*Spoiler Alert*
ฟิคต่อไปนี้มีเนื้อหาสปอยล์เนื้อหาในมังกะตั้งแต่ตอนที่ 169 เป็นต้นไป
ท่านใดที่ยังอ่านไม่ถึงและต้องการรักษาอรรถรสในการอ่าน แนะนำว่าอย่าเพิ่งอ่านเลยค่ะ
Home
By: Asana Fay K.
Fandom: Tsubasa RESERVior CHRoNiCLE
Pairing: Kurogane x Fay
Rate: PG13
Dedicated to SmileCowboy (P'Ting)
เรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติของคนเขียน ถึงอนาคตหลังจากเรื่องราวทั้งหลายได้จบลงไปแล้ว
เป็นจินตนาการของคนเขียนล้วนๆ หากมีจุดไหนที่ผิดพลาด ขออภัยมา ณที่นี้ด้วยค่ะ
***********************************
ตึกตัก-・・ตึกตัก-・・
.....?....เสียงหัวใจ...กำลังเต้น....?
ตึกตัก-・・ตึกตัก-・・ตึกตัก-・・
.....หัวใจ....ของฉัน?
ตึกตัก-・・ตึกตัก-・・ตึกตัก-・・
.....ไม่....ไม่ใช่...
"ย....."
ใครน่ะ!
"ยูอิ...."
"!?.....เฟย์....?"
เฮือก!!
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างพร้อมๆกับร่างเพรียวที่ผุดลุกขึ้นนั่งจากท่านอนอย่างกระทันหัน ยูกาตะที่สวมใส่อยู่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ...หัวใจ...ยังคงสูบฉีดแรงเพราะภาพฝัน....
ร่างบางยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมหน้าราวกับต้องการจะปลอบใจตนเองให้สงบลง และก็ดูเหมือนการกระทำนั้นจะได้ผล เมื่อความตระหนกเมื่อครู่ค่อยบรรเทาลง ห้องเริ่มดูเป็นห้องอีกครั้ง และเสียงที่ได้ยินก็เหลือเพียงเสียงหรีดไรของแมลงยามกลางคืน ที่ส่งเสียงหรีดไรผ่านประตูกระดาษสามาให้ได้ยิน...
"ฝัน...อีกแล้วงั้นหรือ....."
ความฝัน...ถึงฝาแฝด...อีกครึ่งชีวิตที่จากไป.....เพราะเขา....
"เฟย์..."
รอยยิ้มน้อยๆผุดขึ้น หากแต่เป็นรอยยิ้มที่แต้มดวงหน้าขาวให้แลดูเศร้าสร้อยยิ่งนัก...ซึ่งเจ้าของรอยยิ้มนั้นก็ดูจะรู้ตัวอยู่เช่นกัน จึงได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะผ่อนออกมา ขับไล่ความสะท้อนใจของตนออกไปให้หมดเท่าที่จะทำได้...และในตอนนั้นเองที่เจ้าตัวได้ิยินเสียงกุกกักจากด้านนอกดังแว่วเข้ามา
"คุโรปีคงตื่นแล้วสินะ..."
***********************************
"อรุณสวัสดิ์คุโรปี!"
ดวงตาสีแดงเข้มดุจเดียวกับโกเมนเอกเหลือบมองผู้ที่โผล่หน้าเข้ามาแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย เบื้องหน้าร่างสูงคือสำรับอาหารเช้าที่อีกฝ่ายเริ่มทานไปบ้างแล้ว
"วันนี้ตื่นเช้าดีนี่"
"พอรู้สึกตัวก็ขี้เกียจนอนต่อแล้วน่ะ อีกอย่างวันนี้คุโรปีนำกองออกแต่เช้าด้วยนี่?"
ร่างสูงนึกอยากกำตะเกียบให้หักคามือกับฉายาประหลาดที่อีกฝ่ายช่างสรรหามาเรียกได้ไม่ซ้ำทุกวัน แต่สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนอก
"อย่างน้อยๆก็ไม่ต้องไปสอนให้แม่คุณโทโมโยะให้เรียกตามได้ไหม..."
"หืม? ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ไงล่ะ? องค์หญิงอุตส่าห์ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นให้"
อีกฝ่่ายทำหน้ามิ้วๆยิ้มตอบมาอย่างกวนๆ
"ตรงไหนกันที่เป็นความรู้???"
