Warm Hands, Cold Hands
By: Asana F. K.
Fandom/pairing: xxxHolic/Domeiki x Watanuki
Rate: PG
Happy Birthday Nami chan!
****************************
“เอ๊ะ คุณหมอคะ แล้วอย่างงี้เราจะทราบได้อย่างไรคะ ว่าเราเป็นคนธาตุร้อนหรือธาตุเย็น”
เสียงเจื้อยแจ้วของผู้ประกาศข่าวสาวจากในโทรทัศน์ ดังแข่งกับเสียงทอดเกี๊ยวซ่า และเสียงกระทบกันของแก้วที่เพิ่งถูกนำออกมาจากเครื่องล้าง อยู่ในร้านบะหมี่ขนาดไม่ใหญ่นัก
“ก็ง่ายๆครับ” เสียงของนายแพทย์หนุ่มหน้าตาหล่อเหลาพูดตอบผู้ประกาศข่าวสาว จากอักษรที่ปรากฏขึ้นที่หน้าจอ ทำให้รู้ว่าเจ้าตัวเป็นหมอประจำโรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยชื่อดัง
“ลองนึกถึงตอนเราไปกินพวกอาหารร้อนๆอย่างหม้อไฟ หรือราเม็งดูนะครับ ถ้าหากว่ากินแล้วเหงื่อออกท่วมตัว รู้สึกร้อนขึ้นมา แบบนี้ธาตุร้อนครับ แต่ถ้ากินแล้วก็เฉยๆ ไม่เป็นไร แบบนี้ถือว่าธาตุเย็นครับ ยิ่งถ้ากินพวกของเย็นๆอย่างไอศกรีมแล้วหนาวสั่นขึ้นมาง่ายๆนี่ยิ่งใช่เลย”
“โอ้โห เท่านี้ก็ทราบแล้วหรือคะ”
“ครับ แต่นี่ก็เป็นการแบ่งอย่างคร่าวๆนะครับ ถ้าอยากตรวจให้แน่ใจล่ะก็...”
ปิ๊บ---ซ่า---ปิ๊บ
“ขณะนี้เข้าอินนี่งที่6แล้วครับ เป็นตาของทีมไจแอ้นท์ คะแนนในตอนนี้ไจแอนท์ยังนำอยู่ แต่ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ...”
เสียงพูดคุยของผู้ประกาศข่าวสาวและนายแพทย์หนุ่มหยุดลงดื้อๆ และเปลี่ยนเป็นเกมส์การแข่งเบสบอลคู่ชิงชนะเลิศที่น่าสนใจกว่า แม้ลูกค้าในร้านส่วนใหญ่จะดูพอใจ และหันมาให้ความสนใจกับการแข่งสุดเข้มข้นที่เข้ามาแทนที่ แต่ในอีกมุมหนึ่งของร้าน หนึ่งในสองลูกค้าในชุดนักเรียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยหน้าตายๆ
“อ๊ะ เปลี่ยนช่องไปแล้ว”
“ก็แหงล่ะ ใครมันจะไปทนดูไอ้รายการน่าเบื่ออย่างงั้นได้เล่า”
“ฉันดู”
“ก็มีแต่คนอย่างนายเท่านั้นแหละ ที่จะทนดูรายงานอย่างงั้นได้อย่างออกรสน่ะ! ให้ตายเหอะ!! วันหนาวๆแบบนี้ ทำไมฉันต้องถ่อออกมาข้างนอกนี่กับเจ้าบ้าโดเมกิด้วยเนี่ย!!”
ผู้ที่โวยวายได้เป็นชุดแบบนี้จะเป็นใครไปได้อีก หากไม่ใช่วาตานุกิ คิมิฮิโระ เด็กทำงานพิเศษจากร้านของแม่มดแห่งมิติ อิจิฮาระ ยูโกะ ซึ่งในวันนี้ก็ถูกนายจ้างสาวสวยมอบหมายงานพิเศษมาให้ทำอีกเช่นเคย
แต่ระหว่างที่ร่างบางโวยวายกับชะตากรรมอันน่าสงสารแกมน่าสมเพชของตนในอุ้งมือของนายจ้างผู้ที่มักจะมีไอเดียใหม่ๆมากลั่นแกล้งเขาได้เสมอ(อย่างน้อยเจ้าตัวก็คิดเช่นนั้น) ผู้ที่มาด้วยกันกลับดูนิ่งเฉย สีหน้าอันสงบนั้นไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปรกติเลยแม้แต่น้อยจนคนข้างๆเริ่มรู้สึกหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด
“นายก็พูดอะไรมั่งเซ่!!” วาตานุกิหันมาพาลใส่
“หืม?” เมื่อถูกบอกให้พูด โดเมกิจึงหันไปมอง
“นายธาตุร้อนหรือธาตุเย็น?”
