2008/Jun/22

ปฎิบัติการหนีความจริงยังคงดำเนินต่อไป กร๊ากกก
เรื่องนี้สาบานได้ว่าไม่ใช่AU Fic จริงๆนะ


Till you find where you belong...

By Asana Fay K.
Fandom: Katekyo Hitman Reborn
Pairing: Dr.59
Rate:PG for this part

*****************************
...เคยคิดบ้างไหม...ว่ามันจะดีแค่สักแค่ไหน ถ้าหากสามารถหยุดยั้งกระแสธารแห่งเวลาเอาไว้ได้ แล้วทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นนิรันดร์...

...เป็นอิสระจากโซ่ตรวนที่มีแต่ดึงรั้งให้เดินต่อไปข้างหน้า ไม่อาจย้อนเวลาถอยหลังกลับไปได้ ไม่ว่าจะเฝ้าคิดถึงช่วงเวลาในอดีตเหล่านั้นมากแค่ไหน...

...ถ้าหากทำเช่นนั้นได้...บางที...อาจจะสามารถรั้งตัวใครคนนั้นให้อยู่ข้างกายได้...โดยที่เขาจะไม่บินจากไปเหมือนกับ
นกน้อยที่ทิ้งรังเพื่อโผผิน บินไปสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่...


...แต่ถึงปรารถนาเช่นนั้น...มันก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่ดี...

...สิ่งที่ทำได้ ก็มีเพียงแค่ดูแลและปกป้องอย่างดีที่สุด...จนกว่าจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง...เมื่อวันที่ต้องเอ่ยคำลามาถึง.....

*******************************

"กลับมาแล้ว"

ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวท่าทางสบายเอ่ยขึ้น เมื่อย่างเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน
สายลมพัดเอากลิ่นเค็มชื้นของทะเลพร้อมๆกับความเย็นสบายจนหนุ่มใหญ่อดทอดสายตาออกไปยังผืนน้ำสีสดใสที่
สะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกายไม่ได้....

....อากาศดีจริงๆนั่นแหละ....

"กลับมาแล้วหรือครับ"

และเสียงที่ดังทักทายขึ้นขัดจังหวะความคิดของเขา ก็คือหนุ่มน้อยอายุรุ่นราวคราวเด็กมัธยมปลายที่ดูกระฉับกระเฉง แต่ดวงตาสีเขียวคู่สวย กลับปรากฏประกายของความไม่สบายใจบางอย่างให้เห็น ขัดกับประกายอันสดใสตามปรกติ

"หืม? มีอะไรงั้นเหรอ ฮายาโตะ?"

"ดอกเตอร์ ช่วยมาดูทางนี้หน่อยสิครับ"

และเมื่อเขาตามเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินเข้าไปในห้องนั่งเล่น สิ่งที่รอดเขาอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาก็คือห่อผ้า....ที่มีขนฟูๆสีเทาโผล่ออกมาให้เห็น พร้อมกับเสียงร้องกระซิบดังจิบจาบเบาๆ

"ลูกนก?"

"ครับ...มันตกลงมาจากรังแล้วก็ไม่ยอมขยับเลย...."
เสียงของเด็กหนุ่มหายไปเพียงเท่านั้น แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้รู้ว่าเขากังวัลกับลูกนกน้อยตรงหน้ามากแค่ไหน

"ไหนดูสิ...." หมอเถื่อนที่ตอนนี้กลายมาเป็นสัตวแพทย์ไร้ใบอนุญาตเพิ่มความผิดให้ตัวเองอีกหนึ่งกระทงสวมถุงมือยางที่คว้ามาจาก
กล่องแถวๆนั้น ก่อนจะก้มลงดูผู้ป่วยตัวน้อยที่อยู่ในห่อผ้า

"ตอนช่วยมันขึ้นมาใช้มือจับมันตรงๆไปหรือเปล่า?"

"เปล่านะครับ ผมใช้ผ้านี่ห่อมัน..."

