2007/Sep/01

Iro no shiroi ha shichinan kakusu
-White skin covers seven flaws-
色の白いは七難隠す

By: Asana Fay Kakuba
Pairing: Renji x Byakuya [BLEACH]
Rate: PG-15

****************************************

              "หา? เจ้าหน้าจืดฟุกามาจิน่ะเหรอแต่งงานแล้ว? ข้าไม่อยู่แค่แป้บเดียวเนี่ยนะ"

              "ฮะๆ ครับ ความจริงก็เห็นว่าอยากจะรอคุณเร็นจิอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าคุณเร็นจิจะกลับมาเมื่อไหร่ ทางผู้ใหญ่ก็เลยให้แต่งเลย หัวหน้าเองก็ว่าอย่างนั้น"

              หลังจากถูกส่งตัวไปประจำการยังโลกมนุษย์ตามคำสั่งของเบื้องบนได้ระยะหนึ่ง ก็ถึงคราวที่อาบาราอิ เร็นจิ รองหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่6 ต้องกลับมายังโซลโซไซตี้ แม้การกลับมาคราวนี้จะเป็นการกลับมาโดยที่เจ้าตัวไม่เต็มใจเลยก็ตามที แต่นั่นก็เป็นคนละประเด็นกับสิ่งที่เขากำลังฟังริคิจิ เล่าเรื่องต่างๆให้ฟังอยู่ในตอนนี้....ดูเหมือนว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่จะมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายหลายอย่างทีเดียว....อย่างเรื่องของหนึ่งในลูกน้อง ที่จู่ๆก็ตัดหน้าผู้บังคับบัญชา ชิงแต่งงานมีเหย้ามีเรือนไปเสียแล้ว

              "แล้วฝ่ายหญิงเป็นใครล่ะ ข้ารู้จักหรือเปล่า"

              "รู้จักสิครับ ก็โยชิโนะที่รับผิดชอบงานดูแลผีเสื้อนรกเหมือนข้านั่นไง"

              "หา? โยชิโนะคนนั้นน่ะเหรอ" จำได้ว่าแม่คุณยังตามกรี๊ดเป็นแม่ยกเขาอยู่หยกๆ แล้วนี่ไปแต่งงานกับฟุกามาจิหน่วยธุรการเสียแล้ว?

แว่บหนึ่งที่เร็นจิรู้สึกว่า จิตใจนารี...ช่างยากแท้หยั่งถึง...

              "ฮะๆ...ข้าว่าสาวๆในหน่วยตามกรี๊ดคุณเร็นจิไม่ใช่แค่เพราะชื่นชมในตัวคุณเร็นจิอย่างเดียวล่ะมั้งครับ...."

              เร็นจิกระพริบตาปริบๆ มองหน้าริคิจิอย่างงงๆ เหมือนหลอดไฟขณะที่บัลลาร์ดและสตาร์ทเตอร์ยังไม่พร้อมทำงาน...

              ....กระพริบ.....
              ....กระพริบ.....
              ....ก่อนจะติดวาบ.....
        

              "........หมายถึงข้ากับเบีย....หัวหน้างั้นสินะ....." จู่ๆเร็นจิก็รู้สึกอยากจะคุมขมับที่เริ่มจะปวดตุบๆขึ้นมา เขาชักจะเห็นด้วยกับที่เบียคุยะเคยเปรยอย่างจนใจว่าสาวๆสมัยนี้น่ากลัวขึ้นทุกวันขึ้นมาเสียแล้ว...

              "แล้วโยชิโนะเป็นเสียแบบนั้น เจ้าฟุกามาจิไม่ว่าอะไรเรอะ" เร็นจิพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับถอนใจเสียมากกว่า

              "ฮะๆ นอกจากเรื่องนี้ โยชิโนะก็ถือว่าเป็นคนน่ารักออกนี่ครับ....อืม...แบบนี้พอเรียกได้ว่า ‘ผิวขาวปิดตำหนิเจ็ดอย่าง' ได้ไหมน้า...."

              "หา?"

              "เอ๋? คุณเร็นจิไม่เคยได้ยินภาษิตนี้เหรอครับ?" ริคิจิมองหน้าผู้บังคับบัญชาที่เอียงคอทำหน้าน้องหมางงกลับมาเป็นคำตอบ

              "หมายถึงว่าถ้าสาวเจ้ามีผิวขาว ต่อให้มีตำหนิสักเจ็ดอย่างก็ยังให้ความรู้สึกว่าสวยน่ะครับ....ความจริงใช้กับข้อด้อยด้านรูปร่างหน้าตามากกว่า....กรณีนี้น่าจะพอถูไถเอามาประยุกต์ใช้ได้ล่ะน่า..." ริคิจิยิ้มแหะๆ

              "หืม....ผิวขาวปิดตำหนิเจ็ดอย่างเหรอ...."

