเคียงพูดอย่างเรียบเรื่อย ขณะที่ยกชาขึ้นมาจิบ
“ขอรับ...ท่านคิโยโนบุแฝงตัวเป็นสามัญชนออกท่องเที่ยว...จนมาพบกับท่านเคนโดยบังเอิญ...”
ชายหนุ่มสูงวัยกว่าพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“ตอนนั้น...ข้าก็เคยดื่มชาแบบนี้เหมือนกัน”
“งั้นหรือขอรับ....”
ดวงตาใสของปุณยนันท์ จับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของเขานัก แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะเงียบและฟังต่อ เพราะรู้ดีว่าชาวตะวันออกมักสื่อสิ่งที่ตนต้องการบอกแฝงไว้ในบทสนทนาที่อาจฟังดูไม่เกี่ยวกันเลย...
“แต่ว่าตอนนั้นเป็นเวลาดึกแล้ว เราทั้งคู่ต่างนอนไม่หลับ สุดท้ายก็เลยมานั่งจิบชาชมจันทร์กัน”
“ขอรับ...”
“ตอนนั้น...จำได้ว่าเคนแหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้า แล้วก็เปรยขึ้นมาว่า ดียิ่งนักที่คืนนี้มิใช่คืนเดือนมืด หากเป็นเดือนเพ็ญ”
“เอ๋...?”
“อย่าบอกเขาล่ะว่าข้าบอก...แต่เห็นเจ้าตัวบอกว่าสบายใจนัก ยามได้เห็นสีขาวนวลของดวงจันทร์....”
ราชนิกูลแห่งดินแดนข้างเคียงเว้นวรรคนิดหนึ่ง เพื่อมองคนตรงหน้าแล้วยิ้มให้...
“ข้าชักจะลืมแล้ว....เจ้าเคยบอกว่าชื่อเจ้าแปลว่าอะไรนะ? ปราบ?”
ดวงตาที่คมราวกับจะมองทะลุทุกสิ่ง....กำลังยิ้ม....
และปุณยนันท์ ศศบดี....ก็กำลังรู้สึกเหมือนใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าว....ราวกับจะไหม้....
เมื่อแรกเจอ...มหาราชาอนิวรรต...เจ้าชีวิตของเขา...ก็เคยถามคำถามเดียวกันนี้....
“นามสกุลเจ้าแปลกดี แปลว่าอะไรงั้นหรือ?”
สุรเสียงนั้น...ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ดังให้ได้ยินราวกับลอยมาจากที่ไกลแสนไกล....
และเขาก็ยังจำคำตอบของตัวเองต่อคำถามนั้นได้เช่นกัน....
“แปลว่าพระจันทร์ขอรับ....”
“องค์มหาราชาเสด็จ!!”
เสียงประกาศก้องของทวารบาล ทำให้ความคิดของปุณยนันท์หวนกลับมายังปัจจุบัน...
ชายหนุ่มรีบผุดลุกขึ้นยืน และทำความเคารพราชาของเขาทั้งที่ยังก้มหน้า เพื่อหลบซ่อนใบหน้าแดงก่ำ แต่ดูเหมือนนั่นก็ยังไม่พ้นสายตาคมของอีกฝ่าย....
“ปราบ? เป็นอะไรไป ทำไมหน้าแดงแบบนั้น?”
“ป...เปล่า ไม่มีอะไรหรอกพะย่ะค่ะ....”
“ท่านพี่ทำอะไรกับคนของข้า?”
“หืม? ข้าเปล่านะ? ข้าก็แค่นั่งจิบชาเฉยๆ ไหน? ปราบเป็นอะไรไป?”
“ไม่มีอะไรจริงๆพะย่ะค่ะ...ข้า.......เดี๋ยวข้าไปยกพระกระยาหารว่างมาให้ทั้งสองพระองค์ดีกว่า”
มหาราชาอนิวรรตมองขัตติราชรุ่นพี่ สลับกับองครักษ์ของตนที่เดินจ้ำอ้าวออกไปอย่างผิดสังเกตที่สุด หากก็ไม่อาจรั้งตัวไว้ด้วยเสียงอันดังได้ เพราะถึงที่นี่จะเป็นเขตพระราชฐาน แต่ก็ยังเป็นส่วนตัวน้อยกว่าห้องทรงงานหรือพื้นที่ฝ่ายใน
***************************
และนั่นก็คือเหตุที่นำตัวปุณยนันท์ มาอยู่ในห้องสำหรับเตรียมพระกระยาหารว่างอยู่ ณ ขณะนี้...
“เสื้อขาวๆแบบนี้ลำบากแย่เลย....”
นัดดาวดีเปรยออกมาอย่างอ่อนใจ ขณะที่อารุจหัวเราะออกมาเบาๆ
“วันก่อนข้าก็เพิ่งพูดอย่างที่ท่านนัดพูดเปี๊ยบเลยขอรับ” อารุจหันมาจะขอความเห็นจากองครักษ์หลวง
แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าปุณยนันท์ ทำหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างที่สุด...
“ท่านปราบ เป็นอะไรไปขอรับ?”
“.....อารุจ...เรื่องสีเสื้อของข้า...เจ้าห้ามไปพูดให้ใครฟังนะ...ท่านนัดดาวดีด้วย”
“อ...เอ๋?? ทำไมล่ะขอรับ?”
คำถามที่อารุจถามอย่างซื่อๆ ทำให้ปราบหันขวับ...
“เพราะถ้าข้าบอกเจ้า ข้าก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องปิดปากเจ้าน่ะสิ”
(ปิดปากเจ้า - จะให้ข้าขอร้อง,ข่มขู่, หรือติดสินบนข้าก็จะทำ)
“ห๊าา!!..ท...ท่านปราบ...มันร้ายแรงอย่างนั้นเลยหรือขอรับ...”
(ปิดปากข้า - ข้าก็โดนฆ่าปิดปากน่ะสิ!)
“ใช่ ร้ายแรงมาก เจ้าห้ามไปเปรยเรื่องนี้กับใคร เข้าใจไหม!”
(ใช่ ร้ายแรงมาก - ข้าไม่อยากติดสินบนหรือข่มขู่ใคร)
“ข....ขอรับ....”
(ใช่ ร้ายแรงมาก - ท่านปราบจะฆ่าข้าเลยเหรอ..)
“...ถึงขนาดฆ่าแกงเพื่อปิดความลับเลยหรือนี่....”
นัดดาวดีแอบพึมพำออกมาเบาๆ หลังปุณยนันท์ได้เดินออกไปจากที่นั่นแล้ว....
โดยไม่รู้เลยสักนิด....กว่ากำลังพูดคนละเรื่องเดียวกันอยู่.......
"เรื่องอะไรกันนะ ถึงได้ร้ายแรงขนาดให้แพร่งพรายออกไปไม่ได้...."
"อ๋อ....ข้ารู้แล้วล่ะขอรับ ท่านนัด! เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ ไม่ผิดแน่ครับ"
อารุจ ยุวทหารหนุ่มร้องออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม
“เรื่องที่ท่านปราบต้องการปิด มันต้องเป็นความลับระดับชาติแน่ๆเลย!"
*************************
Fin.