"ก็ยังดี...ถ้าหากกลิ่นคนติดตัวมันมากๆ พ่อแม่นกจะทิ้งลูกไม่ยอมเลี้ยงน่ะ"

หนุ่มน้อยสะดุ้งไปเล็กน้อยพลางมองสิ่งมีชีวิตขนปุยตรงหน้า....ชามาลเหลือบมองใบหน้านั้นแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

"ไม่ต้องห่วง เท่านี้ไม่เป็นไรหรอกน่า"

แล้วหลังจากตรวจดูเจ้าขนปุยตัวน้อยอย่างระมัดระวังจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีร่องรอยของการหัก หรือบาดเจ็บที่ตรงไหน หนุ่มใหญ่ก็หันไปบอกหนุ่มน้อยผู้อ่อนวัยกว่าด้วยรอยยิ้ม

"เจ้าหนูนี่สบายดี ไม่ได้บาดเจ็บอะไรหรอก"

"แต่มันไม่ยอมขยับเลยนะครับ..."

"แค่ตกใจน่ะ ร่างกายไม่มีอะไรผิดปรกติหรอก ต่อให้ฉันไม่ได้เป็นสัตวแพทย์ก็พอจะบอกได้"

"ถ้างั้น...."

"เอาไปคืนรังก็พอแล้ว หายตกใจเดี๋ยวก็กลับเป็นปรกติเองล่ะ"

พอได้ฟังคำตอบจากร่างสูง อีกฝ่ายก็ยิ้มกว้าง

"ขอบคุณครับ ดอกเตอร์!" แล้วยังไม่ทันขาดคำ คนพูดก็หายออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็วราวกับพายุบุแคมจนคนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังต้องส่ายหัวออกมา....

.....ให้ตายเถอะ อย่ายิ้มเหมือนปากจะฉีกถึงหูแบบนั้นได้ไหม......

....อย่างน้อยก็ให้ทางนี้เตรียมใจเสียหน่อยไม่ได้เหรอ....


ดร.ชามาลมองร่างที่ใช้มือหนึ่งประคองห่อผ้าเอาไว้ แล้วใช้อีกมือโหนตัวขึ้นไปบนต้นไม้อย่างคล่องแคล่ว แล้วก็อดนึกขึ้นมาไม่ได้....

......ว่ามันนานแค่ไหนแล้วนะ....ครั้งสุดท้ายที่เจ้านั่นเรียกเขาว่า‘ดอกเตอร์'ด้วยสายตาแบบนั้น....

.....สายตาที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น...ว่าถ้าถึงมือเขาแล้ว เรื่องทุกอย่างต้องแก้ไขได้ด้วยดี....


"นี่ฉันเป็นพ่อนกหรือไงน้า...."
เสียงรำพึงดังขึ้นพร้อมลมหายใจเฮือกใหญ่ที่ถูกทอดทอนออกมา....ชามาลมองหนุ่มน้อยบนต้นไม้ ที่กำลังค่อยๆวางก้อนขนฟูกลับลงไปในรังอย่างระมัดระวัง....


.....จากร่างเล็ก ไร้ทางปกป้องตัวเอง....ค่อยๆเติบโตขึ้นทีละน้อย....จนเมื่อรู้ตัวอีกทีปีกที่เคยไร้ซึ่งเรี่ยวแรงก็
สยายกว้าง และพร้อมที่จะโผบินหายไปกับท้องฟ้าอันกว้างใหญ่....

.....ถ้านายไม่ตกลงมา....ก็คงโบยบินไปหานภานั้นแล้วใช่ไหม....


.....เวลา....ช่างสั้นนัก......

จนกว่าร่างขนฟูจะหายสั่นเทาด้วยความตกใจ แล้วตั้งหลักได้อีกครั้ง........

แล้วเมื่อถึงตอนนั้น.......

"แล้วเมื่อถึงตอนนั้น ก็หมดหน้าที่ของฉัน...งั้นสินะ...."

