2008/Sep/03

A Call without a coin
by Asana Fay K.

 

"แล้วผมจะกลับมารับกระเป๋าก่อนสามทุ่มนะครับ"

ผมได้ยินเสียงตัวเองพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษ...แม้จะไม่ไพเราะเช่นเจ้าของภาษา แต่มันก็ทำให้พนักงานของโรงแรมที่เพิ่งจะยกกระเป๋าเดินทางใบเขื่องของผมไปเก็บพยักหน้าให้ แล้วเอ่ยด้วยไมตรีจิตว่า

"เที่ยวให้สนุกนะครับ"

...แล้วพอผมก้าวพ้นโรงแรม...วันว่างๆที่ไร้จุดหมายตามลำพังในเมืองที่ไม่คุ้นเคยก็เริ่มต้นขึ้น....


เฮ่อ...ถ้าหากเช็คเวลาเดินทางกลับกับเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มก็ดีหรอก จะได้ไม่ต้องมาแกร่วอยู่คนเดียวแบบนี้...

ผมได้แต่คิดแบบนั้นพลางมองท้องฟ้าสีฟ้าสดใสที่เปิดกว้าง ทอดตัวอยู่เหนือยอดตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจที่มองเห็นได้จากเนินอันเป็นที่ตั้งของโรงแรม...


แต่ใครจะรู้? อะไรดีๆอาจจะรออยู่ก็ได้?


ผมคว้ากล้องออกจากกระเป๋าเป้บนหลัง ก่อนจะเริ่มออกเดิน...




เพราะตอนก่อนมาไม่ได้ปรึกษาใคร...กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าเครื่องบินเที่ยวกลับของตัวเองเวลาต่างกับของชาวบ้านเขาสิบกว่าชั่วโมง ก็สายไปแล้ว...

...ต่อให้โทร.ไปขอเลื่อนเวลา ไฟลท์อื่นก็เต็ม...จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะก้มหน้ารับชะตากรรมด้วยรอยยิ้มอย่างเงียบๆ...


โชคยังดีที่สามารถฝากกระเป๋าเอาไว้ที่โรงแรมที่พักได้จนค่ำแม้จะเช็คเอาท์ออกไปแล้ว ผมจึงกะว่าจะออกไปเตร็ดเตร่ในเมืองคนเดียว ก่อนที่จะกลับมาเอากระเป๋า และนั่งรถบัสที่จองผ่านทางโรงแรมไปสนามบิน...

 

คนเดียว...กับเวลากว่า12ชั่วโมง...ในเมืองที่ไม่รู้จัก...

....เป็นความรู้สึกที่แปลกดีนะ......

 

ที่แรกๆที่ผมแวะไป คือพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ...หอศิลป์ที่แสดงภาพวาดของศิลปินท้องถิ่น...ห้องสมุดของรัฐที่ดูทันสมัยและเพียบพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก

ผมแวะกินข้าวที่ร้านอาหารไอริชแห่งหนึ่ง...

ในกระเป๋าเหลือเงินอยู่ไม่มาก...หลังจากคำนวณให้เหลือพอใช้ฆ่าเวลาด้วยการดูหนังสักเรื่อง ผมก็ตัดสินใจสั่ง Rump Steak ที่ขึ้นเป็นเมนูพิเศษของร้านเพื่อมาทานเป็นอาหารกลางวันมื้อสุดท้ายในประเทศต่างถิ่นแห่งนี้...


และตอนที่ผมกำลังจัดการเจ้าชิ้นเนื้อกับสลัดตรงหน้านั่นเอง...เสียงโทรศัพท์มือถือของใครบางคนก็ดังขึ้น...


