Till you find where you belong...[Part2-End]
By Asana Fay K.Fandom: Katekyo Hitman Reborn
Pairing: Dr.59
Rate:PG-13
คลิกที่นี่เพื่ออ่านตอนแรก
*****************************
"ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ดอกเตอร์ชามาล ที่ช่วยรักษาโกคุเดระคุงจนหาย"
วองโกเล่รุ่นที่สิบยิ้มให้คนตรงหน้าจากด้านหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของตน
"พร่ำขอบคุณพิรี้พิไรอยู่นั่นแหละ ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย เจ้านั่นอยากจะนึกออกขึ้นมา มันก็เท่านั้นแหละ"
หมอเถื่อนเอ่ยเหมือนไม่ใส่ใจพลางโบกมือไปมาเหมือนจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ความรู้สึกบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในแววตานั้นก็มิอาจร้อนพ้นสายตาของคู่สนทนาไปได้
"ดอกเตอร์....ไม่คิดจะมาทำงานที่นี่บ้างหรือครับ...?"
"หา?"
หนุ่มใหญ่เลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยอาการตกใจจนแทบจะเรียกได้ว่าตาเหลือก
"ในที่ๆตัวผู้อยู่กันเป็นฝูงแบบนี้เนี่ยนะ?! อย่าพูดให้ขนลุกดีกว่า เจ้าหนูวองโกเล่"
ท่าทางขนพองสยองเกล้าของชามาลไม่ได้เกิดจากการแกล้งทำแม้แต่น้อย...
"ฮะๆๆ...เป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วย..."
สึนะหัวเราะแห้งๆ ใจหนึ่งเขาก็คิดไว้แล้วล่ะว่าคำตอบคงต้องออกมาไม่พ้นอีหร็อบนี้...แต่ว่า...
"แต่ว่า...โกคุเดระคุงคงดีใจ ถ้าดอกเตอร์อยู่ที่นี่ด้วย...."
"............"
พอได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของผู้เป็นหมอก็เปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึมราวกับคนละคน...ชามาลถอนใจก่อนจะยิ้้มให้สึนะโยชิ....
"เจ้านั่นน่ะ แค่มีนายอยู่ด้วยก็เกินพอแล้ว...วองโกเล่..."
....หากว่านั่นก็เป็นรอยยิ้มที่ฝืดฝืนเหลือเกิน....
รู้ไหม...
ว่าลูกนกที่บินออกจากรังไปแล้วครั้งหนึ่ง จะไม่หวนกลับมาที่รังที่มันเติบโตขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง...
....ส่วนรังที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง...ก็ทำได้แต่เพียงรอวันที่มันจะหักร่วงลงสู่พื้นดิน กลับกลายเป็นซากกิ่งไม้แห้งอย่างที่มันเคยเป็น ก่อนจะสลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนธุลี......
"...ถ้าหากไม่มีธุระอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนล่ะนะ...."
แล้วร่างสูงในสูทสีขาว ก็ลุกขึ้น หันหลังเดินออกจากห้องไป โดยมีดวงตาสีน้ำตาลมองตามไปอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้....
*************************
ชามาลเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมหนานุ่มเท้าสีแดงเข้มเข้ากับพื้นหินอ่อนสีขาว...โถงทางเดินอันโอ่อ่าของคฤหาสน
์อันยิ่งใหญ่...สถานที่อันเป็นศูนย์กลางการปกครองของตระกูลวองโกเล่...
....และที่อยู่เคียงข้างซาวาดะ สึนะโยชิ ‘ดอน'ผู้เป็นเสาหลัก ก็คือเหล่าผู้พิทักษ์ มาเฟียที่แข็งแกร่งเหนือเหล่ามาเฟียใด....เพื่อผู้เป็นนาย...แม้แต่ความตาย...ก็ยังเอาชีวิตเขาเหล่านั้นไม่ได้....
เพราะชีวิตนั้นได้มอบให้กับดอน วองโกเล่ไปจนหมดสิ้นแล้ว....