*******************************

-2 อาทิตย์ก่อน-

"โกคุเดระคุงเป็นยังไงบ้างครับ ดอกเตอร์"

เสียงที่ดังขึ้นทำให้หมอหนุ่มใหญ่ผู้เป็นที่รู้จักดีในโลกมาเฟียหันกลับไปตามทิศที่มันดังขึ้น และที่ยืนอยู่ก็คือหนุ่มน้อยผมสีน้ำตาลในชุดสูทสีดำที่ได้รับการตัดเย็บอย่างประณีต

"ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ จำอะไรไม่ได้ซักอย่าง" ชามาลยักไหล่

"......อย่างนั้นหรือครับ...."
เสียงของซาวาดะ สึนะโยชิ ผู้รั้งตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่10 สลดลงเล็กน้อย แม้ยามนี้เขาจะไม่ใช่เจ้าเห่ยสึนะเหมือนอย่างในอดีตแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกผิดในฐานะที่เป็นผู้มอบหมายภารกิจคราวนี้ให้กับโกคุเดระทั้งที่รู้ว่าอันตรายก็ยังวนเวียนรบกวนจิตใจ จนทำให้ใบหน้าอันเข้มแข็งนั้นต้องหม่นหมอง

"ถ้าจะโทษก็ต้องโทษเจ้านั่นน่ะแหละ ให้ตายเถอะ โตป่านนี้แล้วยังจะฝืนไม่เข้าเรื่อง กาลเวลามันทำให้คนเปลี่ยน
งั้นเรอะ เห็นทีต้องเปลี่ยนภาษิตกันใหม่แล้วมั้ง...."

ชามาลบ่นพึมพำ ก่อนจะพูดต่อเหมือนกับต้องการปลอบใจคนตรงหน้า

"แต่ก็ไม่ต้องห่วงหรอก เป็นแค่อาการชั่วคราวเท่านั้นแหละ ปล่อยให้พักผ่อนสงบๆซักพัก อย่าไปกดดัน เดี๋ยวเจ้าตัวก็นึกออกเองนั่นแหละ"

"งั้นหรือครับ" สึนะมีสีหน้าแจ่มใสขึ้นด้วยความหวัง

".....แต่ทางที่ดี...ระหว่างนี้อย่าให้อยู่ที่นี่จะดีกว่า..."

"เอ๋? ทำ....."
ยังไม่ทันจะเอ่ยต่อไปว่า ‘ไมล่ะครับ' เหตุผลที่ว่าก็พาตัวเองมาให้วองโกเล่เห็นกันต่อหน้าต่อตา เมื่อเสียงระเบิดตูม ดังสนั่นขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงร้องไห้จ้าของแรมโบ้และเสียงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวของเบียงกี้

"แรมโบ้!!...." สึนะตกตะลึงมองแรมโบ้ที่อยู่ในสภาพสิบปีให้หลัง "เบียงกี้ด้วย!?"

"โรเมโอ! จะมาขัดขวางไม่ให้ฉันป้อนข้าวฮายาโตะอย่างงั้นเหรอ!"

"แง๊!! วองโกเล่!!"

"ห๊า!! เบี้ยงกี้! บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง! โกคุเดระคุง เป็นอะไรหรือเปล่า!!"

สึนะวิ่งสวนทั้งสองคนวิ่งไปทางห้องของโกคุเดระที่ระเบิดเป็นรูโหว่และยังไม่ทราบชะตากรรมเจ้าของห้อง ด้วยความเป็นห่วงสวัสดิภาพของลูกน้องที่เป็นมือขวา แต่ก็ชนเข้ากับร่างหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นพอดีเสียก่อน

"ซาวาดะ!! ได้ยินว่าเจ้าหัวปลาหมึกความจำเสื่อมงั้นเรอะ!? มา! ฉันคนนี้จะช่วยให้จำได้ด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาเอง!! มาต่อยกันให้สุดหูรูดดดดดดด!!!"

