Nonverbally
by Asana Fay K.
Pairing: Dr.Shamal x Gokudera Hayato
Fandom: Katekyo Hitman Reborn!
Rate: PG
หมายเหตุ : ตัวประกอบเป็นตัวละครออริจินอลที่ไม่ปรากฏในเนื้อเรื่องจริงนะจ๊ะ
**************************
ร่างในชุดสูทสีขาวเดินทอดน่องไปตามพื้นหินของถนนซึ่งทอดยาวไปถึงจัตุรัสใจกลางเมืองเป็นจังหวะที่บ่งบอกว่าเขาไม่ได้เร่งรีบอะไร รองเท้าหนังผลิตในอิตาลีคู่นั้นกระทบกับพื้นส่งเสียงดังกึกๆ สลับกับเสียงทักทายของผู้เป็นเจ้าของ ที่ร้องทักสาวแก่แม่ม่ายเจ้าของร้านที่อยู่ข้างทางด้วยเสียงกรุ้มกริ่ม
"Bonjour Madam~~"
แม้ัจะแปร่งด้วยสำเนียงคนต่างถิ่น หากสาวน้อยใหญ่ก็หัวเราะและส่ายหัวให้กับ คำทักทายของผู้มาเยือนที่มาถึงเมืองเล็กๆแห่งนี้เมื่อหลายวันก่อน
"วันนี้ไม่ไปตามหาความรักที่ไหนอีกหรือคะ?"
เสียงทักทายที่แฝงด้วยน้ำเสียงประชดนิดๆถูกถามขึ้นด้วยท่าทีเป็นมิตรแต่ก็ยังไว้เชิง หลังจากที่ร่างสูงเปิดประตูเข้ามาในร้านอาหารเล็กๆหัวมุมถนน
ชายในชุดสูทสีขาวยิ้มพร้อมยื่นดอกไม้ที่ถือมาให้เธอ ก่อนหยอดคำหวานด้วยภาษาของท้องถิ่น
"มารีที่รัก เธอก็รู้ว่าหัวใจของฉันตอนนี้เรียกร้องความรักจากเธอคนเดียว?"
พูดแล้วไม่พูดเปล่า มือที่ว่างยังยื่นเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว หากว่าหญิงสาวก็ไวพอที่จะใช้ถาดสีเงินที่ถืออยู่ฟาดเปรี้ยงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จนมือปลาหมึกนั้นต้องหดกลับไปพร้อมเสียงโอดโอยน่าสงสารที่เธอรู้ดีว่าต้องหารความน่าเชื่อถือออกสักเท่าไหร่จึงจะพอ
"ยังไม่เปลี่ยนเลยนะคะ แต่ช่วยจำไว้ว่าตอนนี้ฉันแต่งงานแล้วนะ?"
"เช่นนั้นฉันก็ยังรักเธอเหมือนเดิมนั่นแหละ"
หญิงสาวฟังคำตอบนั้นแล้วก็ต้องยิ้มพร้อมถอนหายใจออกมาเบาๆ แว่บหนึ่งที่ดวงตาคู่สวยอ่อนลงเมื่อนึกถึงอดีตของเธอกับคนตรงหน้าเมื่อนานแสนนานมาแล้ว แต่ชั่วเพียงอึดใจ ดวงตาใสก็กลับมาสะท้อนประกายดังเดิม
"ฉันเตรียมที่ให้คุณทางโน้น เดี๋ยวเอสเพรซโซ่จะตามไปนะคะ"
ว่าแล้วเธอก็รุนหลังเป็นการบังคับให้อีกฝ่ายไปนั่งตามคำแนะนำ ก่อนจะหายไปยังหลังเค้าท์เตอร์เตรียมเครื่องดื่ม
หนุ่มใหญ่ทำท่าเหมือนจะเรียก แต่ก็ชะงัก ก่อนจะเปลี่ยนใจกลางคัน แล้วยอมนั่งตรงที่นั่งโดยดี
มารียังรู้ใจเขาเหมือนเดิม...ที่นั่งริมหน้าต่างเปิดรับแสงจากภายนอกทำให้บรรยากาศบริเวณโต๊ะสว่างสดใส หากก็ไม่ได้เจิดจ้าจนเกินไปเมื่อผ่านกิ่งก้านใบของไม้ใหญ่ด้านนอก...