อดีตนินจาหนุ่มที่บัดนี้กลายเป็นหนึ่งในนายกองเอกแห่งอาณาจักรชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่าควรจะดีใจหรือเสียใจที่คนตรงหน้าเรียนรู้ภาษาบ้านเกิดของตนได้เร็วจนแค่กว่าปี พ่อคุณก็เถียงคำไม่ตกฟากได้พอๆกับเมื่อตอนที่ยังมีเจ้าซาละเปาเผือกเป็นเครื่องแปลภาษาแล้ว
หลังจากจัดการเสร็จอาหารเช้าของตนเสร็จ คุโรงาเนะก็เอ่ยขึ้น
"ถึงจะตั้งใจให้มันจบภายในวันเดียวก็เถอะ แต่ไปคราวนี้อาจจะยืดเยื้อกว่าที่คิดก็ได้ ดื่มมันซะตั้งแต่ตอนนี้ก็แล้วกัน"
ว่าแล้วนักรบหนุ่มก็ดึงเอาดาบสั้นของตนออกมา ทำท่าจะกดมันลงบนแขน แต่มือเรียวก็ยื่นมาห้ามไว้
"เอาไว้ตอนกลับมาก็ได้"
คุโรงาเนะจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา จนเจ้าของดวงตาสีทองต้องพูดสำทับอีก
"เอ...เขาว่ายังไงแล้วนะ? ‘เป็นจอมทัพใจอย่าอหังกา....จะดีชั่วกลัวกล้าแต่พองาม' ต่อให้เป็นศึกที่น่าจะจบได้ในวันเดียว แต่ถ้าประมาทก็อาจจะแย่เอานา? ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยรู้สึกหิวเท่าไหร่ด้วย อดนิดอดหน่อยไม่เป็นไรหรอก"
ผู้เป็นนายกองครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมตามที่อีกฝ่ายว่าในที่สุด
"ตามใจ อย่าหิวจนคลั่งอาละวาดล่ะ"
"ไม่ใช่ ‘คุโรรินฆ่าหน่วยเสบียง' ซะหน่อย"
"นั่นมัน ‘ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่' ไม่ใช่เรอะ??"
"ท่านอามาเทราสุสอนมา"
"ยัยนั่น...." ให้ตายเหอะ พอกันทั้งพี่ทั้งน้องจริงๆ
***********************************
"เฟย์? ท่านเฟย์คะ?"
"อ๊ะ? ท่านโซมะ"
"มัวแต่นั่งเหม่อแบบนี้ระวังการบ้านที่องค์หญิงสั่งจะไม่เสร็จเอานะคะ" นินจาสาวผิวสีน้ำผึ้งที่ยกของว่างยามบ่ายมาให้เอ่ยล้อชายหนุ่มผมทอง ที่นั่งเหม่ออยู่เพียงคนเดียวตรงหน้าม้วนเอกสารในห้องทรงงานขององค์หญิงโทโมโยะ เจ้าหญิงและมิโกะผู้ปกครองอาณาจักรญี่ปุ่น
เนื่องจากเฟย์ยังอ่านเขียนภาษาของญี่ปุ่นยังไม่แตกฉาน จึงยังไม่สามารถช่วยงานเอกสารต่างๆได้ แต่ในทางกลับกัน ฝีมือการต่อสู้ของชายหนุ่ม แม้จะปราศจากซึ่งเวทมนตร์ ก็ยังร้ายกาจเพียงพอที่จะรับมือศัตรูฝีมือดีได้ด้วยตัวคนเดียว ด้วยเหตุผลนั้นเฟย์จึงมาอยู่ข้างกายองค์หญิงโทโมโยะ แทนที่คุโรงาเนะที่บัดนี้เลื่อนตำแหน่งไปอยู่ในระดับแม่ทัพ
"ฮะๆ ขอบคุณครับ" เฟย์รับของว่างนั้นมา แม้อาหารเหล่านี้จะไม่สามารถดับความหิวกระหายของตนได้ แต่ของอร่อยก็ยังเป็นของอร่อย คุ้มค่ากับการกินอยู่ดี
หลังจากโซมะขอตัวออกไปแล้ว เฟย์ก็กวาดตามองไปรอบๆห้อง...องค์หญิงเองก็คงลำบากไม่น้อย นับตั้งแต่มอบพลังการมองเห็นอนาคตเพื่อช่วยพวกเขาเอาไว้...
.......จากวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดลง.....เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้ว......
คุโรงาเนะยื่นมือให้กับเขาซึ่งไม่มีที่ให้กลับ และพามาที่ญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าหญิงแห่งดินแดนนี้เองก็ไม่เพียงไม่คัดค้าน หากแต่ดูแล และรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งอย่างเต็มใจ....จนบางทีเขาก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า....เป็นแบบนี้....ดีแน่แล้วหรือ....
