อีกมุมหนึ่งของคดีใหญ่
ฮีโร่สายพันธุ์อากิบะ- เหล่าผู้ที่ปิดทองหลังพระกลางวิกฤต
ต่อหน้าเศษซากรถและมีดที่ถูกใช้เป็นอาวุธสังหาร ร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้ง17คนนอนอยู่กลางถนนในย่านอากิฮาบาระในกรุงโตเกียว สถานที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมอันไร้ความปรานี ที่บัดนี้ได้กลายเป็นนรกบนดิน และผู้ที่กำลังพยายามช่วยชีวิตเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างสุดความสามารถอยู่นั้น ก็คือหมอและคนเดินถนนธรรมดา ที่โชคชะตาดลให้ต้องมาอยู่ในที่เกิดเหตุพร้อมกันโดยบังเอิญ
"คนร้ายที่คร่าชีวิตคนอื่นเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง จะไม่ยอมยกโทษให้เด็ดขาด"
ในดวงตาของผู้เป็นแพทย์ที่วิ่งเข้าไปในเหตุการณ์ ในตอนนี้ก็ยังสะท้อนภาพของร่างเหล่าผู้เคราะห์ร้ายที่นอนเรียงรายอยู่บนถนนในวันนั้น
"มีใครเป็นหมอบ้างครับ"
ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกหาหมอ โยชิกะ ไซโจ สูติแพทย์วัย39ปี จากเมืองฟุคุชิม่าที่มายังโตเกียวเพื่อเข้าร่วมการประชุมก็รีบวิ่งไปยังทิศที่ได้ยินเสียงทันที
แล้วพอเลี้ยวไปเข้าไปยังสี่แยก เขาก็พบร่างของเหยื่อทั้ง8คนกำลังนอนอยู่ หลังจากขอยืมผ้าขนหนูจากร้านค้าใกล้ๆหมอหนุ่มก็รีบนำไปห้ามเลือดบริเวณหน้าอกและหลังของคนเจ็บทันที
ซักพักต่อมาน้ำใจความช่วยเหลือก็เพิ่มมากขึ้น เสียง "ทำใจดีๆไว้นะ" ถูกร้องบอกผู้บาดเจ็บทีทำท่าจะหมดสติ ข้าวของที่หล่นกระจายก็มีผู้ไปรวบรวมมาถือไว้ให้ ในจำนวนนั้นมีวัยรุ่นที่นำผ้าขนหนูออกมาจากกระเป๋าเพื่อช่วยห้ามเลือดอย่างเก้ๆกังๆด้วย
"ถ้าจะให้อธิบายก็คงต้องบอกว่าเป็นวัยรุ่นที่เห็นแล้วคงต้องเรียกว่า'พวกสายพันธุ์อากิบะ' แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นพวกเขาก็ช่วยไว้มากจริงๆ"
คุณหมอพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพูดถึงการกระทำของตัวเองว่า "รู้สึกเสียใจอยู่เหมือนกันที่ช่วยรักษาอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น"
และที่บริเวณใกล้กับถนนที่โทโมฮิโระ คาโต้ คนร้ายของคดีนี้ถูกควบคุมตัวเอาไว้ได้ หญิงสาวอีกคนที่ถูกแทงเข้าที่กลางหลังล้มลงกองอยู่กับพื้นจนเลือดไหลนองไปทั่ว ได้รับการช่วยเหลือจากชายวัย35จากจังหวัดไซตามะ ที่บังเอิญผ่านมาบริเวณนั้นพอดี เขาช่วยห้ามเลือดโดยใช้มือทั้งสองข้างกดลงไปที่บาดแผล พร้อมทั้งใช้โทรศัพท์มือถือของตนโทร.เรียกรถพยาบาลไปด้วย
ชายคนดังกล่าวเป็นนักเรียนของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้เข้าร่วมอบรมการช่วยชีวิตจากสถานีดับเพลิงใกล้ๆ จึงพอรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเช่นการห้ามเลือดหรือการผายปอดอยู่บ้าง
เขาให้สัมภาษณ์ว่า
"ผมรู้สึกโกรธคนร้ายที่ทำร้ายคนอื่นเพราะความอ่อนแอของตัวเองมาก"
