National Secret
by Asana Fay Kakuba
Pairing: 0106
Part 2/3
*************************
“กลับมาแล้วหรือ? ท่านองครักษ์?”
ร่างสูงหลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่เอ่ยทักพลางประทับตราลงบนเอกสารแผ่นสุดท้าย
ก่อนหันมาส่งยิ้มจางให้ผู้ที่เดินเข้ามา
“แหม...ตัวจริงกลับมาแล้วแบบนี้
ก็ได้เวลาที่ตัวสำรองอย่างข้าต้องจรลีแล้วสินะครับ”
“ท่านดารันตร์พูดอะไรน่ะครับ!”
อาลักษณ์หนุ่มหัวเราะชอบใจกับท่าทางที่ดารันตร์เหมาเอาเองว่า “กินปูนร้อนท้อง”
และนั่นก็ทำให้ปุณยนันท์ต้องโวยวายขึ้นมาอีกคำรบ
“เอาล่ะๆ ข้าไม่แหย่แ้ล้วก็ได้
แกล้งมากๆเดี๋ยวท่านมหาราชาจะทรงรำคาญ
เปลี่ยนใจไม่ทรงอนุมัติงบประมาณขยายหอสมุดเสียก่อน”
ว่าแล้วดารันตร์ก็ขอตัวลากลับไปพร้อมกับหนังสืออนุมัติขององค์มหาราชา
แต่ก็ยังไม่วายโผล่หน้ามาทิ้งระเบิดก่อนตัวเองจะจากไป
“ว่าแต่ ตอนข้าอยู่ด้วยน่ะ จะทรงเรียกท่านปุณยนันท์อย่างที่เรียกเวลาอยู่กันสองต่อสอง
ข้าพระองค์ก็ไม่ว่ากระไรหรอกนะพะย่ะค่ะ”
“ท่านดารันตร์!!”
ว่าแล้วอาลักษณ์หลวงก็รีบผลุบหัวหายไปเป็นการประกันความปลอดภัยของตนจากองครักษ์หนุ่ม
ทิ้งให้ปุณยนันท์ทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่เบื้องหลัง....โดยที่มีเสียงหัวเราะหึๆ
เล็ดลอดมาจากองค์เหนือหัว ที่กลั้นทัวเราะแทบตายอยู่ ณ พระที่นั่ง...
...ให้ตายเหอะ นี่มันเหนื่อยซะยิ่งกว่าการยกพลไปปราบปรามพวกคนเถื่อนเสียอีก...
ปุณยนันท์พยายามสะกดอารมณ์ระอุของตนอย่างเต็มที่ หากว่ามันก็คงไม่ได้ผล
เพราะสายตาสุกใสขององค์ราชาที่มองมา สะท้อนแววสนุกสนานยิ่งนัก
“ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว”
“ก็เพราะใครกันล่ะครับ...”
“นั่นสินะ ท่านดารันตร์เนี่ย พูดอะไรก็ไม่รู้”
“ข้าไม่ได้หมายถึงท่านดารันตร์หรอกนะครับ”
“หืม? งั้นใครกัน? หรือว่าวันนี้ไปโดนท่านคมเดชรังแกอะไรมาล่ะ?”
ปุณยนันท์ได้แต่จ้องจอมกษัตริย์ที่ทำท่าลอยหน้าลอยตาได้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด
เวลาปรกติก็เป็นกษัตริย์ที่่เปี่ยมด้วยทศพิศราชธรรมดีอยู่หรอก
แต่ไหงเวลาไม่ปรกติถึงได้ช่างแกล้งจนเขานึกอยากกลั้นใจตายนัก?
...ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเริ่มจะเชื่อเข้าไปทุกที
ว่าที่กำหนดให้สีเครื่องแบบเป็นสีขาวแบบนี้ ก็คงแค่อยากจะเห็นว่าเมื่อสิ้นสุดวัน
สีขาวๆนี่จะแปรเปลี่ยนเป็นสีอะไร หรือเหตุผลเอาแต่ใจอะไรเทือกนั้นเสียมากกว่าจะมีเหตุผลอะไรจริงๆจังๆ...