“ฮึ้ย~~~!!!! ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นเฟ้ย! หมายถึงว่าต่อให้มันยังแค่ต้นฤดูใบไม้ร่วงก็เถอะ แต่ช่วงที่จู่ๆอากาศก็หนาววูบขึ้นมาแบบนี้ ใครเค้าอยากจะออกนอกบ้านกันน่ะหา?? คุณยูโกะนะ คุณยูโกะ จะรออีกซักหน่อยก็ไม่ได้ ให้ตายเหอะ!! แล้วไอ้เจ้าเงาสะืท้อนของพระจันทร์แรกของฤดูใบไม้ร่วงน่ะ เค้าใช้ไอ้ของพรรค์นี้จับกันเรอะ?? ปรกติมันต้องกล้องถ่ายรูปสิ! กล้องถ่ายรูปน่ะ!!”
ระหว่างที่วาตานุกิชู ‘ไอ้ของพรรค์นี้’ หรือก็คือที่ช้อนปลาทองทำจากกระดาษแผ่นบางธรรมดาๆที่เห็นอย่างดาษดื่นตามงานเทศกาลขึ้นมาโบกไปมาอย่างหัวเสีย โดเมกิก็ถือโอกาสสังเกตอีกฝ่ายไปด้วย...
ทั้งสองนั่งกินบะหมี่ร้อนๆด้วยกันมาตั้งแต่เมื่อครู่ ตัวเขาเองตอนนี้เริ่มรู้สึกร้อนจนเหงื่อเริ่มจะออกแล้วแท้ๆ แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทางจะออกเหงื่อแม้แต่น้อย...
หืม...ทั้งที่ใจร้อนแบบนี้ แต่กลับเป็นพวกธาตุเย็นหรือนี่...
โดเมกิลอบยิ้มมุมปากน้อยๆกับความจริงข้อนี้ที่ดูขัดแย้งกับบุคลิกของคนตรงหน้าเหลือเกิน....แต่คิดอีกที....มันก็คงจะเป็นการพูดอะไรเข้าตัวเสียมากกว่าล่ะมั้ง?
ตัวเขาที่เป็นคนธาตุร้อน แม้ไม่รู้ว่าปรกติตัวเองเป็นคนอย่างไร แต่ก็เห็นคนรอบตัวบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเขานั้นใจเย็น....
.......ตรงข้ามกันเสียจริงๆ.....
โดเมกิคิดพลางซดน้ำซุปที่เหลืออยู่จนหมด ก่อนจะลุกขึ้น
“ขอบคุณสำหรับบะหมี่ครับ”
“เฮ้! เดี๋ยวสิ โดเมกิ! ให้ตายเหอะ..” วาตานุกิรีบกินบะหมี่ส่วนที่เหลือของตนก่อนจะลุกตามไปบ้าง
****************************
“ที่นี่สินะ?”
“อืม....ตะกี้ออกจากร้านบะหมี่...เลี้ยวขวาแล้วเดินตรง.....มันก็น่าจะที่นี่นั่นแหละ” วาตานุกิเช็คตำแหน่งสถานที่กับแผ่นที่ในมืออีกครั้ง
ที่ทั้งสองเห็นอยู่ตรงหน้า คือสวนสาธารณะเล็กๆที่มีน้ำพุขนาดย่อมตั้งอยู่ใจกลางสวน....
โดเมกิมองวาตานุกิที่กลืนน้ำลายเอื้อกก่อนจะทำใจกล้า เดินนำไปก่อน...
แต่ก่อนที่จะถึงน้ำพุที่เป็นเป้าหมาย วาตานุกิก็หยุดกึก...
“รู้สึกไม่ดีขึ้นมาหรือ?”
“...ไม่ใช่....ก็ไม่เชิง....” วาตานุกิหันไปมองรอบๆ “แต่เหมือนกับ...ถูกจ้องอยู่....”
“.......” โดเมกิไม่ตอบ แต่ก็เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ต่อให้เขามองไม่เห็นอะไรอย่างที่วาตานุกิเห็น แต่อย่างน้อยๆ ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไล่พวกนั้นไปได้....
........นี่ก็อีกสินะ ที่เขาตรงข้ามกับวาตานุกิ.....
“รีบๆจัดการให้เรียบร้อยแล้วรีบไปกันดีกว่า” วาตานุกิเอ่ย แล้วรีบจัดแจงคว้าอุปกรณ์ออกมา...
อุปกรณ์ที่ประกอบด้วย ช้อนตักปลากระดาษ......ขันน้ำ.....และถุงพลาสติก........
อาวุธครบมือ สำหรับผู้ต้องการช่วยชีวิตปลาทองในอ่าง.....