ชายวัย34อีกคนที่มาจากเขตนางาโนะของโตเกียวเล่าว่า หลังจากได้ยินเสียงดังโครมลั่น เขาก็ไปดูที่ข้างรถบรรทุกคันที่เกิดเหตุและพบว่า รอบๆ คน4คนถูกชนและบาดเจ็บมีเลือดไหลออกมา เขาเห็นว่าหนึ่งในผู้บาดเจ็บมีสีหน้าซีดคล้ำจนน่าเป็นห่วง จึงเข้าไปช่วยล้วงคอ ดึงลิ้นออกมาให้ชายคนนั้นกลับมาหายใจได้ นอกจากนี้เขากับคนเดินถนนที่ผ่านมาอีก2คนยังช่วยกันนวดหัวใจกับผายปอดให้ชายผู้บาดเจ็บ ก่อนจะส่งตัวคนเจ็บต่อให้กับหน่วยกู้ภัย
ชายคนที่ว่าถึงแม้จะมีงานอดิเรกเป็นการถ่ายรูป ทั้งในวันที่เกิดเหตุก็มีกล้องคล้องอยู่ที่คอ แต่ในวันเกิดเหตุ เขาไม่ได้ถ่ายรูปเลยสักใบเดียว
"ใจผมห่วงแต่อยากจะช่วยคนที่ล้มลงไปต่อหน้าต่อตา"
เขาให้สัมภาษณ์
ในเหตุการณ์คราวนี้ ทีมแพทย์กู้ภัยไปถึงที่เกิดเหตุหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว20นาที
คุณหมอโชจิ โยโกโบริ จากโรงพยาบาลแห่งNippon Medical School หัวหน้าทีมแพทย์กู้ภัยได้ให้สัมภาษณ์ว่า
"ผู้คนที่อยู่แถวนั้นรวมทั้งคุณหมอที่บังเอิญอยู่ในที่เกิดเหตุช่วยกันไปหาอุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาให้ ช่วยปั๊มหัวใจให้ ช่วยพวกเราไว้ได้มากทีเดียว ผมคิดว่าเพราะความกล้าหาญของพลเมืองดีทำให้เราสามารถทำการรักษาต่อจากนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ"
ที่มาข่าว:
1) หนังสือพิมพ์โยมิอุริ ฉบับวันที่1่1 มิถุนายน 2008 (ฉบับเช้า เขตคันไซ-โอซาก้า)
หน้า39
2) หนังสือพิมพ์ Yomiuri Online อ้างถึงโดยเว็บ Goo News
http://news.goo.ne.jp/article/yomiuri/nation/20080611-567-OYT1T00135.html
แปลโดยแมวตัวร้าย (Asana F. K.)
ทีข่าวแบบนี้ทำไมไม่เอามานำเสนอมั่งล่ะ....
ฮีโร่สายพันธุ์อากิบะ- เหล่าผู้ที่ปิดทองหลังพระกลางวิกฤต
ต่อหน้าเศษซากรถและมีดที่ถูกใช้เป็นอาวุธสังหาร ร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้ง17คนนอนอยู่กลางถนนในย่านอากิฮาบาระในกรุงโตเกียว สถานที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมอันไร้ความปรานี ที่บัดนี้ได้กลายเป็นนรกบนดิน และผู้ที่กำลังพยายามช่วยชีวิตเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างสุดความสามารถอยู่นั้น ก็คือหมอและคนเดินถนนธรรมดา ที่โชคชะตาดลให้ต้องมาอยู่ในที่เกิดเหตุพร้อมกันโดยบังเอิญ
"คนร้ายที่คร่าชีวิตคนอื่นเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง จะไม่ยอมยกโทษให้เด็ดขาด"
ในดวงตาของผู้เป็นแพทย์ที่วิ่งเข้าไปในเหตุการณ์ ในตอนนี้ก็ยังสะท้อนภาพของร่างเหล่าผู้เคราะห์ร้ายที่นอนเรียงรายอยู่บนถนนในวันนั้น
"มีใครเป็นหมอบ้างครับ"
ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกหาหมอ โยชิกะ ไซโจ สูติแพทย์วัย39ปี จากเมืองฟุคุชิม่าที่มายังโตเกียวเพื่อเข้าร่วมการประชุมก็รีบวิ่งไปยังทิศที่ได้ยินเสียงทันที
แล้วพอเลี้ยวไปเข้าไปยังสี่แยก เขาก็พบร่างของเหยื่อทั้ง8คนกำลังนอนอยู่ หลังจากขอยืมผ้าขนหนูจากร้านค้าใกล้ๆหมอหนุ่มก็รีบนำไปห้ามเลือดบริเวณหน้าอกและหลังของคนเจ็บทันที
ซักพักต่อมาน้ำใจความช่วยเหลือก็เพิ่มมากขึ้น เสียง "ทำใจดีๆไว้นะ" ถูกร้องบอกผู้บาดเจ็บทีทำท่าจะหมดสติ ข้าวของที่หล่นกระจายก็มีผู้ไปรวบรวมมาถือไว้ให้ ในจำนวนนั้นมีวัยรุ่นที่นำผ้าขนหนูออกมาจากกระเป๋าเพื่อช่วยห้ามเลือดอย่างเก้ๆกังๆด้วย