"คุณพี่!! ไม่ได้นะครับ! เดี๋ยวก็เสื่อมสนิทไปจริงๆหรอก!!"
สึนะพยายามยื้อยุดห้ามผู้พิทักษ์แหวนแห่งอรุณของตนอย่างสุดชีวิต ก่อนจะหันมามองร่างสูงด้วยสายตาวิงวอน

"ดอกเตอร์ชามาล!! ขอร้องล่ะครับ ช่วยเอาตัวโกคุเดระคุงไปดูและซักพักได้ไหม...จะให้ดี รีบๆเอาไปเดี๋ยวนี้เลยเถอะครับ!!"

*******************************
เรื่อง...มันก็เป็นแบบนี้แหละ......


ผ่านมาสองอาทิตย์...อาการของฮายาโตะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ แม้ว่าความจำหลักๆจะยังไม่กลับคืนมา แต่อย่างน้อยตอนนี้เจ้าตัวก็สามารถกลับมาเล่นเปียโนได้แล้ว และยังบอกชื่อเพลงได้อย่างถูกต้อง จากที่จำอะไรไม่ได้เลย....

.....มันควรจะเป็นเรื่องที่น่าดีใจสินะ.....

......ต่อให้จะรู้สึกอย่างไร ก็ไม่่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น...ทำหน้าที่ตามที่ได้รับไหว้วานมาก็พอแล้ว.....ถ้าหมอนั่นจำได้ หน้าที่ของเขาก็จบ....ก็เท่านั้น....

....ถึงแม้ว่านั่นจะหมายความว่าเขาคงอดเห็นของหายาก อย่างได้ยินคำว่า ‘ครับ' หรือคำแทนตัวว่า ‘ผม' จากปากของฮายาโตะก็ตาม....

ชามาลอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้....วิธีพูดที่ไม่นึกว่าจะได้ยินจากปากหมอนั่นอีกแล้ว หลังจากหนูน้อยฮายาโตะตัดสินใจว่านั่นไม่ใช่การพูดที่‘เท่ห์'พอ....

.....ถ้าไม่ใข่เพราะอยากเลียนแบบเขา หมอนั่นก็อาจจะเติบโตมาเป็นสุภาพบุรุษแสนสุภาพก็ได้นะ...?

.....แบบอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนแท้ๆเลย ตัวเขาเนี่ย....



"ยิ้มอะไรอยู่งั้นหรือครับ?"

ชามาลสะดุ้งไปเล็กน้อย แปลกใจที่ตัวเองไม่รู้สึกเลยว่าอีกฝ่ายกลับเข้ามาในตัวบ้านเอาตอนไหน

"เอ๋...? หรือว่าคิดเรื่องของผมอยู่?"

"ก็คงทำนองนั้นล่ะมั้ง" ชามาลแกล้งตอบคลุมเครือ แล้วเว้นช่วงไปชั่วอึดใจหนึ่ง

"...หงุดหงิดบ้างหรือเปล่าที่จำอะไรไม่ได้?"

"ก็...มีบ้างครับ..."

"หืม...งั้นเหรอ..."

"ผมพยายามใจเย็น ไม่รีบร้อนอย่างที่ดอกเตอร์บอก....แต่ลึกๆมันรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไ่ม่ถูก....เหมือนกับต้องการเร่งให้ผมนึกออกไวๆ
....หมือนกับ...."

ฮายาโตะเว้นช่วง เหมือนกับกำลังพยายามค้นหาถ้อยคำที่เหมาะสม....

"....เหมือนกับ....ต้องรีบกลับไปหาใครบางคนที่รออยู่....."


..........ลูกนก.....ที่เฝ้ารอวันที่ได้โผบินไปสู่ฝืนฟ้า..........


"ดีแล้ว....ถ้ารู้สึกแบบนั้น เดี๋ยวก็นึกออกเองนั่นแหละ"

..............อีกไม่นาน...นายก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครแล้ว...........


"................"

"หืม? จ้องฉันแบบนั้นมีอะไรงั้นเหรอ ฮายาโตะ?"