              ผิวขาวๆ....

              ใบหน้าของใครบางคนผุดขึ้นมาในหัวแดงๆของท่านรองหัวหน้าอาบาราอิ ซึ่งจะเป็นใครไปได้เล่าหากไม่ใช่หัวหน้าหน่วยคนงามเจ้าของผิวขาวดั่งสีน้ำนม คุจิกิ เบียคุยะ....

              "คุณเร็นจิ? เป็นอะไรไปหรือครับ?" ริคิจิถามเมื่อจู่ๆผู้บังคับบัญชาของเขาก็ชะังักค้าง ทำหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ลำพัง

              "อ๊ะ เปล่าๆ แค่ติดใจความหมายน่ะ.....ผิวขาวปิดตำหนิเจ็ดอย่าง....อืมๆ"

              "ง้นเหรอครับ" หนุ่มน้อยผู้เป็นลูกน้องตอบโดยไม่ติดใจอะไร "อ๊ะ ได้เวลาข้าเข้าเวรแล้ว ขอตัวก่อนนะครับคุณเร็นจิ"

              "หา? อ้อ งั้นรึ งั้นก็โชคดีล่ะ ขอบใจสำหรับข่าวนะ ริคิจิ"

              เร็นจิมองผู้ใต้บังคับบัญชาโค้งลาแสดงความเคารพก่อนเดินจากไป หากแต่หลังจากริคิจิลับสายตาไปแล้ว คำพูดของเจ้าหนุ่มก็ยังวนเวียนอยู่ในหัว...

              "ผิวขาวปิดตำหนิเจ็ดอย่างงั้นเหรอ....."

****************************************

หลังจากกลับเข้ามาในหน่วยหลังหมดเวลาพักเที่ยง เร็นจิก็ใช้เวลาในช่วงบ่ายหมดไปกับการลอบมองคุจิกิ เบียคุยะ สลับกับการพิจารณาภาษิตที่เพิ่งเรียนมาสดๆร้อนๆ....

ถ้าผิวขาวปิดตำหนิเจ็ดอย่าง...

ผิวขาวๆ = เบียคุยะ

ดังนั้น ต่อให้เบียคุยะมีตำหนิเจ็ดอย่าง ก็โดนอำนาจของความขาวปิดไปได้หมด...?

.....ซึ่งจะต้องพิสูจน์....

ข้อแรก - ไม่มีใครสังเกตหรือแกล้งไม่เห็นกันนะ ว่าบนหัวเบียคุยะน่ะ มันเหมือนสังกะสีมากกว่าปิ่น??

              "เอ๋ ปิ่นชายเลี้ยงโคของท่านหัวหน้าหรือคะ? ข้าว่ามันก็เท่ห์ออกนี่คะ เป็นเอกลักษณ์ แถมยังรับกับผิวขาวๆของท่านหัวหน้าที่สุดเลย"

              "นั่นสิๆ นอกจากนี้นะ ยังรับสายซ้อน ส่งข้อความได้ด้วย ถ้ามีเงิน ข้ายังอยากหาไว้ติดตัว(ติดหัว??)ซักอันเลย"

              สาวๆแย่งกันส่งเสียง ดูเหมือนจะไม่มีใครใส่ใจเลยว่ามันจะใช่ปิ่นหรือไม่...

ข้อสอง - เบียคุยะ...ขาดแคลนคิ้ว....

              "หืม? แบบนั้นข้าว่าก็ดูดีไปอีกแบบนะ ถึงจะเฉิดฉายสู้ขนตาข้าไม่ได้ เนอะ? อิคคาคุ?"

              "แล้วทำไมต้องมาถามข้าด้วยเล่า"

              "ว่าแต่ว่านะ เร็นจิ คิ้วเจ้าน่ะ ไม่คิดว่ามันดกไปหน่อยเหรอ? ดกไปกว่านี้เดี๋ยวก็ยิ่งเุถิกหนักเข้าไปใหญ่หรอก?"

              "นั่นมันเรื่องของข้าเฟร้ยยยย"

              เอาล่ะ...จะจำไว้ว่าวันหลังอย่าเอาเรื่องพรรค์นี้ไปถามยูมิจิกะอีก....