“เป็นอะไรไปครับ?”
อาจเพราะอาการนิ่งเงียบของปุณยนันท์ นานกว่าปรกติ ทำให้อนิวรรต วสุธาธาร เอ่ยถามขึ้น...
“เปล่านี่ครับ”
“โกรธหรือครับ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ”
ปุณยนันท์ก้มหน้าหลบตา...อันที่จริงนั่นก็เป็นเพราะเขาไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้เท่าไหร่ว่ากำลังนินทาผู้เป็นมหาราชาอยู่ในใจ....หากว่าอาการนั้นคงทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด เพราะคำถามถัดมาของอนิวรรต ฟังดูร้อนรนและคาดคั้นอย่างประหลาด
“ไม่ใช่แล้วอะไรล่ะครับ?”
ปุณยนันท์ถึงกับชะงัก และเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายเหนือหัว ดวงตาสีเข้มสะท้อนแววกังวล อย่างที่เขาไม่เคยเห็น....
“ก็แค่...ข้าเกิดสงสัยเท่านั้นเอง...ว่าเหตุผลที่ท่านเคนกำหนดให้สีเครื่องแบบราชองครักษ์เป็นสีขาวคืออะไร.....”
ดวงตาที่จับจ้องมาที่เขาฉายแววประหลาดใจ ดูเหมือนอนิวรรตจะอึ้งไปกับคำถามนี้...
“มีเหตุผลอะไรพิเศษงั้นหรือครับ?”
ดวงตาสีนิลของผู้ใต้บังคับบัญชามองอย่างมุ่งมั่นเพื่อฟังคำตอบ....หากว่า.....
“ไม่บอกครับ”
เสียงที่พูดออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำ ทำให้ผู้ที่รอฟังคำตอบถึงกับขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
“อะไรกันครับ ถ้ามีเหตุผลก็น่าจะบอกให้ข้าที่เป็นคนใส่ทราบบ้างสิครับ....”
“บอกไม่ได้ครับ”
“....คงไม่ใช่เหตุผลเอาแต่ใจอะไรหรอกนะครับ...”
ปราบแสร้งพูด...หากคำที่ควรเป็นเพียงคำหยอก กลับทำให้องค์มหาราชามีสีหน้าจริงจัง...
“ข้าอาจจะบอกไม่ได้...แต่ข้ารับรอง ว่าเหตุผลนั้นไม่ใช่อะไรไร้สาระอย่างแน่นอน พูดแบบนี้ปราบจะเชื่อข้าไหม?”
ปุณยนันท์หลบสายตาวูบเมื่อดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่เขา...ความหนักแน่นที่ถ่ายทอดออกมาให้รับรู้ ทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าซักอะไรอีก...
“...คำพูดของท่านเคน ข้าย่อมเชื่ออยู่แล้วล่ครับ...”
แม้ไม่รู้ว่าเหตุผลนั้นคืออะไร แต่ด้วยสีหน้าเช่นนั้นของผู้เป็นเจ้าชีวิต ก็ทำให้ปุณยนันท์ไม่สามารถเอ่ยคำถามที่ยังคาใจออกไปได้....
จนกระทั่ง......
“หืม....เคนเขาว่าอย่างนั้นหรือ..?”
สีหน้ายิ้มละไมของเจ้าผู้ครองอาณาจักรตะวันออกคลี่ออก เมื่อองค์รักษ์แห่งดินแดนผู้เป็นเจ้าบ้าน
รินชาหอมกรุ่นส่งให้อาคันตุกะจากแดนไกลผู้นี้...
“ขอรับ...พอเห็นท่านเคนทำหน้าตาจริงจังเช่นนั้น...ข้าก็เลย....”
“ไม่กล้าซักไซ้?”
“ขอรับ....”
ดวงตาคมของกษัตริย์แห่งบูรพทิศเหลือบมององครักษ์ประจำตัวชายหนุ่ม ที่สำหรับเขาแล้ว ไม่ต่างกับน้องชายอีกคนของตน แล้วก็ยิ้ม.....ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่....
*************************
To be continued