"เปล่าครับ..."

***
.....หลังจากตกปุลงมากับพื้น จนเกือบตกเป็นอาหารให้กับสัตว์หิว ลูกนกขนฟูก็กลับคืนรังได้อีกครั้ง....และเมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า....ความตกใจก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง พร้อมๆกับความกังวลและหวาดหวั่น...

......ร่างที่เคยสั่นเทาแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า.....

.....ตอนนี้ มันไม่ได้สั่นอีกต่อไปแล้ว.....


.....และเมื่อสายลมพัดมาอีกครั้ง....
***


"กลับมาแล้ว...." หมอหนุ่มเอ่ยเช่นเดียวกับวันที่ผ่านๆมา........

หากว่าคราวนี้....ไม่มีเสียงขานรับเช่นที่เคย..........


"ฮายาโตะ!?"
ชามาลพรวดพราดเข้ามาในห้องนั่งเล่น...และก็เป็นอย่างที่คิด....เมื่อผู้ที่เขากำลังตามหา...ฮายาโตะ ยืนอยู่ที่หน้าเปียโน....ในมือกำสมุดโน้ตเพลงแน่น....

ลางสังหรณ์....กระซิบถ้อยคำที่เขาไม่อยากได้ยิน......


...........รัง...ที่ว่างเปล่า...........


"ชามาล....."
ฮายาโตะเอ่ยชื่อของเขาออกมา........


ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงัน...ราวกับมนต์ขลังของชั่วเวลาอันเป็นนิรันดร์ได้ถูกทำลายลงในชั่วพริบตา...

ชามาลหลับตาแล้วถอนใจออกมา......

............ลูกนกน้อย ได้จากไปพร้อมกับสายลมนั้นแล้ว..........

*********************************
To be continued...

ยังไม่จบ แต่มันยาวกว่าที่คิด ขอทยอยลงเป็นสองตอนนะคะ
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โฮกกกกกกกกก โฮกกกกกกกกกกก มากเจ้าค่ะ พาร์ทแรกคิดว่า AU แต่ก็ไม่ใช่จริงๆด้วย ตอนที่ฮายาโตะเรียกชามาลว่าด๊อกเตอร์มากมาย บรรยากาศช่วงนั้นช่างอบอุ่นสบายๆ

ชอบที่ชามาลนึกถึงฮายาโตะอย่างเด็กๆด้วย ดูเป็นผู้ใหญ่เท่มากมายค่า

แต่พอเอ่ยชื่อ ชามาล ในตอนพาร์ทสุดท้ายเท่านั้นล่ะ...บรรยากาศความเศร้าถาโถมเข้ามาทันที โฮๆๆๆ อย่าทำลุงเสียใจนะฮายาโตะ ความรู้สึกของนายที่มีต่อลุงก็ไม่น้อยไปกว่าที่ให้สึนะใช่ม้ายยยยยยยยยย

เป็นฟิคที่รอคอยเจ้าค่ะ Dr.59 ที่ท่านอาซานะแต่งนี่อบอุ่นจริงๆ โฮกกกกกกกกก รอตอนต่อด้วยใจกระวนกระวายเจ้าค่า
#1  by  ruk21us At 2008-06-22 01:33, 
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เศร้าแทนลุงงงงงงงงงงงงง ลุงเท่ค่อดดดดดดดดดดด อรั๊งงงงงง
แอบกรี๊ดตรงโกเคะเรียกว่า "ดอกเตอร์" แถมยังมีหางเสียง "ครับ" อีกต่างหาก (/ละลาย) รู้สึกว่าโกเคะจะดูโชตะขึ้นทันทีเลย
อ่านแล้วอบอุ๊นอบอุ่นล่ะค่ะdouble wink
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

รักคูี่นี้มากขึ้น 59 เปอร์เซ็นต์เลยครับ >w<~!!