ข้อสาม - เบียคุยะ...ทำงานบ้านไ่ม่เป็น...?

              "ไม่ใช่ว่าทำไม่เป็นนะขอรับ แค่ทำไม่เก่งเท่านั้นเอง"

              "แต่หมอนั่นก็โตแล้วนา ปู่เซย์เกะจะมามัวทำให้หมดได้ไง ไอ้ที่บ้านน่ะก็ยังพอว่า แต่นี่ปู่ต้องถ่อมาถึงหน่วยนี่เลยนะ?"

              "เรื่องนี้มันก็เป็นหน้าที่ของพวกกระผมมารุ่นต่อรุ่นแล้วล่ะขอรับ....อีกอย่าง จะให้ทนเห็นมือนิ่มๆของท่านเจ้าบ้านด้านไปได้ยังไง"

              มือนิ่มๆ...ของเบียคุยะ......

              เร็นจินึกถึงสัมผัสนุ่มลื่นมือ ยามประคองมือนิ่มอันขาวเนียนของเบียคุยะเอาไว้ในมือของตน แล้วก็ถอนใจ คนอะไร...ทั้งที่ฝึกฝนฝีมือดาบจนเก่งขนาดนั้นมือยังนิ่มชะมัด...

              "เข้าใจแล้วสินะขอรับ ท่านอาบาราอิ"

              เร็นจิพยักหน้ารับด้วยยอมแพ้ต่อเหตุผลของพ่อบ้านคนเก่ง....หากมือขาวๆนิ่มๆนั้นจะต้องกระด้างกระเดื่องด้วยผลจากการทำงานบ้านแล้วล่ะก็ สู้เขายอมไปเป็นคนใช้ให้จิกหัวอีกคนยังดูท่าจะดีกว่ากระมัง...

ข้อสี่ - เบียคุยะเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ...

              "อืม..ทีแรกข้าก็อึดอัดแทบแย่แน่ะ แต่หลังจากได้คุยกันอย่างเปิดอก ข้าก็รู้สึกว่าเข้าใจท่านพี่ขึ้นอีกเยอะเลย...กับบางเรื่องท่านพี่ก็แค่รู้สึกเขินที่จะพูดออกมาเท่านั้นแหละ...คนปากแข็งก็แบบนี้ล่ะน้า ไม่ยอมพูดอะไรง่ายๆ แต่ก็อาจจะเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งก็ได้นะ?  คนปากแข็งที่โดนบังคับให้พูดออกมาจนได้น่ะ ออกจะน่ารัก ว่าไหม?"

              "หืม...."

              พอโดนบังคับให้พูดออกมาจนได้แล้วออกจะน่ารัก....อย่างงั้นเหรอ....

              เอ....หรือว่า......

              ‘บอกมาสิเบียคุยะ ว่าอยากให้ข้าทำอะไร?'

‘อือ...ร...เร็นจิ......อึ่ก....'

‘ว่าไงล่ะ? หรืออยากจะอยู่แบบนี้? ทรมานไม่ใช่หรือ?'

พรวดดด!!!

"เจ้าบ้าเร็นจิ!!! นี่คิดอกุศลอะไรกับท่านพี่อยู่ใช่ไหม!!! หนอย...จงร่ายรำ! โซเดะโนะชิรายูกิ!!"

ข้อห้า - เบียคุยะยามเข้าโหมดเทศนา...น่ากลัวชะมัด....

              "เอาล่ะ...อธิบายมาสิว่านี่มันอะไร? แค่เรื่องอู้งานข้าก็ไ่ม่รู้จะว่ายังไงแล้ว แต่นี่อะไร? รายงานความเสียหายจากการปะทะกันของรองหัวหน้าหน่วยอาบาราอิ เร็นจิ และยมทูตประจำหน่วยพิทักษ์ที่13 คุจิกิ ลูเคีย? นี่พวกเจ้าอายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ เรื่องที่ดื้อดึงไม่ยอมกลับโซลโซไซตี้ก็เรื่องหนึ่ง แต่นี่ทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ เคยคิดบ้างไหมว่าตำแหน่งรองหัวหน้าน่ะ มีกี่คนที่หมายปองอยู่? ถ้ามีเวลาว่างมากขนาดนั้น เจ้าควรจะใช้มันคิดหาเหตุผลว่าจะทำยังไงไม่ให้ข้าหาคนอื่นมาแทนเจ้าในตำแหน่งนี้มากกว่านะ"

              ทั้งหมดถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่มีการกระแทกเสียงหรือเผยให้ได้ยินน้ำเสียงหงุดหงิดแม้สักนิด หากแต่แววตาที่สะท้อนออกมาจากดวงตาสีนิลคู่นั้นต่างหาก ที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดต่ำลง ทำเอาคนถูกมองหนาวๆร้อนๆ กลืนน้ำลายลงคอไปอย่างยากเย็น...

