Half way to the moon
By: Asana Fay K.
Fandom: Katekyo Hitman Reborn!
Pairing: Dr.59
Rate: PG
***************************
“ดอกเตอร์กับโกคุเดระคุงเนี่ย ดูสนิทกันจังเลยนะคะ”
คำพูดของหนึ่งในเด็กสาวที่ไม่ถือสาหาความกับความชีกอที่ออกนอกหน้า กล้าคบหาหมอเถื่อน
ประจำห้องพยาบาลเป็นเพื่อนคนนั้น มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
“หา?”
ปฏิกิริยาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เป็นไปอย่างอัตโนมัติ
ชามาลแทบจะทิ้งขวดแอลกอฮอล์สำหรับล้างแผลในมือร่วงไปแล้ว
ดีว่ายังพอมีสติคว้าเอาไว้ได้กลางอากาศเสียก่อน
“ฉันเนี่ยนะ?? บอกไว้ก่อนนา อย่างงั้นน่ะไม่ใช่สเป็คฉันหรอก”
“งั้นหรือคะ?”
เธอผู้เป็นหัวหน้าชมรมดนตรีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสดงอาการแปลกใจ
“...แต่ถึงอย่างนั้น ก็ดูสนิทกันออกนะคะ?”
หนุ่มใหญ่เลือกที่จะไม่ตอบ เพียงแค่ยิ้มให้ ก่อนเอี้ยวตัวไปที่ตู้เก็บยา แล้ววางยาฆ่าเชื้อ
ขวดที่เพิ่งใช้ปฐมพยาบาลสาวน้อยตรงหน้าให้กลับเข้าที่ ปล่อยให้ผู้ที่ถามคำถาม
นึกหาคำตอบเอาเองจากรอยยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้นั้น...
สาวน้อยก้มหน้าลงมองผ้าก็อซสีขาวที่แปะอยู่เหนือเข่าของตนที่เพิ่งได้แผลหกล้มมาหยกๆ
พลางกัดเม้มริมฝีปาก...เหมือนกับกำลังชั่งใจ...ว่าจะพูดสิ่งที่อยู่ในห้วงคำนึงออกไปดีหรือไม่...
“เอ่อ...ดอกเตอร์คะ....”
แล้วหลังจากรวบรวมความกล้า...เธอก็เอ่ยขึ้น...ทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากหัวเข่าของตน....
“...โกคุเดระคุง....”
“หืม?”
“...ต้องทำยังไง...ถึงจะชนะใจโกคุเดระคุงได้หรือคะ....”
คำพูดถูกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเก้อเขิน พร้อมกับที่พวงแก้มขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อๆราวกับ
ลูกพีช...ความน่ารักของเด็กสาววัยแรกรุ่นที่กำลังมีความรัก เป็นองค์ประกอบอย่างแรก
ที่ทำให้หมอหนุ่มใหญ่ถึงกับอ้ำอึ้งไป....
....ส่วนองค์ประกอบที่สอง.....
“ต้องทำยังไงงั้นเหรอ....”
นั่นสิ...แล้วมันยังไงกันล่ะ......?
หมอเถื่อนที่กำลังจนมุมกับคำถามที่ประสบการการหลีสาวอันยาวนาน ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย
อ้าปากเหมือนจะพูด แต่ก็ปิดปากลงเหมือนกับเปลี่ยนใจกลางคัน ก่อนจะทำท่าพูดอะไรอีก
สลับกันอยู่อย่างนี้สองสามครั้ง...จนเมื่ออับจนหนทางเข้าแล้วจริงๆ...เธอผู้เป็นคนถาม
ก็เป็นฝ่ายหาทางออกให้โดยบอกว่า
“ขอโทษค่ะ!...ไม่ควรจะถามอะไรแปลกๆแบบนั้นออกไปจริงๆนั่นแหละ...ขอโทษนะคะ!...”
เธอยิ่งก้มหน้างุด ก่อนจะลุกพรวดขึ้น พวงแก้มกลายเป็นสีชมพูเข้มยิ่งกว่าเก่า...
“ขอบคุณที่ช่วยทำแผลให้นะคะ”
และหลังจากก้มหัวให้เสียจนตัวต่ำ เด็กสาวก็วิ่งหายออกจากห้องพยาบาลไป.....
ส่วนหนุ่มใหญ่ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง...ก็ได้แต่มองตาม ก่อนจะถอนหายใจออกมา....