"ว่าไง"

ผมมองไปยังโต๊ะเยื้องๆกัน...และก็เห็นผู้เป็นเจ้าของเสียงโทรศัพท์ซึ่งนั่งอยู่กับเพื่อนอีกสองสามคนกรอกเสียงไปตามสายพร้อมรอยยิ้ม....
ใครบางคนที่โทร.มาเป็นเพื่อนที่บอกว่าจะตามมาทีหลัง...หลังจากเร่งให้ปลายสายมาให้ไวๆ โทรศัพท์สายนั้นก็ถูกตัดลง ก่อนคนบนโต๊ะจะหันไปคุยกันต่อ....

....โทรศัพท์งั้นเหรอ.....

 
ตอนนี้ผมไม่มีโทรศัพท์...หรือถ้าจะพูดให้ถูก...ผมไม่ได้ใช้มันเลยตั้งแต่มาที่นี่...
การสื่อสารทุกอย่างเป็นการติดต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ต...

และในวันสุดท้ายของการพักอาศัยในประเทศแห่งนี้...เจ้าอินเตอร์เน็ตที่ว่าก็ไม่อยู่เป็นทางเลือกให้ผมใช้ติดต่อกับผู้คนเสียแล้ว เมื่อไม่รู้จะเอาไปต่อได้ที่ไหนในเมืองที่เพิ่งจะมาถึงเมื่อวานเพื่อรอขึ้นเครื่องในวันนี้...


ผมมองไปรอบๆ...และก็ไม่รู้เป็นเพราะว่าตัวผมเองไม่มีโทรศัพท์ไว้ใช้ติดต่ออยู่หรือเปล่า แต่จู่ๆผมก็สังเกตเห็นว่ามีโทรศัพท์อยู่ทุกหนทุกแห่งอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน...


....ถ้าหากมีโทรศัพท์ในตอนนี้...ผมจะใช้มันโทร.หาใครดีนะ....



...พ่อกับแม่?...แน่นอนล่ะ พวกท่านคงคิดถึงผม....

...เพื่อนๆ?...ไม่ล่ะ...ขืนโทร.ไปก็โดนทวงของฝากน่ะสิ...ฮะๆ....

ผมเผลอยิ้มขำออกมาเมื่อจินตนาการถึงปฏิกิริยาที่น่าจะเป็นไปได้ของเจ้าพวกตัวแสบทั้งหลาย

...หรือว่า....?

ลมหายใจถูกผ่อนออกมาเบาๆพร้อมกับรอยยิ้ม...และผมก็เพิ่งมารู้ตัวว่าดวงตาของตัวเองดูอ่อนลงแค่ไหนก็ตอนที่เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวผมในกระจกที่ติดอยู่ที่ผนังอีกฝั่ง...

...ถ้าผมโทร.ไปหาคุณได้...คุณจะอยากคุยกับผมไหม...?


ผมตั้งคำถามนั้นในใจ...แต่คำตอบ...ก็ไม่ได้ลอยกลับมาหา....


แล้วหลังจากเข้าไปดูหนังฆ่าเวลาตามที่วางแผนไว้...พอกลับออกมาอีกครั้ง...ท้องฟ้าก็ได้เปลี่ยนเป็นสีเข้มราวกับผืนผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงิน...

ผมใช้เวลาเดินทอดน่องไปตามริมน้ำ...ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปถึงไหนๆ
ก่อนจะข้ามสะพานกลับมา....

ที่หน้าสถานีรถไฟ...ผู้คนมากมาย กำลังยืนโทรศัพท์อยู่ที่ซุ้มโทรศัพท์สาธารณะ....


ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ผมทำแบบนั้น...แต่...

ผมเดินเข้าไปยังโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง ก่อนจะยกหูขึ้นมาโดยที่ไม่ได้หยอดเหรียญหรือกดหมายเลขเสียด้วยซ้ำ...

สิ่งที่ผมทำ...ก็เพียงแค่กรอกเสียงลงไป...


"ฮัลโหล...ได้ยินไหมครับ...."


ผมได้ยินเสียงตัวเองกระซิบเบาๆ....

"ผมคิดถึงคุณจัง...."