....ต่อให้ไม่มีเขา....ความต้องการกลับไปหาท้องนภาที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจก็คงเป็นแรงกระตุ้นที่รุนแรงพอให้
ผู้พิทักษ์แห่งสายลมกลับมาจดจำได้อีกครั้งอยู่ดี.....
....ไทรเด้นท์ ชามาล....ไม่จำเป็นต่อวองโกเล่หรอก....
....เพราะผู้ที่คอยค้ำจุนจิตใจของเด็กน้อยผู้นั้น...ไม่ใช่เขา.......
ตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่ขาหยุดเดิน...เขาเองก็ไม่รู้....
"ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะหา??"
เมื่อรู้สึกตัว เสียงที่รู้จักดียิ่งกว่าใครก็ดังขึ้น เรียกสติให้ตื่นจากภวังค์...
....ฮายาโตะ.....
"ทำหน้าบอกบุญไม่รับมาเชียวน้า ทั้งที่เวลาเรียก ‘ดอกเตอร์ครับ'ด้วยหน้าตาแบบนั้นออกจะน่ารักแท้ๆ"
"หน...หนวกหูน่ะ!!!!!"
เสียงแซวกลั้วหัวเราะได้รับการตอบโต้กลับด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายแทบจะในทันที...
"แต่ก็ดีแล้ว...เป็นแบบนี้ค่อยสมกับเป็นนายหน่อย..."
ว่าแล้วมือใหญ่ก็ยื่นไปลูบหัวสีเงินนั่นเบาๆด้วยความเคยชิน
"อย่ามาทำแบบนี้น่า ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ!"
".....นั่นสินะ...."
แต่คำตอบรับ กับรอยยิ้มบนใบหน้านั้นกลับทำให้คนที่โวยวายขึ้นมาก่อนถึงกับเป็นฝ่ายต้องนิ่งอึ้งไปบ้าง....
"นายนี่มัน...." หว่างคิ้วของเด็กหนุ่มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างหงุดหงิด
"อยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาเลยดีกว่า!! ทำหน้าแบบนั้นน่ะมันหมายความว่ายังไงกัน หา??"
โกคุเดระกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายอย่างหาเรื่อง ดวงตาสีมรกตที่วาวโรจน์เป็นประกายด้วยความไม่พอใจจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายราวกับกำลังคาดคั้น...
"ถ้าไม่รู้สึกอะไร ก็อย่ามาทำเป็นยิ้มแบบนี้!!"
มือที่จับคอเสื้อเอาไว้กำแน่นจนสั่น....เช่นเดียวกับแววตาคู่สวยคู่นั้นที่กำลังไหววูบด้วยแรงอารมณ์
"ฮายาโตะ...."
"นายมันงี่เง่าที่สุด..." โกคุเดระกัดฟันกรอด
ตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา...นอกจากจะหงุดหงิดที่ตัวเองจำอะไรไม่ได้ ยังมีอีกเรื่องที่คอยรบกวนจิตใจของเขาอยู่ตลอดเวลา...
....ทุกครั้งที่เขาจำอะไรขึ้นมาได้...ชามาลจะยิ้มให้ แล้วบอกว่าดีแล้ว...
....แต่ทั้งที่ปากจะบอกแบบนั้น...แต่ดวงตาคู่นั้นกลับบอกในสิ่งที่ตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง...
....แววตาที่เศร้าสร้อยเสียจนไม่สามารถปกปิดไว้ได้ด้วยรอยยิ้มนั้น....
‘ดีแล้ว....ถ้ารู้สึกแบบนั้น เดี๋ยวก็นึกออกเองนั่นแหละ'
....อย่ามาพูดโดยที่ทำสีหน้าแบบนั้นเลยดีกว่า.....
...ถ้าเลือกที่จะเป็นฝ่ายเดินจากไป...ก็อย่ามาทำสีหน้าแบบนั้น...
.....สีหน้าอย่างกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆเสียเองนั่นน่ะ.....
"ฮายาโตะ...."
