By: Asana F. K.
Fandom: Kateikyo Hitman Reborn
Pairing: XS, Varia
Rate: PG
เพลงประกอบ: Aesthetic (Ost. Medical Team Dragon)
ทำนอง: Sawano Hiroyuki /เนื้อร้อง: Imai Makiko
ขับร้อง: Sekiyama Aika
**********************************
....ฝน....ตกลงมาอีกแล้ว......
ร่างสูงในชุดสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า คิดระหว่างที่ยืนกอดอกทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง....
....เสียงเปาะแปะสาดซัดเข้ากระทบกับกระจกเป็นเกิดเป็นเสียง หลังจากที่หยดน้ำจากท้องฟ้าซาเม็ด เว้นว่างไปได้พักหนึ่ง...อากาศอบอวลไปด้วยความชื้นที่เย็นบาดเนื้อ.....
....ตั้งแต่วันนั้น.....ทุกครั้งที่มองออกไปนอกหน้าต่าง.....ฝน.....กำลังตก..........
แววตาคู่สวย เงยหน้ามองท้องฟ้าที่หน้าด้วยเมฆทึบ...มืดมิดจนแทบจะไม่ต่างกับยามกลางคืน...แล้วก็คิดในใจ....
.....ฝนงั้นเหรอ......
....เจ้านั่น....ซันซัส...เคยพูดเอาไว้ว่ายังไงนะ....
**********************************
"ไม่เบื่อมั่งหรือไงวะ มองอยู่ได้ตั้งนาน"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยที่ไม่ได้ละสายตาจากเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธในมือ ซันซัส หัวหน้าของหน่วยลอบสังหารที่มีอัตราความสำเร็จสูงสุดของวองโกเล่ กำลังนั่งอ่านเอกสารทีี่มีรายละเอียดหยุมหยิมนี่มาได้ซักพักใหญ่แล้วตั้งแต่คนตรงหน้านำมันมาให้เขา และระหว่างซักพักใหญ่นั่นเอง ที่อีกฝ่ายยืนเหม่อมองฝนที่พร่ำตกอยู่นอกหน้าต่างอย่างไม่ลืมหูลืมตา
"หือ? มีอะไรต้องเบื่องั้นเรอะ? เพลินดีออก"
"เฮอะ"
ซันซัสส่งเสียงออกมาราวกับจะดูถูก แต่ก็ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มยียวนบนใบหน้าอีกฝ่ายจางหายไปเลย
แล้วหลังจากเงียบไปพักหนึ่ง จู่ๆสควอโล่ก็พูดขึ้น
"รู้ไหมว่าฝนคือน้ำตาของเทวดาเชียวนะบอส?"
ซันซัสที่กลับไปง่วนกับเอกสาร หยุดมือที่กำลังจดบันทึกตัวเลขลงบนกระดาษ แล้วเหลือบตาขึ้นมามองด้วยสายตาที่อ่านได้ว่า ‘แกจะเอาไงของแก'
"ก็แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ" คนพูดยักไหล่ แล้วปล่อยให้ผู้เป็นนายทำงานต่อ
สควอโล่เหลือบมองคนตรงหน้านิดหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าสีทะมึนตามเรื่องตามราวของตนต่อ....ไม่ได้คิดเลยว่าจู่ๆผู้เป็นนายจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น
อย่างไ่ม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยบ้าง
"น้ำตาของเทวดางั้นเหรอ? เฮอะ ปิศาจอย่างแกไม่เหมาะกับเรื่องพรรค์นี้ซักนิด" ดวงตาสีแดงดุจดังสีของโลหิตเหลือบขึ้นมาจ้องเขาพร้อมด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ถ้าปีศาจอย่างแกมีน้ำตายังจะน่าสนใจซะกว่า ฉันก็อยากเห็นเหมือนกันว่าถ้าเป็นอย่างงั้นฝนมันจะตกมาเป็นสีอะไร"
เขาได้แต่กระพริบตาถี่ๆกับคำพูดล้อเล่นที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน ก่อนจะโวยออกมาดังลั่น
"พูดแมวๆอะไรวะบอส ใครจะร้องไห้กันไม่ทราบ? ต่อให้ชาติหน้าก็ไม่ได้เห็นหรอกโว้ย"
**********************************
....ฝนที่เกิดจากน้ำตาของปีศาจงั้นเหรอ....?