*******************
Fin.

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
น่ารักมากเลยท่าน
เราชอบจัง เรื่องโทรศัพท์เราเคยเขียนเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้ด้วยละ (หรือว่าเราจะเป็นเนื้องอกซึ่งกันและกัน??? )
#1  by  ~★Luvless Paradise★~ At 2008-09-03 19:13, 
โอย, เขินแบบแปลกๆcry

บรรยากาศอุ่นจางล่องลอยเหมือนเคย
โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย...surprised smile

ถึงจะไม่ได้ยินเสียงจากปลายสายตอบกลับมา
เราว่าอีกฝั่งสายก็คงรู้สึกไม่ต่างกันนั่นล่ะ big smile
#2  by  aki At 2008-09-03 19:26, 
ว้าววว

ฟิคนี้น่ารักจังเลยงับ><

โฮกตอนจบมากๆเลยเจ้าค่า

"ผมคิดถึงคุณจัง...."

/นอนตาย

#3  by  llครอnlจ้าปัญxา ^^ At 2008-09-03 19:42, 
น่ารักมากมายเลยคะ
ตอนจบ น่ารัก อิ อรั๊ง สุดๆcry
#4  by  RangikU At 2008-09-03 21:49, 
อา..ชอบอารมณ์ในเรื่องจังค่ะ ชอบพี่อาซานะแต่งฟิคเพราะอ่านแล้วภาพมันลอยเข้ามาในหัว ปลื้ม TvT)+
แอบชอบตอนจบ จะน่ารักไปไหน อ๊าย T///T
#5  by  『KonekoRei』1859 Is Love♥ At 2008-09-04 00:13, 
มันให้ความรู้สึกว้าเหว่
และรู้สึกถึงคำว่า "ตัวคนเดียวในที่ๆไม่รู้จัก" จริงๆค่ะ
โดยเฉพาะโทรศัพท์ที่ไม่มีการต่อสายไปหาใครนั้น
สะท้อนความเหงาจับใจออกมาได้มากๆเลยค่ะ
ว่าแต่ ตอนอ่านตอนจบ แอบเขินหน่อยๆเพราะเราก็เคยทำ 55+open-mounthed smile
#6  by  Shiz/Ideologies~万事屋しずちゃん At 2008-09-04 01:12, 
cry cry cry

เพ้อค่ะ ดูมันเป็นออริฟิคที่เหงาๆแต่น่ารักไหงก็ไม่รู้ การอยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้ดีไปหมดนะเนี่ย(ด่าตัวเองกลายๆ) ภาษางามเช่นเคยค่ะท่านพี่ ปกติไม่ค่อยชอบโทรศัพท์ แต่ฟิคนี้ทำเอาอยากโทรแฮะ ปัญหาคือโทรหาใคร? ก็...ทำแบบฟิคละกันโทรโดยไม่เติมเงิน แป่ว

ปล. อยากปริทน์ฟิคพี่ไปต้มกิน เพื่อจะแต่งได้เยี่ยมแบบนี้บ้างง่ะค่ะ
#7  by  M_Black At 2008-09-04 18:25, 
ฮื้ม...อ่านแล้วยิ้มออกอีกแล้วค่ะพี่อาซานะ cry

คิดๆ แล้วน่าอิจฉาคนปลายทางจังเลยน้า ที่มีคนคิดถึงตัวเองอยู่ขนาดนี้ ใครจะรู้...อีกฝ่ายอาจจะเคยลองยกหูหาคุณอยู่ก็ได้นะ อุ๊ย น่ารักน่าอิจฉาจริงๆ confused smile

#8  by  ฟูจัง~* At 2008-09-07 13:09, 
น่ารักมากเลยจ้า confused smile

ดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่นและขี้เหงาดีนะ
#9  by  อุ๋ยเมี้ยว (124.120.216.209) At 2008-09-30 17:49, 

<< Home


Asana Fay
View full profile