              "แล้วบอกได้หรือยังว่าตกลงมีเรื่องอะไรกัน เรื่องของเด็กที่ชื่ออิโนอุเอะนั่นหรือไง?"

              อุ....เอาแล้วไง......

เร็นจิส่ายหัว พยายามไม่สบตาเบียคุยะ.....

"ไม่ใช่? แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะ?"

"ก็....นะ...." เร็นจิงึมงำในลำคอ

              "ข้ารอฟังคำตอบอยู่นะ"

              แบบนี้มันเท่ากับว่า จะพูดก็ตาย...ไม่พูดก็ยิ่งตายเร็วกว่าใช่ไหมเนี่ย......

              "เอ่อ.....ก็........"

              เร็นจิกลืนน้ำลาย ก่อนจะตอบเสียงอ่อย

              "ทะเลาะกัน.......เรื่องเจ้านั่นแหละ......"

              ".............?"

              คราวนี้ เป็นเจ้าของผิวสีน้ำนมบ้าง ที่ต้องจนด้วยคำพูด

              ดวงตาคู่สวยหลังแพขนตาดำโตขึ้นเพราะความประหลาดใจ พวงแก้มขาวผ่องกลายเป็นสีแดงระเรื่อโดยอัตโนมัติโดยเจ้าตัวไม่ทันตั้งใจสักนิด...

              และเมื่อตั้งสติได้...

              "ไปพูดอะไรกับลูเคียน่ะหา เจ้าบ้า..."
             

              หากการกระทำของมนุษย์ เป็นผลอันเกิดจากสิ่งกระตุ้นตามทฤษฎีที่นักวิชาการว่า ดวงหน้าขาวนวลที่กลายเป็นสีชมพูอย่างน่ารักของเบียคุยะ ก็คงเป็นสิ่งกระตุ้นอย่างดีต่อการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้นของเร็นจิ....

ข้อหก - ....ให้ตายเถอะ เวลาเบียคุยะทำหน้าแบบนี้...ใครจะยังใจแข็งอยู่ได้??

              แล้วเร็นจิก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปหาเบียคุยะที่ยืนอยู่ มือหยาบกร้านของผู้เป็นรองหัวหน้าหน่วยท้าวไปกับโต๊ะประจำตำแหน่งของอีกฝ่าย กักขังร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนทั้งสอง ระยะห่างของทั้งคู่ใกล้กันจนรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่เริ่มจะสูงขึ้นเรื่อยๆจากร่างกายของกันและกัน...

              "เรื่องที่พูดกับลูเคียน่ะเหรอ....อธิบายยากแฮะ....ขอทำท่าประกอบด้วยได้ไหม...?"

              ลมหายใจร้อนของร่างสูงระอยู่ที่ต้นคอขาวของร่างในอ้อมแขน ทำเอาอีกฝ่ายทำอะไรไม่ถูก

              "เจ้า....เจ้าบ้า...."
             

              หลังจากนั้นเร็นจิก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นตามมาบ้าง ดูเหมือนว่าพวกเอกสารและข้าวของเกะกะลูกตาบนโต๊ะจะถูกกวาดลงไปหมด ก่อนที่เสียงคราวหวานๆจะดังให้ได้ยิน พร้อมสัมผัสอันรื่นรมย์ของผิวขาวละมุนประหนึ่งน้ำนมของเบียคุยะ...

 

              แต่....เดี๋ยวสิ...ตำหนิที่หามายังไม่ครบเจ็ดอย่างเลย?
              เสียงเล็กๆในหัวถามขึ้น

 

              "อ๊ะ เร็นจิ!"

 

              แต่วินาทีที่ร่างบางผวาขึ้นมากอดเขาเอาไว้ เร็นจิก็ได้คำตอบ....

             

              จะหก เจ็ด หรือกี่ข้อก็ช่างมันเถอะ ตราบใดที่ผิวขาวๆกับผู้ที่เป็นเจ้าของเป็นของเขาคนเดียว นั่นก็เกินพอแล้ว...

              ผิวขาว...จะมีตำหนิสักกี่อย่าง ก็ปิดหมด!


***********************************
Fin

edit @ 11 Oct 2007 19:58:41 by Asana Fay


Asana Fay
View full profile