เพิ่งจะดูการ์ตูนเรื่อง Ghost Hound จบค่ะ
เรื่องย่อ (มีสปอยล์เล็กน้อยแต่พองาม)
เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กชายสามคนในเมืองเล็กๆที่ชื่อว่าซุยเท็นโจว ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู ที่มีเรื่องให้เข้ามาเกี่ยวข้องกัน และค้นพบความสามารถที่มีร่วมกัน นั่นคือเขาทั้งสามถอดวิญญาณ และท่องเที่ยวไปในอีกภพซึ่งอยู่ซ้อนกับมิติของคนเป็นได้
นอกจากนี้ ทั้งสามต่างเป็นเด็กที่มีปมในใจ "โคโมริ ทาโร่" หนุ่มน้อยที่เป็นตัวเอกของเรื่อง เคยถูกลักพาตัวไปพร้อมกับพี่สาวเมื่อ11ปีก่อน ซึ่งมีแต่เขาที่รอดชีวิต เหตุการณ์นั้นเป็นบาดแผลใจใหญ่หลวงให้กับครอบครัวของทาโร่มาก โดยเฉพาะแม่ของเขาที่ต้องพึ่งพายานอนหลับมาตลอดหลายปี
ส่วน "โอคามิ มาโกโตะ" ญาติห่างๆของทาโร่ เขาเกิดมาในตระกูลโอคามิ ซึ่งเป็นตระกูลสาขาของโคโมริ
หลังจากเกิดคดีลักพาตัวทาโร่กับพี่สาว พ่อของมาโกโตะก็ฆ่าตัวตายอย่างปริศนา จนเป็นที่ลือกันไปทั่วว่าพ่อของมาโกโตะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวในครั้งนั้น มาโกโตะกลายเป็นเด็กมีปัญหา ไม่สุงสิงกับใคร จนมีเรื่องให้ต้องมาเกี่ยวข้องกับทาโร่อีกครั้ง
และคนสุดท้าย "นากาจิมะ มาซายูกิ" ที่เพิ่งย้ายมาจากโตเกียว และเป็นคนทำให้ทาโร่กับมาโกโตะได้พูดคุยกันเป็นครั้งแรก แม้จะดูเป็นคนเจ้าเล่ห์ แต่ที่จริงแล้วก็เป็นคนมีจิตใจดี เขาจากโตเกียวมาด้วยความรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนร่วมชั้นฆ่าตัวตาย
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกคนที่ไม่กล่าวถึง ก็คงไม่ได้ นั่นคือ "โคมากุสึ มิยาโกะ" ลูกสาวของศาลเจ้าที่สามารถมองเห็นวิญญาณ รวมทั้งพวกทาโร่ตอนถอดวิญญาณด้วย
เนื้อเรื่องใช้การอธิบายทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทฤษฎีต่างๆในการอธิบายสิ่งที่เหล่าพระเอกพบเจอ และเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไป ปมในใจแต่ละคนก็ค่อยๆถูกคลี่คลายไปด้วย เป็นอนิเมที่ต้องดูจนจบจึงจะได้ข้อสรุป
โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกชอบ เพราะทฤษฎีต่างๆที่ยกมา ถึงบางส่วนจะเป็นทฤษฎีที่ใช้หักล้างการมีอยู่ของวิญญาณ และสิ่งเหนือคำอธิบาย แต่ตัวอนิเมกลับทำออกมาได้สอดรับกัน ไม่ได้แสดงว่าคนที่อยู่ฝ่ายสนับสนุนวิทยาศาสตร์ ดูถูกหรือปิดหูปิดตาไม่ฟังเสียงสิ่งที่อยู่เหนือคำอธิบายของตน และชอบที่เขาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของมนุษย์ที่ตั้งตนเป็นพระเจ้าด้วยการสร้างสิ่งมีชีวิต
ที่สำคัญ ถูกใจเรื่องนี้ที่สุดตรงที่ ใช้ภาษาคิวชูเป็นหลัก นอกจากมาซายูกิที่เพิ่งย้ายมาจากโตเกียว ทั้งทาโร่ มาโกโตะ และมิยาโกะ ล้วนแต่พูดภาษาถิ่น ลองไปค้นดูพบว่าเค้าเอาแบบมาจากเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งของฟุกุโอกะ ซึ่งจากที่ลองหาความเห็นคนของผู้ชม ก็มีบางคนเหมือนกันที่บอกว่า "ฟังภาษาคิวชูไม่รู้เรื่องงงง" แต่ก็ชมว่าทำออกมาได้บรรยากาศ(บ้านนอก)ดี
ตัวอย่างภาษาถิ่นของคิวชู
ประโยค "ไม่มีใครอยู่"
Dare mo inai yo (ภาษาพูดมาตรฐาน)
Dare mo oran ken (คิวชู)
ประโยค "ทำอะไรอยู่"
nani wo shiteru no // nani wo shitenno (ภาษาพูดมาตรฐาน)
nanshon no (คิวชู)
มีบางส่วนที่ใกล้เคียงสำเนียงคันไซ แต่ไม่เหมือนค่ะ คิวชูเพี้ยนกว่าเยอะ (ฮา)
ใครอยากฟังคิระ ยามาโตะเวอร์ชั่นเหน่อได้ใจ เชิญมาชมค่ะ เรื่องนี้คุณโฮชิ โซอิจิโร่พากย์เป็นมาโกโตะค่ะ
ป.ล. ว่าแต่ เพิ่งจะทราบเหมือนกันว่าฟุกุโอกะก็พูด "nanshon no" ด้วย นึกว่ามีแต่ที่บ้านนาของแมวเฮดโฟนนะเนี่ย.... แถมเค้าใช้คำว่า "อาโฮะ"ด้วย แถวบ้านนาเราใช้ "บากะ" แฮะ....แถบบุนโงะคงแปลกกว่าจริงๆนั่นแหละ
ฟังคิระยามาโตะเหน่อกันเถอะ