“ถอนหายใจแบบนี้เดี๋ยวก็แก่เร็วขึ้นไปกว่านี้หรอก”
เสียงบอกบุญไม่รับที่ดังขึ้นอย่างไม่ให้สุ้มเสียง...ทำให้คนที่นั่งอยู่ถึงกับสะดุ้ง
“ฮายาโตะ?”
และท่าทางแบบนั้น ก็ไม่เข้าตาเด็กหนุ่มสักนิด
“ตกใจอะไรของนาย? ...อ้อ...หรือว่ามาขัดจังหวะ?”
ดวงตาสีมรกตฉายแววขุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์เมื่อนึกถึงภาพเด็กสาวที่วิ่งสวนออกไปเมื่อครู่...
แม้จะไม่ได้ยินบทสนทนาของคนทั้งคู่ แต่พวงแก้มแดงระเรื่อของเจ้าหล่อนก็ชวนให้หงุดหงิด
อย่างบอกไม่ถูก...
“ไม่ใช่อะไรอย่างนั้นหรอกน่า...”
ชามาลปฎิเสธพลางมองเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินตรงหน้า...
หน้าตามุ่ยๆกับท่าทางที่เหมือนแมวที่ตัวพองเพราะความอารมณ์เสีย ทำให้หมอหนุ่มอดยื่นมือ
ไปลูบหัวสีเงินนั้นเบาๆไม่ได้....และก็ดูเหมือนว่าเขาจะโชคดีอีกฝ่ายจะไม่โกรธอะไรรุนแรง
เพราะไม่เช่นนั้น คนตรงหน้าคงสะบัด เบี่ยงตัวไม่ยอมให้ลูบดีๆแบบนี้แน่...
...เหมือนแมวไม่มีผิด....
“กลับได้หรือยัง?”
เสียงที่ยังแฝงความขุ่นเคืองถามขึ้นอย่างห้วนๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำออกไปก่อน
ชามาลพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม....
...ก็เพราะแบบนี้แหละ....ถึงได้ออกอาการน้ำท่วมปากแบบเมื่อครู่....
...เด็กสาวผมยาวที่เพิ่งวิ่งหายไป...นอกจากจะเป็นที่รู้จัก เนื่องจากรับหน้าที่หัวหน้าชมรมดนตรีแล้ว...
ยังขึ้นชื่อเรื่องความเรียบร้อยและอ่อนหวานน่ารักจนเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆกว่าค่อนโรงเรียน...
ความรู้สึก....ที่คล้ายกับใครบางคนที่เขาเคยรู้จักในอดีตเหลือเกิน....
คล้าย....จนไม่กล้าบอก...ว่า ‘ถ้าเป็นเธอล่ะก็ คงไม่ต้องห่วงอะไรหรอก.....’
และก็คงไ่ม่มีทาง...ที่เขาจะสามารถพูดต่อไปได้ว่า
‘ก็เธอคล้ายกับแม่ของเจ้านั่นมากเลยนี่นา.......’
....แปลกดีใช่ไหมล่ะ?....ทั้งที่เขาไม่มีสิทธิ์จะหวง...หรือทำอะไรแบบนั้นแท้ๆ.....
“แล้วตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะ....”
คำถามที่โพล่งขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้หนุ่มใหญ่ที่กำลังล้างจานหลังอาหารค่ำได้จบลง
หันมามองเด็กหนุ่มที่นั่งหันหลังให้อยู่ที่โซฟา...
“หมายถึง?”
“....เด็กผู้หญิงคนนั้น....”
เจ้าของเรือนผมสีเงินที่ถือแก้วกาแฟหอมกรุ่นเอาไว้ในมือ ถามเหมือนไม่ใส่ใจ...
หากว่าถ้าไม่ใส่ใจจริงๆ...มีหรือที่จะหยิบยกขึ้้นมาถามเอาตอนนี้...?
“นี่ยังติดใจอยู่อีกเหรอ?”
คำตอบนั้นมาพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะ จนคนถามหน้าตึงขึ้นมาทันที
“น่าขำตรงไหน?”
“เปล๊า...” ร่างสูงเช็ดมือด้วยผ้าขนหนู ก่อนจะโยนมันไว้แถวๆนั้นแล้วเดินมาหา
“แค่ไม่คิดว่าจะเก็บมาคิดมาก”
รอยยิ้มน่าหมั่นไส้ที่มาพร้อมการขยิบตา ทำให้ร่างที่อยู่บนโซฟานึกอยากซัดไดนาไมท์
ใส่คนตรงหน้าสักชุดเสียจริงๆ...
“อยากรู้เหรอว่าคุยอะไรกัน?”
“ไม่อยาก!”