กับคนอย่างเขา....มีสิทธิ์ที่จะมีความสุขอย่างคนอื่นเขาหรือเปล่า.....
ยิ่งวันคืนผ่านไป เขาก็ยิ่งรู้สึกกังวล....
หากไม่เป็นเพราะช่วยชีิวิตเขา คุโรงาเนะก็จะไม่สูญเสียแขน...แล้วองค์หญิงก็ไม่ต้องสูญเสียพลังการมองเห็นอนาคตเพื่อให้พวกเขารอดชีวิต......
หนี้ที่เขามีต่ออาณาจักรแห่งนี้....อาจจะยิ่งใหญ่จนไม่รู้จะตอบแทนยังไงก็ได้.......
เขาอยากจะเรียกที่นี่เป็นบ้าน.....แต่คำพูดนั้นกลับติดอยู่ที่ปาก....คนอย่างเขา....มีสิทธิ์เรียกที่นี่ว่าบ้านหรือเปล่านะ......?
ขณะที่เฟย์กำลังจะก้มลงทำการบ้านที่ได้รับมอบหมายจากองค์หญิงโทโมโยะต่อนั่นเอง เสียงโหวกเหวกก็ดังขึ้น...
***********************************
"ว่าไงนะ พวกยักษ์อย่างงั้นหรือ??" โซมะหน้าตาตระหนกเมื่อได้รับรายงานจากลูกน้อง
"เกิดอะไรขึ้นหรือครับ? ท่านโซมะ"
"ท่านเฟย์ ยักษ์ค่ะ กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้...ให้ตายสิ ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วยนะ"
เฟย์นิ่ง ที่โซมะพูดนั้นถูกต้องทีเดียว ทำไมต้องเป็นจังหวะเดียวกับที่คนมีฝีมือส่วนใหญ่ออกไปปราบจลาจลเช่นตอนนี้ด้วยนะ
ชายหนุ่มผมทองอ่อนถอนใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าขึงขัง
"ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง องค์หญิง"
***********************************
อาวุธซัดพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างแม่นจำราวจับวาง ร่างของสมุนยักษ์ตัวแล้วตัวเ่ล่าล้มลงด้วยฝีมือของเฟย์ เมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ เจ้าตัวหัวหน้าก็พุ่งเข้าใส่มนุษย์ตรงหน้า หมายจะจัดการให้ตายด้วยมือตนเอง
หากแต่เฟย์ก็มิได้อยู่เฉยให้ซัดได้ง่ายๆ ร่างบางกระโดดขึ้นไปตามลำต้นเขียวชะลูดของต้นไผ่ที่รายล้อม หลบเลี่ยงการโจมตีก่อนจะกระชับไม้พลองในมือแล้วพุ่งเข้าใส่ร่างใหญ่โตหมายจะจัดการในคราเดียว
แต่สิ่งที่เฟย์ไม่คาดคิด คือเมื่อไม้พลองนั้นกระทบเข้ากับร่างสีดำทะมึนของยักษ์ตัวหัวหน้า อาวุธของเขาก็ถูกยึดเอาไว้ราวกับตกลงไปในบ่อยางมะตอยเหนียว ไม่ว่าจะดึงอย่างไรไม้พลองนั้นก็ไม่หลุดออกมา และที่เบื้องหลัง ร่างแยกของยักษ์ร้ายก็ปรากฏออกมาจากเงามืด พุ่งเข้าเฉือนเฟย์ที่ช่วงท้องจนเลือดพุ่งออกมาอย่างน่าประหวั่น
ร่างบางปลิวตามแรงซัดจนกลิ้งไปฟุบอยู่ในอีกมุมหนึ่ง เจ้าปิศาจรวมร่างทั้งสองกลับมาเป็นหนึ่ง แล้วเดินเข้าหาผู้พิทักษ์ที่นอนแบ่บราวตุ๊กตาชักถูกตัดใยด้วยความกระหยิ่ม วันนี้ชัยชนะคงต้องตกเป็นของมันอย่างแน่นอน แต่แล้วจู่ๆมันก็ต้องหยุดชะงักอยู่แค่นั้น เมื่อร่างที่คิดว่าหมดแล้วซึ่งพิษสงค่อยๆลุกขึ้นมาราวกับไม่เคยบาดเจ็บ พร้อมๆรังสีอำมหิตบางอย่างที่แผ่ออกมา...