....ความทุกข์ระทมอะไรหนักหนา ที่จะทำให้ปีศาจต้องร้องไห้ออกมา.....?
....เขาเคยคิดว่ามันเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าซักนิด.......
แต่....บอส....รู้อะไรไหม....
แต่ตั้งแต่วันแห่งโชคชะตานั่น.....มันก็ตกไม่หยุดเลยบอส....
....พิรุณสีมืดมิด ที่ตกลงมาจากนภาสีดำสนิทที่ปราศจากแสงนั่นน่ะ....
**********************************
Longing for you.....
Day and in dream.....
I'm hoping you are here......
And leading my way............
**********************************
....สายฝนอันเย็นยะเยือกโปรยปรายลงมา....จากเสียงเปาะแปะ ถี่หนักขึ้นเรื่อยๆ...จนในที่สุดก็ดังอื้ออึงจนกลบเสียงอื่นจนสิ้น...
แล้วตอนนั้นเองที่ประตูไม้บานหนาก็เปิดออก พร้อมกับที่ร่างๆหนึ่งก้าวเข้ามา...
"ทำไมช้าจังวะ รอนานเป็นชาิติแล้วนะโว้ย..." ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามา สควอโล่ก็ไม่รอช้า หันไปบริภาษผู้ที่เข้ามาทันที
"....ออตตาวิโอ"
สีหน้าของผู้รักษาตำแหน่งรองหัวหน้าของวาเรียสงบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง
"สควอโล่"
เขาเอ่ยชื่ออีกฝ่ายแทนคำทักทาย แล้วก็ก้าวมาที่โต๊ะไม้ใหญ่กลางห้องที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโต๊ะทำงานของ
หัวหน้าหน่วยวาเรีย ผู้เป็นเจ้าของห้องนี้...
"มีอะไรก็รีบๆว่ามา ฉันคอยมานานเกินพอแล้ว"
"สควอโล่ รู้สถานะของตัวเองรึเปล่าว่าน่าสิ่วหน้าขวานแค่ไหน?"
"เฮอะ ก็รู้น่ะสิถึงได้บอกให้รีบๆพูดออกมา อ้ำๆอึ้งๆโทษมันก็ไม่ได้ลดลงหรอก ว่าไงล่ะ? สำเร็จโทษหรือขังลืม? หรือตาแก่ันั่นมีไอเดียอะไรที่บรรเจิดกว่านั้นอีก?"
"สควอโล่...รุ่นที่เก้าไม่ใช่คนที่จะทำแบบนั้นได้หรอกน่า นายเองก็รู้ดี"
"เฮอะ..." สควอโล่ทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่ก็หยุดตัวเองเอาไว้ได้ทันท่วงที
"ฉันบอกกับเบื้องสูงไปว่าพวกนายแค่ทำตามคำสั่งของท่านซันซัส แล้วก็ดูเหมือนว่าทางนั้นจะยอมฟังอยู่บ้าง ถึงจะไม่ปลงใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ก็เถอะ ก็เลยจะไม่มีการลงโทษ...แต่พวกนายและหน่วยวาเรียคนอื่นๆทุกคนต้องถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะ
มั่นใจได้ว่าพวกนายบริสุทธิ์..."
"ทำตามคำสั่งงั้นเรอะ....เข้าใจโบ้ยความผิดนี่...."