“ฮือ....นี่มันชุดอุปกรณ์ตักปลาตามงานเทศกาลชัดๆ...” วาตานุกิน้ำตาไหลพราก แต่มือก็พับแขนเสื้อไปด้วย
โดเมกิชะโงกหน้าไปมอง
“เคยเล่นมาก่อนหรือเปล่า?”
“ของพรรค์นี้ทำไมจะไม่เคยเล่า! เห็นแบบนี้ฉันน่ะไม่แพ้ใครเรื่องตักปลาทองหรอกนะ” วาตานุกิทำท่าทางมั่นใจ พลางกระชับช้อนกระดาษในมือ ย่างสามขุมไปหาน้ำพุซึ่งตอนนี้ไม่ได้เปิดทำการ น้ำในสระจึงนิ่งราวผิวหน้าของกระจก
“เอาล่ะ....” ชายหนุ่มมองเงาของพระจันทร์เต็มดวงในสระน้ำ จินตนาการให้มันคือปลาทองตัวหนึ่ง....
“ปรกติจะช้อนปลาทอง ต้องช้อนที่ตัว พยายามเล็งอย่าให้ส่วนหางเข้ามาอยู่ในช้อนเพราะเวลาปลาดิ้น หางจะปัดไปมาจนช้อนจนกระดาษขาด....แต่แบบนี้ส่วนไหนคือหัวคือหางกันล่ะ.....”
“โห...” โดเมกิส่งเสียงด้วยความทึ่งหน่อยๆ ไม่ยักรู้มาก่อนว่าช้อนปลาทองต้องมีเทคนิคแบบนี้ด้วย....
โดเมกิมองช้อนในมือร่างบางเคลื่อนเข้าไปหาเงาของพระจันทร์ในน้ำอย่างเบามือ....ก่อนที่จะขยับเพียงครั้งเดียว ช้อนเงานั้นเข้ามาอยู่ในขันน้ำในมืออีกข้าง“สำเร็จ!”แปลกแต่จริง ที่เงาในน้ำพุ บัดนี้ไร้ซึ่งแสงนวลกระจ่างของพระจันทร์วันเพ็ญ แต่เป็นในขันน้ำน้อยในมือของวาตานุกิ ที่ทอแสงสีเงินยวงออกมา ราวกับพระจันทร์บนฟ้าได้มาสถิตย์อยู่ ณ ที่นั้น....โดเมกิได้แต่มองสิ่งที่สะท้อนแสงยวงอย่างไม่วางตา....
“เท่านี้ก็สำเร็จ...แต่ให้ตายเหอะ น้ำเย็นชะมัด” เสียงบ่นของวาตานุกิดังให้ได้ยินขณะที่เจ้าตัวเทเงาสะท้อนของดวงจันทร์ใส่ลงในถุงพลาสติกใสอย่างทะนุถนอม ก่อนจะมัดปากถุงให้เรียบร้อย
“เอาล่ะ รีบไปกัน....” วาตานุกิหยุดลงแค่กลางประโยค
ฟ้าว..........
“โดเมกิ หลบ!!” โดเมกิรู้สึกว่าตัวเองโดนผลักออกมา แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เมื่อหันไปก็เห็นว่าวาตานุกิกำลังวิ่งหลบอะไรบางอย่างอย่างหัวซุกหัวซุน
“วาตานุกิ?”
“เจ้าบ้า ทำหน้าเซ่ออะไรอยู่เล่า จัดการอะไรซักอย่างเซ่!!”
ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะนะ บอกให้คนที่มองไม่เห็นจัดการ แล้วจะจัดการยังไงล่ะ.....
วาตานุกิเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจความจริงข้อนี้อยู่เหมือนกัน สายตาหลังแว่นรีบมองไปรอบๆขณะที่สมองก็รีบใช้ความคิด แล้วทันใดนั้นดวงตาสีฟ้าก็จับไปที่สระน้ำราวกับคิดอะไรออก
“โดเมกิ เล็งไว้นะ!!”
“หา?”
วาตานุกิกระโจนลงไปในน้ำพุ แล้วตอนนั้นเองที่เบื้องหลังของร่างบาง น้ำในสระกระจายแตกออกโครมใหญ่ เผยให้เห็นฝีเท้าอันไร้ร่าง
โดเมกิรีบคว้าก้อนหินขึ้นมากระชับไว้ในมือ ก่อนจะซัดออกไปเต็มแรง ส่งให้กระสุนพุ่งแหวกอากาศเข้าไปหาเป้าหมาย เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าของฝีเท้าในน้ำนั้น รู้แต่เพียงว่าทันทีที่ก้อนหินเข้าไปกระทบกับอะไรที่น่าจะเป็นเป้าหมาย ก็เกิดลมแรงโหมพัดจนต้องหลับตาลง และเมื่อลืมตาอีกที วาตานุกิก็เดินเป็นลูกหมาตกน้ำเข้ามาหาพร้อมกับถุงพลาสติกในมือที่ยังดูปลอดภัยดี....