ชามาลเอ่ยขื่อของอีกฝ่ายอีกครั้ง เมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้าซบหน้าลงกับอกของเขา...มือคู่นั้นยังคงกำเสื้อสูทสีขาวเอาไว้แน่นราวกับจะยึดเอาไว้ไม่ให้หนีหาย...
ก่อนที่เสียงสั่นพร่าจะเอ่ยขึ้น...
"ฉันไม่ให้นายไปไหนทั้งนั้น..."
ได้โปรด....อยู่ที่นี่...
....อยู่กับฉัน....
".....ชามาล...."
เสียงเรียกชื่ออันสั่นเครือนั้น...เป็นเหมือนดั่งเสียงพิพากษาสุดท้ายที่ตัดสินทุกอย่าง....
"!?" เด็กหนุ่มผมเงินไม่ทันตั้งตัว เมื่อจู่ๆวงแขนแกร่งก็กอดรัดร่างของเขาเข้ามา แล้วมือใหญ่ก็แทรกผ่านเรือนผม ประคองให้เขาเงยหน้าขึ้น ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะทาบทับลงมาหา
"ช...ชามา.. !! อื้อ!"
และพอจะเอ่ยปากพูด ลิ้นร้อนก็แทรกตัวเข้ามาให้จูบนั้นยิ่งดื่มด่ำมากขึ้น จนเรี่ยวแรงแทบจะถูกปล้นเอาไปหมด ด้วยประสบการณ์ที่ต่างกัน
คำพูดหยอกเย้าถูกกระซิบออกมาเบาๆในช่วงจังหวะสั้นๆที่ริมฝีปากของทั้งคู่ผละจากกัน
"...แต่สำหรับนาย จะรับจ่ายแบบผ่อนชำระตลอดชีพให้ก็แล้วกัน"
"จ..เจ้าบ้า!"
ใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยรสจูบยิ่งกลายเป็นสีเข้มมากขึ้นไปอีก แต่ยังไม่ทันจะได้ต่อว่าอะไรไปมากกว่านั้น ริมฝีปากก็ถูกอีกฝ่ายขโมยจูบไปอีกครั้ง...
"ชามาล! อ่ะ...อื้อ...เดี๋ยว...!!"
"ฮายาโตะ...."
....จะไม่ไปไหน...
....ฉันจะอยู่เคียงข้างนาย....สาบานก็ได้เลยเอ้า....
....เพราะอย่างนั้น....อย่าทำหน้าแบบนี้...
"ฮายาโตะ...."
วงแขนโอบกอดร่างตรงหน้าเข้ามาอย่างทะนุถนอม...
....เพราะอย่างนั้น....เรียกชื่อฉันอย่างนั้นอีกครั้งได้ไหม......
"ชามาล..."
***************************
บางที....
บางทีคนที่เป็นเหมือนกับนก...อาจจะไม่ใช่ฮายาโตะ...แต่เป็นเขาก็ได้?
ชามาลคิดพลางเกลี่ยผมที่ปรกใบหน้ามนของคนที่นอนหลับใหลไม่รู้เรื่องด้วยความเหนื่อยอ่อนอยู่ข้างๆ
....นกที่หลงทาง...ไร้บ้าน...ไม่รู้ว่าต้องบินไปถึงไหน....
แต่ว่าตอนนี้...อย่างน้อยๆก็ดูเหมือนว่า เขาคงไม่ต้องทนหนาวน้ำค้างอยู่ลำพังแล้วล่ะมั้ง....
แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาอันเป็นนิรันดร์ และนกน้อยตัวนั้นก็โผบินไปหาท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง...แต่ถ้าหากว่าเมื่อถึงเวลาสิ้นสุดของวัน นกน้อยนั้นจะบินกลับมาหาเขาที่รออยู่...ความอ้างว้างที่รู้สึกอยู่ทุกค่ำคืน ก็คงค่อยคลายหายไปได้.....
เท่านี้....ก็เกินพอแล้ว.....
**********************************
Fin: Till you find where you belong....
ขอบคุณที่อ่านค่ะ >w<
สุดยอดไปเลยคะ~
) เป็นการปิดฉากที่โรแมนติกจริงๆ ค่ะ 