และเมื่อร่างนั้นเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาสีทองคู่นั้นก็ทอแสงเรืองออกมาอย่างน่ากลัว....
***********************************
"มีอะไรหรือขอรับท่านรองแม่ทัพ?"
หนึ่งในทหารฝีมือดีเอ่ยถามเมื่อเห็นนายกองของตนเพ่งมองท้องฟ้าด้วยใบหน้าขมวดมุ่น
"หรือว่ายังมีศัตรูหลงเหลืออยู่อีก?"
"เปล่า...." คุโรงาเนะตอบสั้นๆ แต่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากทิศที่เป็นที่ตั้งของปราสาท
.....กลิ่นของเลือด....ลอยมาตามลม.....
***********************************
".....แบบนี้...มีหวังโดนคุโรปีดุแน่ๆ....."
เฟย์ยืนมองมือของตัวเองที่บัดนี้กลายเป็นกรงเล็บงุ้มยาว และถูกย้อมเป็นสีดำด้วยเลือดของยักษ์
"อั่ก..." ร่างบางทรุดลงกับพื้น....แม้แผลที่ท้องจะกำลังค่อยๆสมานตัว แต่ปริมาณเลือดที่เสียไปก็มากกว่าที่คิด....
"....ไม่ได้...ต้อง...คุมสติไว้...." ไม่อย่างงั้นคนอื่นจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย....
.......สัญญา...ไว้แล้วนี่....ว่าจะรอจนกลับมา.....
"คุโรงาเนะ....."
***********************************
"อาการบาดเจ็บไม่ร้ายแรงก็จริง แต่ว่า..."
"เสียเลือดไปเยอะสินะ...ฮึ่ย เจ้าบ้านั่น ทำเป็นอวดเก่ง แล้วเป็นยังไงล่ะ"
โซมะนำคุโรงาเนะไปตามทางเดินซึ่งนำไปยังห้องที่เฟย์พักรักษาตัวอยู่ หญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งยืนส่งรองแม่ทัพหนุ่มอยู่ที่หน้าประตูก่อนจะขอตัวกลับไปทิ้งให้คุโรงาเนะเข้าไปในห้องเพียงลำพัง...
ร่างของเฟย์นอนอยู่บนเตียงสีขาวที่มีสายโซ่ระโยงระยางยึดแขนขาคนป่วยอยู่ คุโรงาเนะมองร่างที่ถูกพันธนาการด้วยแววตาที่บอกไม่ถูก ก่อนจะไปนั่งข้างๆร่่างบางที่บิดตัวอย่างทรมาน ดวงตาสีทองเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างผู้ที่มาเยี่ยม แม้ยังมีสัญญาณว่าเจ้าของดวงตานั้นยังมีสติหลงเหลืออยู่หากก็ใกล้อ่อนแรงให้กับสัญชาตญาณอันหิวกระหายภายในร่างเต็มที
"คุโร...งาเนะ......"
"เจ้าโง่......" คุโรงาเนะยื่นมือไปปลดพันธนาการจากร่างอีกฝ่าย
"อย่า...." ดวงตาสีทองไหวระริกเมื่ออีกฝ่ายทำเช่นนั้น
"หิวจนแทบทนไม่ได้แล้วไม่ใช่หรือไง?" นอกจากจะไม่สน ปลดเอาโซ่ทั้งหลายออกจนหมด คุโรงาเนะยังหยิบเอามีดมากรีดแขนตัวเองจนเลือดสีแดงสดไหลหยดลงมาเป็นทาง
และเมื่อกลิ่นคาวเลือดลอยมากระทบโสตประสาทของร่างบาง...สัญชาตญาณที่อีกฝ่ายพยายามต่อสู้ก็เอาชนะสติสัมปชัญญะ ช่วงชิงความเป็นนายบังคับร่างขาวนวลนั้นให้เคลื่อนไหวราวกับสัตว์ป่า
เฟย์พุ่งเข้าหาคุโรงาเนะ ด้วยแรงที่ส่งให้อีกฝ่ายลงไปนอนกับเตียง ก่อนจะเข้าดื่มกินโลหิตสีแดงแก่ก่ำอย่างหิวกระหาย ลิ้นที่กลายเป็นสีชาดเลียไล้ไปตามแขน ก่อนจะผละขึ้นมาซุกไซ้ไปตามซอกคอของร่างสูง
"คุโรงาเนะ......"