"ถ้าท่านซันซัสอยู่ที่นี่ ท่านก็คงปรารถนาให้เป็นแบบนี้เหมือนกัน"
"แกก็พูดได้สิ"
"ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะกับนายนะ สควอโล่"
"ถ้างั้นเรียกฉันมาทำไม? กับไอ้เรื่องเท่านี้ให้ใครไปบอกก็ได้"
ออตตาวิโอถอนใจ ก่อนจะพูดต่อไป
"ก็เรื่องต่อจากนี้นี่แหละ นายคิดจะอยู่แบบนี้ต่อไปโดยไม่มีซันซัสงั้นเหรอ? ถ้ายังไงฉันจะพูดกับรุ่นที่เก้าให้...ให้นายกับคนอื่นๆ..."
"ขอปฏิเสธ" คำพูดตัดบทนั้นห้วน และไม่ต้องใช้เวลานานเลยสักนิดในการตัดสินใจ....
"คิดดีแล้วเหรอ? ทำแบบนี้ไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ? ลองคิดดูสิ..."
"ไม่คิดโว้ย" สควอโล่ตวาดออกมาอย่างเหลืออด
"ออตตาวิโอ ถ้าแกยังอยากออกจากห้องนี้ไปโดยที่ยังมีตัวติดกับขา ก็หุบปากแล้วไสหัวไปได้แล้ว..."
เมื่อเห็นว่าสควอโล่เอาจริง ออตตาวิโอจึงไม่มีทางเลือก...
"เข้าใจแล้ว...ถือว่านี่คือทางเลือกของนายก็แล้วกัน"
สควอโล่แทบจะเขวี้ยงอะไรซักอย่างไล่หลังร่างสูงให้รู้แล้วรู้รอด หากไม่ติดว่านี่คือห้องทำงานของบอส...
......แต่วันนี้ ไม่มีร่างสูงอยู่ที่หลังเก้าอี้นั้นแล้ว.....
สควอโล่หลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์....และเมื่อทำเช่นนั้นเสียงฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ก็แว่วมาให้ได้ยิน....
......ฝนที่ตกจากท้องฟ้าอันมืดมิด...ที่เหมือนกับเสียงร่ำไห้ของปิศาจ....
**********************************
You steers my road....
Anytime I need.....
If you walk away....
I will follow you......
**********************************
แล้วขณะที่ยังหลับตาอยู่นั่นเอง เสียงประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง.....
"สควอโล่? ตายตามบอสไปแล้วเหรอ?"
"พูดอะไรบ้าๆวะเบล! อยากตายใช่ไหม!? บอสยังไม่ตายนะโว้ย!!!"
คำตอบอย่างไม่สบอารมณ์สวนขึ้นทันควันจนเด็กน้อยสะดุ้ง
"...ก็ออตตาวิโอบอกว่าบอสอาจจะไม่กลับมาอีกแล้ว...."
"ฟังให้ดีนะ บอสยังมีชีวิตอยู่ แล้วก็จะกลับมาด้วย เข้าใจไหม?"
เบลเฟกอลพยักหน้า
"เจ้าชายก็ว่า ถ้ามาถาม สควอโล่ต้องพูดแบบนี้แน่ๆ...." เจ้าตัวดีหัวเราะชิชิชิ ก่อนจะพูดต่อ
"เพราะงั้น ตอนที่พวกทางโน้นมาชวนให้ไปทำงานด้วย เจ้าชายเลยเชือดริมฝีปากมันออกมาเลย"
สควอโล่เลิกคิ้วมองเด็กชายตรงหน้า
"พวกนั้นก็ไปชวนแกด้วย?"
"อื้อ"
"แล้วทำไมไม่ไป?"
"ถามแปลกๆ ขนาดเจ้าชายยังรู้เลย เหตุผลง่ายๆนี่น่ะ?"