คำตอบห้วนๆที่สวนกลับมาทันควันเรียกรอยยิ้มจางๆให้ปรากฏขึ้นบนหน้า
คนสูงวัยกว่าอีกครั้ง...
“....เธอถามว่า ต้องทำยังไงถึงจะชนะใจโกคุเดระคุงได้....”
“หา???”
คำพูดที่ไม่คาดคิดทำให้คนที่เพิ่งบอกว่า‘ไม่อยากรู้’อยู่หยกๆ หันกลับมาทันที
“คำถามบ้าอะไรกันน่ะ!”
“นั่นสิ ถามอะไรก็ไม่รู้เนอะ...”
ดวงตาสีเข้มหันไปสบดวงตาสีเขียวเช่นเดียวกับสีของใบไม้แว่บหนึ่ง...
แล้วก็ยิ้มออกมาเหมือนไม่มีอะไร...
“...ขนาดฉันเอง...ยังไม่รู้ว่าจะตอบว่ายังไงเลย...”
...เพราะไม่รู้...ว่าความสัมพันธ์ครึ่งๆกลางๆระหว่างเรา มันควรจะเรียกว่าอะไร....
....ลุ่มๆดอนๆ....เหมือนกับการเดินทางที่ไม่รู้จะพาไปสิ้นสุด ณ ที่ไหน....
“.......”
ร่างบนโซฟานิ่งอึ้งไป...ดวงตาคู่นั้นยังคงมองตาม เมื่อเขาทิ้งตัวลงบนที่ว่างข้างๆ
“..........ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย......”
และหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง...เด็กน้อยก็เอ่ยออกมาเช่นนั้น...
“ไม่ใช่?”
หนุ่มใหญ่ทวนคำ...
“ไม่ใช่ก็ไม่ใช่นั่นแหละน่า!!”
เสียงแหวที่โวยวายขึ้น บ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่คิดจะอธิบายอะไรมากไปกว่านั้นแล้ว
โกคุเดระหันไปอีกทาง ไม่ยอมมองหน้าอีกฝ่าย...
....แต่ถึงจะทำแบบนั้น...จากตรงนี้...ชามาลก็ยังเห็นแก้มสีแดงระเรื่อของอีกฝ่าย
ได้อยู่ดีนั่นแหละ......
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของหมอหนุ่ม เช่นเดียวกับที่ดวงตาสีเข้มอ่อนลง
พร้อมกับลมหายใจที่ถูกผ่อนออกมาเป็นช่วงยาว....
หากว่าคราวนี้...ไม่มีริ้วรอยของความกังวลบนใบหน้านั้นแล้ว....
ความสัมพันธ์ครึ่งๆกลางๆ ที่ไม่รู้ว่ามันจะนำพวกเขาไปถึงไหน....
รู้แต่ว่า...ถึงตอนนี้ ทุกอย่างคงไม่เป็นเหมือนเดิม...
ไม่ใช่ในแบบที่มันเริ่มต้นขึ้น....และพวกเขาก็มาไกลเกินกว่า
จะถอยหลังกลับไปหาจุดเริ่มต้นได้แล้ว....
หนทางข้างหน้า...ช่างดูห่างไกลราวกับไม่มีที่สิ้นสุด....
ราวกับการเดินทางไปยังดวงจันทร์ด้วยการเดินเท้า.....
แต่ถึงอย่างนั้น.....
หากทุกก้าวที่ย่างเท้าเดินไปยังจุดหมายที่เห็นอยู่รางเลือน
ไม่ใช่การเดินทางไปเพียงลำพัง....แต่มีคนที่พร้อมจะเดินไปด้วยกันแล้วล่ะก็....
“ฮายาโตะ...ฉันล้อเล่น”
“ไปตายเลยไป”
อ้อมกอดถูกมอบให้โดยไม่สนใจคำประท้วง...และมันก็ได้รับการตอบรับ
แม้เสียงแข็งๆนั้นจะฟังดูไม่เข้าหูเอาเสียเลยก็ตาม...
แน่นอน...ว่ามันคงเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยบทสนทนาที่หาสาระไม่ได้
เต็มไปด้วยคำบ่น เสียงหัวเราะ และการทะเลาะด้วยเรื่องโง่ๆ...
แต่ถึงอย่างนั้น....ฮายาโตะ...นายเห็นพระจันทร์ดวงนั้นหรือเปล่า...?
ตอนนี้...ฉันรู้สึกว่ามันอยู่ใกล้ขึ้นมาอีกนิดแล้วนะ...?
***************************
Half way to the moon : Fin