"ถ้าจะให้อธิบายก็คงต้องบอกว่าเป็นวัยรุ่นที่เห็นแล้วคงต้องเรียกว่า'พวกสายพันธุ์อากิบะ' แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นพวกเขาก็ช่วยไว้มากจริงๆ"
คุณหมอพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพูดถึงการกระทำของตัวเองว่า "รู้สึกเสียใจอยู่เหมือนกันที่ช่วยรักษาอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น"
และที่บริเวณใกล้กับถนนที่โทโมฮิโระ คาโต้ คนร้ายของคดีนี้ถูกควบคุมตัวเอาไว้ได้ หญิงสาวอีกคนที่ถูกแทงเข้าที่กลางหลังล้มลงกองอยู่กับพื้นจนเลือดไหลนองไปทั่ว ได้รับการช่วยเหลือจากชายวัย35จากจังหวัดไซตามะ ที่บังเอิญผ่านมาบริเวณนั้นพอดี เขาช่วยห้ามเลือดโดยใช้มือทั้งสองข้างกดลงไปที่บาดแผล พร้อมทั้งใช้โทรศัพท์มือถือของตนโทร.เรียกรถพยาบาลไปด้วย
ชายคนดังกล่าวเป็นนักเรียนของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้เข้าร่วมอบรมการช่วยชีวิตจากสถานีดับเพลิงใกล้ๆ จึงพอรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเช่นการห้ามเลือดหรือการผายปอดอยู่บ้าง
เขาให้สัมภาษณ์ว่า
"ผมรู้สึกโกรธคนร้ายที่ทำร้ายคนอื่นเพราะความอ่อนแอของตัวเองมาก"
ชายวัย34อีกคนที่มาจากเขตนางาโนะของโตเกียวเล่าว่า หลังจากได้ยินเสียงดังโครมลั่น เขาก็ไปดูที่ข้างรถบรรทุกคันที่เกิดเหตุและพบว่า รอบๆ คน4คนถูกชนและบาดเจ็บมีเลือดไหลออกมา เขาเห็นว่าหนึ่งในผู้บาดเจ็บมีสีหน้าซีดคล้ำจนน่าเป็นห่วง จึงเข้าไปช่วยล้วงคอ ดึงลิ้นออกมาให้ชายคนนั้นกลับมาหายใจได้ นอกจากนี้เขากับคนเดินถนนที่ผ่านมาอีก2คนยังช่วยกันนวดหัวใจกับผายปอดให้ชายผู้บาดเจ็บ ก่อนจะส่งตัวคนเจ็บต่อให้กับหน่วยกู้ภัย
ชายคนที่ว่าถึงแม้จะมีงานอดิเรกเป็นการถ่ายรูป ทั้งในวันที่เกิดเหตุก็มีกล้องคล้องอยู่ที่คอ แต่ในวันเกิดเหตุ เขาไม่ได้ถ่ายรูปเลยสักใบเดียว
"ใจผมห่วงแต่อยากจะช่วยคนที่ล้มลงไปต่อหน้าต่อตา"
เขาให้สัมภาษณ์
ในเหตุการณ์คราวนี้ ทีมแพทย์กู้ภัยไปถึงที่เกิดเหตุหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว20นาที
คุณหมอโชจิ โยโกโบริ จากโรงพยาบาลแห่งNippon Medical School หัวหน้าทีมแพทย์กู้ภัยได้ให้สัมภาษณ์ว่า
"ผู้คนที่อยู่แถวนั้นรวมทั้งคุณหมอที่บังเอิญอยู่ในที่เกิดเหตุช่วยกันไปหาอุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาให้ ช่วยปั๊มหัวใจให้ ช่วยพวกเราไว้ได้มากทีเดียว ผมคิดว่าเพราะความกล้าหาญของพลเมืองดีทำให้เราสามารถทำการรักษาต่อจากนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ"
ที่มาข่าว:
1) หนังสือพิมพ์โยมิอุริ ฉบับวันที่1่1 มิถุนายน 2008 (ฉบับเช้า เขตคันไซ-โอซาก้า)
หน้า39
2) หนังสือพิมพ์ Yomiuri Online อ้างถึงโดยเว็บ Goo News
http://news.goo.ne.jp/article/yomiuri/nation/20080611-567-OYT1T00135.html
แปลโดยแมวตัวร้าย (Asana F. K.)
ทีข่าวแบบนี้ทำไมไม่เอามานำเสนอมั่งล่ะ....