เบลเฟกอลกอดอก ทำหน้ามุ่ยแล้วเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูง
"...สควอโล่นั่นแหละที่รู้ดีกว่าใครแท้ๆ ยังจะมาถามอีก"
สควอโล่ยิ้มออกมา...แม้มันจะไม่ใช่รอยยิ้มยียวนเวลากวนประสาทใครบางคน หรือไ่ม่ใช่รอยยิ้มสะใจเมื่อได้สังหารศัตรู...เป็นเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ดวงตาคู่นั้นไม่ได้หัวเราะไปด้วย...
แต่มันก็เป็นรอยยิ้มแรก ในระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ยาวนานเหมือนกับชั่วกัลป์...
"ดีมาก"
....บอส....มันยังไม่จบหรอกใช่ไหม....
ฉันคนนึงล่ะที่ไม่ยอมแพ้หรอก....ไม่มีทาง.....
ต่อให้ต้องแลกด้วยแขนหรือด้วยขาอีกกี่ข้าง....ฉันก็จะเอาบอสออกมาจากที่นั่นให้ได้...
‘ทำแบบนี้ไปก็ไม่ได้อะไร' งั้นเหรอ....
เฮอะ...แกไม่มีวันเข้าใจหรอก ออตตาวิโอ....
สิ่งที่บอสให้กับพวกเรา....ของขวัญล้ำค่าที่เหนือกว่าลาภยศ.....หรือแม้แต่ศักดิ์ศรี......
.....ของขวัญอันล้ำค่า....ที่เรียกว่าความเชื่อใจนั่นน่ะ......
**********************************
Trying my life
With your sacred gifts you gave to me
I won't vain and succeed if as your precious soul
Holding your hand
And I'm walking through the all of the world
Carrying your wish like the Venus in the dim sky...
**********************************
บอส....รู้สึกไหม....ไฟสีทมิฬกาฬที่แผดเผาอยู่ในใจของพวกเรา โดยมีความปรารถนาของบอสเป็นเชื้อไฟน่ะ.......
........ต่อให้เวลาผ่านไปแค่ไหน.......
........จะสิบปี....ยี่สิบปี.....หรือจะกี่ปีก็ตาม....
........ฉันก็ยังเห็นอย่างชัดเจน ไม่ต่างกับวันแรกที่เราได้พบกัน......
........แสงจากดวงไฟที่แผดเผาอย่างร้อนแรงอยู่บนนภาที่ดำมืดเสียยิ่งกว่ารัตติกาล......
.......อย่างน้อย ฉันก็เคยคิดอย่างนั้น..........จนเมื่อ10ปีผ่านไป......
**********************************
"ไอ้บอสบ้า!!!!!!"
"น่า ใจเย็นๆน่า สควอโล่จัง"
"ลุสซูเรีย อย่ามาขวางนะเฟ้ย คนอุตส่าห์เขียนแทบตาย มีที่ไหน พูดออกมาได้ง่ายๆว่าเศษขยะน่ะ!!"
"มีปัญหาก็เขียนให้มันรู้เรื่องแต่แรกสิวะ สวะ"
"แล้วทำไมฉันต้องมาทำงบดุลพวกนี้ด้วยฟะ!! หาคนอื่นทำสิเฟ้ย"
"ไปบอกรุ่นที่10โน่น"
"แกอย่าเอาชื่อเจ้าหนูทูน่านั่นมาอ้างเลยดีกว่า จงใจแกล้งกันใช่ไหม?"
........ต่อให้เวลาผ่านไปแค่ไหน.......
........จะสิบปี....ยี่สิบปี.....หรือจะกี่ปีก็ตาม....
........ฉันก็ยังเห็นอย่างชัดเจน ไม่ต่างกับวันแรกที่เราได้พบกัน......
........ดวงไฟนั้นยังคงแผดเผาอย่างร้อนแรง แม้ว่านภาที่มันประดับอยู่จะมิได้มีสีดำมืดยิ่งกว่ารัตติกาลเหมือนแต่ก่อนแล้วก็ตาม......
