National Secret
by Asana Fay Kakuba
pairing: 0106
Part 1/3
**********************
“ท่านปราบนี่ลำบากแย่เลยนะครับ”
คำพูดที่ถูกเอ่ยขึ้น ทำให้ร่างโปร่งที่กำลังจัดสาบเสื้อให้เข้าที่อยู่ต้องชะงัก
และหันไปมองอย่างสงสัย
“ลำบาก?”
ชายหนุ่มทวนคำพลางมองเด็กหนุ่มผู้อ่อนอาวุโสกว่าอย่างงงๆ เขาเพิ่งเสร็จสิ้นการฝึก
และเด็กหนุ่มตรงหน้า ก็คืออารุจ ยุวชนเตรียมทหารที่เพิ่งเข้ามาประจำในกองพันหมาดๆ
ด้วยเหตุว่ายังไม่ได้เป็นทหารเต็มตัว นอกเหนือจากเวลาเล่าเรียน
นักเรียนทหารอย่างพวกเขาจึงมีหน้าที่คอยรับใช้ทหารชั้นผู้ใหญ่
“ก็ชุดของท่านปราบเป็นสีขาวล้วนเลยนี่ครับ...ข้าก็เลยคิดว่าการระวังไม่ให้เปื้อนนี่คงลำบากแย่เลย...”
เด็กหนุ่มพูดออกมาอย่างซื่อๆ
“งั้นหรือ...แต่ข้ากลับไม่คิดว่ามันลำบากเลย...เอ้อ...เจ้าก็ไม่ได้พูดผิดหรอกนะอารุจ...เพียงแต่ข้าไม่เคยคิดในแง่นั้นมาก่อน...”
ทั้งสองเดินคุยกันออกมายังส่วนของห้องโถงที่ตกแต่งอย่างเรียบๆด้วยโล่ห์ประดับดวงตราดาบคู่
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกองพันที่13
เช่นเดียวกับทหารคนอื่นๆที่เสร็จสิ้นการฝึกแล้ว...
หากชุดขาวของชายหนุ่ม ช่างดูโดดเด่นออกมาจากเครื่องแบบของทหารนายอื่น...
แต่ปราบ..หรือปุณยนันท์ ศศบดี ราชองรักษ์ประจำพระองค์ในองค์มหาราชาอนิวรรต
วสุธาธาร
ก็ได้ก้าวข้ามช่วงเวลาที่จะมารู้สึกอึดอัดกับสายตาที่จับจ้องมา...ทั้งด้วยความชื่นชมและอิจฉาริษยาแล้ว...
เขาทำความเคารพรองแม่ทัพคมเดช
ผู้ได้ผันตัวมาเป็นครูฝึกประจำและหัวหน้ากองพันที่13
อดีตผู้บัญชาการของตนอย่างนอบน้อมที่สุด แม้บัดนี้จะไม่ได้สังกัดกองพันที่13 หากแต่เป็นองครักษ์หนุ่มที่เป็นที่รู้จักไปทั่วแคว้น
คมเดชและตัวปุณยนันท์เองก็เห็นว่าการฝึกเช่นทหารทั่วไปยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชายหนุ่ม
จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชานุญาตจากองค์ราชันย์ให้รับการฝึกดังเช่นที่ผ่านมา...
“ข้าเคยได้ยินว่า
แต่ก่อนชุดราชองครักษ์ไม่ได้มีสีนี้นี่ครับ?”
อารุจถาม หลังเขาทั้งสองเดินออกมาจากเขตห้องโถงแล้ว
“แต่ก่อนยังไม่มีการตั้งกองทหารประจำพระองค์มหาราชา
กองทหารทั้งหมดขึ้นกับองค์มหาจักรพรรดิ ชุดก็เลยเหมือนกับทหารทั่วไปน่ะ
ข้าก็เคยใส่ชุดเหมือนๆกับพวกท่านคมเดช เพิ่งจะมาเปลี่ยนเครื่องแบบไม่นานมานี้...”
“งั้นหรือครับ...”
หนุ่มน้อยพยักหน้าหงึกหงัก
“งั้นองค์มหาราชาก็เป็นผู้กำหนดเครื่องแบบใหม่?”
“ใช่”
“รวมทั้งกำหนดสีด้วย”
“ใช่”
“แล้วทำไมต้องสีขาวล่ะครับ?”
“ก็.....”
ปุณยนันท์อ้าปากจะพูด แต่ก็ชะงักไปแค่นั้น เมื่อตระหนักได้ว่า เขาเองก็ได้ข้อสรุปออกมาเป็นความสงสัยไม่ต่างกับอารุจ...
นั่นสิ...ทำไมล่ะ??
“ข้า....ก็ไม่รู้เหมือนกัน...”
อารุจและปุณยนันท์กระพริบตาให้กันปริบๆ...
**********************
To be continued