ดร.อบอุ่นมาก ๆ เลย

สงสารดร.ที่นกน้อยต้องจากไป

แต่ว่า เหนื่อยเมื่อไหร่

มันก็จะบินกลับมาที่ที่มันคุ้นเคยในสักวัน

เป็นกำลังใจให้ DR.59 นะครับ
อ่านดูแล้วรู้สึกว่า...นี่มันเลี้ยงต้อยโชตะชัดๆเลยนี่หว่า(โดนพี่อาซานะ กระทืบ แอ๊กกกก)
#4  by  [Joey]I'm the tutor home Reborn At 2008-06-22 13:11, 
เฮ้ย!!!

แบบว่าอ่านจบแล้ว แล้วในหัวมันมีอยู่คำเดียวคือคำว่า "เฮ้ย!"

เ้อ้อ, อธิบายความรู้สึกตอนนี้ไม่ค่อยถูกแฮะ

จากตอนแรก อ่านๆไปแล้วก็จะรู้สึกว่า นี่มัน AU ป่าวหว่า? แต่ในเมื่ออาซานะจังบอกว่าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่

เลื่อนลงมาอีกหน่อยก็ต้องอมยิ้มกับเรื่องวุ่นๆในวองโกเลจนฮายาโตะต้องมาอยู่กับชามาล
(จริงๆต้องเรียกกันแบบนี้สินะ?)

ตัวชามาลเองก็ดูเป็นคุณลุงหลงรักเด็กดีแฮะ 55+
น่ารักดีนะ...แต่ก็ดูเศร้าๆไปพร้อมๆกัน...

แล้วพอเลื่อนมาจนจบ...

มัน "เฮ้ย!!!" จริงๆนั่นล่ะ sad smile

ขอรอตอนต่อดีกว่านะครับdouble wink

ป.ล. อยากรับ Tag จริงง่ะ?

ถ้าอยาก เชิญ!!!!
(จะรออ่านนะครับ ^^b)
#5  by  aki At 2008-06-22 17:01, 
ช่วงแรกแอบคิดว่าเป็น AU จริงๆด้วยค่ะ!!
แบบว่า ตอนที่โกคุเดระเรียกชื่อชามาลนี่แบบว่า หัวใจแทบจะหลุดตามออกไปด้วยเลย
ชามาลนายเหมือนหลอกตัวเองอยู่เลยอ่ะ
(ไม่สนับสนุน โตๆเป็นผู้ใหญ่กันแล้วน่ะ >w< )

พอเถอะเหมือนเริ่มจะออกทะเล แล้วจะรอตอน 2 น่ะค่ะ
#6  by  double At 2008-06-22 17:33, 
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
โฮกได้อีก อร๊ากกก
น่ารักกันเกินไปแล้ว

รักคู่นี้ที่ซู๊ดดดดดด
*วิ่งไปกอดคนเขียน*

จะรออ่านฟิคคู่นี้อีกนะคับ>w<~
#7  by  || อั๊กกี้ || At 2008-06-22 19:07, 
โอ นี่คือฟิคที่อบอุ่นแต่ซ่อนความเศร้าอย่างร้ายกาจเชียวค่ะพี่อาซานะ

อ่านมาเรื่อยๆ จนถึงตอนจบตอนแรก รู้สึกขึ้นมาเลยว่า การที่โกคุเทระเรียกดอกเตอร์ว่า "ชามาล" มันมีผลกระทบต่อจิตใจอย่างมากมายจริงๆ >< อย่างกับมีความรู้สึกโหวงวาบขึ้นมาในใจเลยทีเดียว

ยังไงก็อย่าให้เป็นรังนกร้างเลยนะคะ

...แต่แอบเขินตอนที่ชามาลเจอรอยยิ้มของโกคุ แล้วคิดว่า "อย่างน้อยก็ให้ทางนี้เตรียมใจเสียหน่อยไม่ได้เหรอ" ฮื้อ..ลุงน่ารักจริง !!
#8  by  ฟูจัง~* At 2008-07-13 12:57, 

<< Home


Asana Fay
View full profile