"สองคนนี้นี่จริงๆเลยน้า เอ้า! ฉันทำให้แทนก็ได้"
"ไม่ต้อง!" // "ไม่ต้อง!"
เสียงที่ดังขึ้นพร้อมๆกัน ทำเอาลุซซุเรียหดมือที่ยื่นไปหารายงานฉบับนั้นแทบไม่ทัน
"ก็ให้มันรู้ไปสิ ว่ากะอีแค่ตัวเลขพวกนี้ ฉันจะทำไม่ได้"
"เออ แล้วก็ทำออกมาดีๆล่ะ ไอ้สวะ"
"ขี้โกงชะมัด บอสไม่เห็นให้เจ้าชายเขียนรายงานมั่งเลย"
เบลเฟกอลที่ยื่นอยู่ข้างๆทำหน้ามุ่ยแล้วบ่นออกมาเบาๆ
ลุสซูเรียมองสองคนตรงหน้า ที่หันไปต่อปากต่อคำกันต่อ แล้วก็ถอนใจออกมา ก่อนจะตัดสินใจลากเบลเฟกอลออกจากห้อง จะได้ไม่โดนลูกหลงเมื่อข้าวของในห้องถูกโยนข้ามหัวไปมา
........ต่อให้ปากจะบ่นออกมาแค่ไหน.....จะหัวเด็ดตีนขาดยังไง ก็ไม่มีทางที่จะยกหน้าที่นั้นให้กับใคร นอกเสียจากจะทำมันให้สำเร็จด้วยมือของตัวเอง.....
........นั่นคือสิ่งที่วาเรียทุกคนสาบานเอาไ้ว้ในใจ แม้จะไม่มีใครพูดออกมา.......
........เพราะอะไรน่ะเหรอ......?
........ก็เพราะนั่นแหละคือของขวัญล้ำค่า ที่เรียกว่าความเชื่อใจ....ที่ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก พวกเขาก็ยินดีน่ะสิ.....
**********************************
Trying my life
With your sacred gifts you gave to me
I won't vain and succeed if as your precious soul
Holding your hand
And I'm walking through the all of the world
Carrying your wish like the Venus in the dim sky...
**********************************
-Fin-
แล้วก็เอามาลงจนได้ ทีแรกกะจะเก็บไว้อ่านเองแล้วล่ะค่ะ เพราะคิดว่ามันอาจจะหวานเกินกว่าจะเป็นฟิคXS ฮ่าๆ
แต่คิดอีกที มันก็คือการตีความของเรา เป็นการค้นหาจุดเล็กๆน้อยๆที่น่าจะซ่อนอยู่ในคู่นี้ แล้วเราคิดว่ามันน่ารักดีถ้าจะเอามาเขียน ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศมาอ่านฟิคคู่นี้ในอีกอารมณ์ก็แล้วกันนะคะ ^^
อ้อ แล้วก็สำหรับ ออตตาวิโอ เป็นตัวละครภาคไลท์โนเวลค่ะ
ป.ล. ช่วงหลังมีแต่ฟิคเพลง รวมเล่มเป็นอัลบั้ม KHR Easy Listening ซะเลยดีไหมเนี่ย (ฮา)
ป.ล.2 แทคจากพี่แอน กับท่านซาคุโร่ ยังไม่ได้ทำเลย ติดไว้ก่อนนะคะ แหะๆ...
ป.ล.3 วิทยานิพนธ์ไม่คืบหน้า...จะจบไหมเนี่ยฉัน...(หงิง)
(เพื่ออะไร ฮ่ะๆ<< โดนอาซานะ ชู๊ตออกจากบลอก)
(เมื่อคราวซึบาสะก็ทีแล้ว) เมื่อวันศุกร์ รีบอร์นเล่ม 13 เพิ่งจะออกแล้วยังได้มาอ่านฟิกคู่ XS ของท่านอีก