***********************************
"อือ......" เสียงงึมงำในลำคอดังออกมาเบาๆเมื่อร่างบางลืมตาตื่นขึ้น
"ตื่นแล้วรึ" เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมๆกับที่เฟย์รู้สึกถึงไออุ่นจากร่างของใครอีกคนที่โอบกอดร่างของตัวเองอยู่
"!? คุโร...ปี?" เฟย์มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้างงงวย แล้วก็เริ่มสังเกตเห็นรอยกัดตามตัวคุโรงาเนะ รวมทั้งสีหน้าอีกฝ่ายที่ดูซีดเซียวกว่าปรกติ
"นี่...หรือว่าฉัน..." เฟย์ยกมือขึ้นปิดปาก...ปากที่ดื่มกินเลือดอีกฝ่ายเข้าไปอย่างหิวกระหาย และเป็นต้นเหตุให้คุโรงาเนะอยู่ในสภาพนี้
"ให้ตายเถอะ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าคลั่งอาละวาดน่ะหา" คุโรงาเนะทำหน้าเหนื่อยหน่าย แล้วยกมือขึ้นกุมขมับที่ยังรู้สึกมึนๆอยู่เล็กน้อย
"......"
"หือ?" ร่างสูงเอ่ยเป็นเชิงถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งไป
"....ขอโทษ"
"หา?" คุโรงาเนะขมวดคิ้ว
"บางที....ฉันอาจจะคิดผิดที่มาอยู่ที่นี่ก็ได้....."
กับคนอย่างเขา....คนที่มีชีวิตซึ่งแลกมาด้วยชีวิตของคนอื่นอย่างเขา.....บางที...ถ้าหากว่า...
"ถ้าหากฉันไม่อยู่ที่นี่....บางทีอะไรๆอาจจะ....."
แต่ก่อนที่จะทันพูดจบ ริมฝีปากของอีกฝ่ายก็ประกบเข้ามาตัดบทเสียก่อน
"!! คุโรงา...อื้อ...เดี๋ยว! อื้ม!!"
"กล้ามากนี่ที่บอกว่าจะไม่อยู่ที่นี่น่ะ"
"เดี๋ยวสิ! ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นเสียหน่อย! อ๊ะ คุโรงาเนะ!!"
เฟย์ร้องออกมาเมื่อมือแกร่งล้วงต่ำลงไปถึงไหนๆ
"ถ้าลืมฉันจะเตือนให้...." ดวงตาสีแดงเข้มมองตรงลงมายังดวงตาสีทองของคนตรงหน้า
"....ที่ของแก คือข้างๆข้านี่ เข้าใจหรือเปล่า?"
"......."
เฟย์นิ่งอึ้ง มองดวงตาอันแน่วแน่ของคนตรงหน้า แล้วจู่ๆก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างข้างในอก....
.....เสียงหัวใจของเขาเอง.....ที่กำลังเต้นระรัว.....
จริงสินะ....ทำไมเขาถึงรู้สึกตัวช้านัก.....
บ้าน...ไม่ใช่แค่สถานที่ที่ใดที่หนึ่ง มิได้หมายถึงปราสาทเช่นปราสาทอันหนาวเหน็บในแดนหิมะกันไกลโพ้น หรือราชวังอันโอ่อ่าอ่อนช้อยแห่งญี่ปุ่นหรือเมืองใดๆ....
หากแต่หมายถึงสถานที่ที่อยู่อย่างอบอุ่นใจ....เป็นที่ๆเขาจะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นอย่างมีชีวิตชีวา เช่นในเวลานี้ต่างหาก....
บ้านของเขา....
......ที่อยู่ข้างกายคนๆนี้.....
แล้วตอนนั้นเองที่รอยยิ้มสดใสเสียยิ่งกว่ารอยยิ้มใดๆของเฟย์ก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่ม...เป็นรอยยิ้มที่มอบให้กับคนๆเดียว......
.....ผู้ที่เป็นบ้านของเขา.....
***********************************
Fin ---Home---
แถม...
"เอ่อ...คุโรปี....แล้วทำไมฉันถึงมีรอยกัดบนตัวด้วยล่ะ? อ๊ะ ตรงนี้อีก"
"หือ? หึ จำไม่ได้งั้นรึ?"
"เอ่อ...คุโรปี..??"
"จะช่วยให้จำได้เดี๋ยวนี้แหละ"
"ห...หา?? ด..เดี๋ยวก่อน...อื้อ!"
จบจริงๆละ...
ชอบฟิคมากๆ แต้งค์กิ้วอีกทีเน้ออ
)