“ยังอยู่หรือเปล่า?” โดเมกิหมายถึงอะไรก็ตามที่ไล่ตามวาตานุกิอยู่
“ไปแล้ว” ผู้ถูกถามควักผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดตามเนื้อตัวที่เปียกปอนด้วยละอองน้ำ รองเท้าสองข้างเปียกแฉะ แต่ยังดีที่ท่อนบน ที่เปียกมีแต่เสื้อตัวนอกเท่านั้น เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในดูเหมือนจะยังปลอดภัยดี
โดเมกิมองร่างบางตรงหน้าที่กำลังถอดเสื้อตัวนอกออกแล้วก็ครุ่นคิด...
“มองอะไรของนายน่ะ? เฮ้? นี่นาย....นี่จะทำอะไรของนายน่ะหา?!!”
โดเมกิไม่ฟังเสียงประท้วงของอีกฝ่าย เดินอาดๆเข้าไปหาโดยไม่อธิบายอะไร ก่อนที่จะ....
...ฟึ่บ...
เสื้อนอกของโดเมกิ ถูกวางลงบนไหล่ทั้งสองของวาตานุกิ คลุมร่างที่เย็นเฉียบเอาไว้....
“........” แปลก.....ที่ไม่มีคำพูดตอบจากปากที่มักโวยวายโหวกเหวกอยู่เสมอ.....
โดเมกิมองร่างที่แข็งทื่อ นิ่งอึ้งอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก แล้วก็ยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะพูดขึ้นลอยๆ
“ฉันมันพวกธาตุร้อน เท่านี้ไม่หนาวหรอก”
“ใครเค้าถามไม่ทราบ”
เสียงที่เอื้อนเอ่ยคำพูดนั้นแข็งกระด้างราวกับจะตีหัวคนแตก หากแต่แก้มทั้งสองกลายเป็นสีแดงระเรื่อ...ไม่รู้ว่า....เป็นเพราะความหนาวหรืออะไรกันแน่.....
โดเมกิไม่คิดจะถามออกมาหรอก และดูเหมือนอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะอธิบายด้วย เพราะวาตานุกิรีบสะบัดหน้าเดินออกไปทันที
“ฉันกลับล่ะ”
.....เขาเป็นคนธาตุร้อน......ส่วนวาตานุกิเป็นพวกธาตุเย็น.........
แม้ในวันที่อากาศเย็นแบบนี้ มือของเขาก็ยังคงอุ่น ไม่เหมือนกับมือของวาตานุกิ ที่ราวกับจะเย็นตามอากาศ ส่งผลให้อีกฝ่ายต้องคอยยกขึ้นมาเป่าให้คลายหนาวอยู่เรื่อยๆ....
นอกจากเรื่องนี้ เขากับวาตานุกิ ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ไม่เหมือนกันสักนิด เขาเป็นพวกใจเย็น ตรงข้ามกับอีกฝ่ายที่ใจร้อน ขี้โวยวายเป็นที่สุด.......
เขามองไม่เห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่มีพลังที่จะไล่มันไปได้ ส่วนวาตานุกิ ดูจะตรงข้ามกับเขาโดยสิ้นเชิง.....
เขาเคยสงสัย....ว่าทำไมพวกเขาทั้งสองถึงได้ต่างกันมากมายนัก......แต่ก็ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้........
“ฟู่....” วาตานุกิที่เดินอยู่ข้างๆ ยกมือที่เริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีซีดขึ้นมาเป่าให้หายหนาวอีกครั้ง...
“หนาวมากเหรอ”
“ก็เพราะเมื่อกี้ไปแช่น้ำมานั่นแหละ”
“หืม.....”
โดเมกิยกมือตัวเองขึ้นมามอง.....
ถ้าอย่างงั้น.......
“ฮึ้ย!! คิดจะทำอะไรของนายน่ะหา?!!”
“จับเอาไว้แบบนี้ อุ่นหรือเปล่าล่ะ?”
“............เจ้า.....เจ้าบ้า....” เสียงอุบอิบลอยมาให้ได้ยินเบาๆ
อืม.....ตอนนี้ เขารู้สึกว่า เขาชักจะเข้าใจขึ้นมานิดๆแล้วล่ะ.....
***********************************
--Fin-- Warm Hands, Cold Hands
edit @ 11 Oct 2007 19:10:11 by Asana Fay
น้ำตาไหลอาบ ชอบคู่นี้มากๆ เขียนเยอะๆ เลยน้า อาซานะจัง ขอคุโรเฟย์แถมด้วย อิอิ (ไม่ค่อยโลภ)
คลื่นใต้น้ำสินะ..