ลมเย็นของต้นฤดูร้อนพัดผ่านเข้ามาจากหน้าต่างที่เปิดโล่ง...ทำให้เขาอดหลับตาลงรับความเย็นรื่นใจนั้นไม่ได้...
....แล้วอยู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แว่บเข้ามาในหัว....ว่าอีกฟากหนึ่งของโลก......อากาศจะสดใสเช่นนี้ไหม.....
"เอสเพรสโซ่ค่ะ"
ความคิดที่กำลังล่องลอย ถูกขัดด้วยกาแฟหอมกรุ่นในถ้วยขนาดกระทัดรัดที่ได้รับการวางลงตรงหน้า...
กลิ่นหอมที่แตกต่างจากเอสเพรซโซ่ที่คุ้นเคย แต่ก็กลมกล่อมในแบบของตัวเองลอยมากระทบจมูก...
"ขอบคุณ มารี"
"วันนี้อากาศดีนะคะ"
เธอเอ่ยขึ้น ....คงเพราะเห็นว่าเขาทำท่าเหมือนคิดอะไรหลังจากมองท้องฟ้าสีสดนั่นล่ะมั้ง....
"...นั่นสินะ...."
"คิดถึงใครอยู่ใช่ไหมล่ะคะ?"
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนอ้าปากเตรียมจะเถียง หากเธอก็ห้ามไว้เสียก่อน
"อ๊ะๆ อย่าเชียวนะคะ ฉันรู้ นะ เวลาที่คุณทำหน้าอย่างนั้น น่ะ"
คำพูดนั้นต้อนให้เขาต้องยกมือยอมแพ้...อย่างน้อย เธอก็เป็นถึงอดีตเจ้าหน้าที่ตอบโต้ข่าวกรองของฝรั่งเศสนี่นะ....
"ถ้าคิดถึง ทำไมไม่ไปหาล่ะคะ?"
".......ยังไม่ถึงเวลาน่ะ..."
คำตอบคลุมเครือ ถูกตอบออกมาหลังนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หากเธอก็เพียงแค่ยิ้มออกมาราวกับจะล้อคนตรงหน้า
"ไม่สมเป็นคุณเลยนะ?"
หนุ่มใหญ่ยิ้มตอบ...ไม่พูดอะไรออกมามากกว่านั้น...
นั่นสินะ...
ทำแบบนี้ อาจจะไม่สมเป็นเขาอย่างที่เธอว่าจริงๆก็ได้...
แต่ว่า...
"เฮ่อ....อ่ะ..."
ลมหายใจถูกทอดถอนออกมา ก่อนจะทันรู้ตัวเสียอีก.....
ให้ตาย นี่มันไม่สมกับเป็นเขาจริงๆนั่นแหละ...
คนที่อยากจะไปไหนก็ไป ไม่สนใจกับใครหรืออะไร แค่เพียงมีสาวสวยก็เพียงพอแล้ว....
เขาควรจะเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือ...?
แล้วไอ้ที่เป็นอยู่นี่คืออะไรกันน่ะ??
ไอ้ความรู้สึกแบบนี้....
.......ไอ้ความ 'คิดถึง'........นี่น่ะ......
********************************
"....จึงสรุปได้ว่า ภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีครับ"
เสียงสรุปรายงานการปฏิบัติการของคนตรงหน้าที่สิ้นสุดลง ทำให้เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่พยักหน้า แล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ
"ขอบคุณมากนะโกคุเดระคุง"
"ไม่เป็นไรมิได้ครับ รุ่นที่สิบ"
และคำชมนั้น ก็ทำให้ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น 'มือขวา' ยิ้มหน้าบาน...
ในช่วงเวลาที่วองโกเล่ตั้งฐานบัญชาการในญี่ปุ่นเช่นนี้ ย่อมมีเรื่องมากมายให้ต้องจัดการ และเขาก็ดีใจที่ได้ทำประโยชน์ให้กับ 'ดอน' ของเขาอย่างคุ้มค่าที่สุด...
"ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว เพิ่งจบภารกิจมาคงเหนื่อย ไปพักก่อนเถอะ แล้วค่อยเจอกันตอนเวลาอาหารค่ำก็แล้วกันนะ"
"ครับ รุ่นที่สิบ"
แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มผมสีเงินจะทันได้หันหลังเดินออกไป สึนะโยชิ ผู้รั้งตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่สิบก็นึกอะไรขึ้นมาได้....
"จริงสิ โกคุเดระคุง"
"ครับ"
"นี่ถูกส่งมาเมื่อวันก่อน ระหว่างที่ไม่อยู่แน่ะ"
โกคุเดระยื่นมือออกไปรับ...และก็พบว่ามันคือโปสการ์ดแสดงภาพเมืองชายทะเลในแถบยุโรปเมืองหนึ่ง...
"โปรวองซ์"
สึนะโยชิพูดพลางยิ้มให้ ระหว่างที่คนตรงหน้าพลิกไปอีกด้าน เพื่อดูว่าใครเป็นผู้ส่งมา...
"เจ้า้บ้านั่น...."
และคิ้วของเด็กหนุ่มก็ต้องขมวดมุ่นขึ้นมาทันที แม้จะไม่ปรากฏนามผู้ส่ง แต่ลายมือหวัดๆนั้นก็เกินพอที่จะบอกสิ่งที่ต้องการจะรู้...
"หมอชีกอเอ๊ย...."
"ใบที่ห้าแล้วสิ?"
คำถามนั้นไม่ต้องการคำตอบ สึนะโยชิเพียงแค่ยิ้ม ขณะที่มือขวาของเขายิ่งหน้าหงิกเข้าไปใหญ่....
ดวงตาสีมรกตจ้องโปสการ์ดในมือด้วยแววขุ่นเคือง ขณะที่ปากก็พร่ำสรรเสริญใครบางคนออกมาให้ได้ยินเป็นเสียงงึมงำ...
"โกคุเดระคุง...."
"ครับ?"
"ไปธุระที่ฝรั่งเศสให้ฉันหน่อยได้ไหม?"
********************************
บางที....
บางที...มันก็เป็นเรื่องแปลก...ที่คนเราพูดสิ่งที่คิด ออกไปได้ยากกว่าที่จินตนาการเอาไว้....
แม้จะแค่คำสั้นๆเพียงไม่กี่พยางค์...แต่มันก็บอกออกไปได้ยากเหลือเกิน....
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น...ก็ยังอยากสื่อให้อีกฝ่ายรู้.....มากจนต้องทำอะไรสักอย่าง....
"เฮ้....."
เสียงแฝงด้วยความหงุดหงิดที่ดังขึ้น ทำให้คนที่นอนหลับอยู่บนผืนหญ้าต้องยกหมวกที่ใช้ปิดหน้า บังแสงอาทิตย์ไว้ออกไปให้พ้นทาง...
"มาช้าจัง..."
"อย่ามาพูดเหมือนเป็นความผิดฉันนะ เจ้าหมอเถื่อน"
คนบนพื้นหัวเราะหึๆออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะยันตัวให้ลุกขึ้นนั่ง
"ฉันแก่ตายไปก่อนจะทำยังไง?"
"ไม่ตายง่ายๆอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ?"
เจ้าของเรือนผมสีเงินพูดเช่นนั้น ก่อนล้มตัวนอนลงข้างๆ
ไม่มีคำพูดใดนอกจากนั้น ไม่มีคำพูดถามไถ่ใดๆ....มีเพียงแค่เสียงของใบไม้ที่เสียดสีกัน
ยามสายลมของฤดูร้อนพัดผ่าน....
มีเพียงแค่รอยยิ้ม...ที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งสองอย่างเงียบๆ......
บางที....คนเราพูดสิ่งที่คิดออกไปได้ยากเหลือเกิน...ทั้งที่เป็นคำสั้นๆเพียงไม่กี่พยางค์
.....แต่รู้ไหม......
บางที....มันก็อาจจะไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกไปจริงๆก็ได้นะ......
ความรู้สึก....ที่ส่งผ่านได้โดยไม่ต้องอาศัยตัวอักษร หรือแม้แต่คำพูด.....
รู้สึกถึงมันไหม.....?
*********************************
FIN