ใต้แสงดาวเดียว
By: Asana Fay Kakuba
Pairing: Ichigo x Rukia
Rate: PG
Happy Birthday Annie 2007/08/08 !!
************************************
หากแต่เรื่องวุ่นวายต่างๆ กลับกำลังจะเริ่มขึ้น....
แต่ก่อนหน้าที่สิ่งนั้นจะมาถึง...คือช่วงเวลาสุขสงบ...แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวสั้นๆ ก่อนหน้าพายุจะโหมซัดเข้ามา...
"หืม.......จากที่นี่ก็มองเห็นดาวด้วยอย่างงั้นเหรอเนี่ย...." ดวงตาสีอำพันเข้มแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า คิ้วที่ปรกติมักจะขมวดมุ่นเป็นนิจ คลายออกมิต่างกับเด็กน้อยยามจดจ้องของแปลกใหม่ในตู้โชว์ของเล่น
"แน่ล่ะ ยังไงซะที่นี่กับโลกมนุษย์ก็เชื่อมติดต่อกันนี่ เฮ้ อิจิโกะ แล้วคนเพิ่งหายป่วยอย่างเจ้ามานั่งตากลมแบบนี้ไม่เป็นไรงั้นเรอะ"
"เห....อย่างงั้นเองเหรอ....." ผู้ที่นั่งอยู่ทำเป็นไม่ได้ยินประโยคหลังของอีกฝ่าย แถมยังชี้ขึ้นไปบนฟ้า"อ๊ะ นั่น ดาวต....."
ผัวะ!!
"ทำอะไรของหล่อนเนี่ยหา???"
"เจ้านั่นแหละ จะบ้าเรอะ ใครเค้าทักกันเล่า"
ร่างเล็กถลึงตามอง
"ไม่รู้หรือไงว่าดาวตกน่ะคือวิญญาณของผู้ที่ไปเกิดกำลังเดินทาง ไปทักขึ้นมาเดี๋ยวเกิดไปเกิดผิดที่ใครจะรับผิดชอบ"
"หา...มีเรื่องแบบนั้นจริงๆน่ะเหรอ ไม่ใช่ว่าหล่อนแค่อยากทุบหัวที่ฉันแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินหรือไง?"
ผัวะ!!
"นี่ต่างหาก ส่วนของเจ้าคนแกล้งหูตึง"
อิจิโกะตั้งท่าจะโวยวาย แต่จู่ๆก็ชะงักค้าง สงบท่าทีลงเสียเฉยๆ มีเพียงปากเท่านั้นที่ยังบ่นงึมงำเหมือนหมีกินผึ้งหัวส้มๆ จะได้ยินก็เพียงเสียงหึ่งๆอย่างไม่พอใจจากร่างสูง
"อ้าว ไม่โวยวายแล้วหรือไง"
"ไ่ม่ล่ะ"
...ถ้าหากดาวตกคือวิญญาณของผู้ที่กำลังไปเกิดใหม่...งั้นที่อยู่เต็มฟ้าและกำลังจ้องมองลงมานั่นก็...
อิจิโกะส่ายหัว พยายามไล่ความคิดบ้าๆออกไปจากสมอง แต่ก็ยังไม่วาย รู้สึกประหลาดๆเมื่อจู่ๆก็คิดขึ้นมาว่าจะเป็นยังไงหากที่กำลังส่องแสงระยิบระยับบนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิทนั่น คือดวงวิญญาณนับพันที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกให้กับเขาอยู่...
"คิดมากไปได้ จะเป็นอย่างงั้นได้ยังไงเล่า" ลูเคียหัวเราะพรืดออกมาหลังจากจ้องมองสีหน้าของอิจิโกะอยู่พักหนึ่ง
"หา?"
"ก็วิญญาณที่ล่วงลับไปมาอยู่ที่โซลโซไซตี้ แล้วจะไปอยู่บนฟ้าได้ยังไงล่ะ เจ้าโง่"
อิจิโกะมองหน้าลูเคียที่กำลังหัวเราะ ก่อนใบหน้าที่ปรกติทำแต่สีหน้าจริงจังจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อๆ
"ก็ใครจะไปรู้เล่า! ปรกติคนเขาจะไปรู้ดีเท่ายมทูตเรอะ!?" ชายหนุ่มว้ากใส่
"หลอกง่ายจริงๆด้วย"
ว่าแล้วลูเคียก็หัวเราะออกมาอีก ทำเอาหัวคิ้วของอิจิโกะที่ปรกติก็แทบจะชนกันอยู่แล้วยิ่งเขยิบเข้ามาใกล้กันเข้าไปใหญ่จนแทบจะพันผูกเข้าหากันเป็นโบว์อย่างสวยงามอยู่บนหน้าผาก
ชายหนุ่มกระแอมแก้เก้อ ไม่อยากแม้แต่จะคิดว่าไอ้ที่บอกว่า จริงๆด้วย นั่นน่ะไปได้ยินจากใครมา เพราะดูท่าคงไม่พ้นอุราฮาร่า อดีตยมทูตระดับหัวหน้าหน่วยจอมเจ้าเล่ห์ที่หลอกล่อให้เขาเสี่ยงชีวิตเข้ามาปล้นนักโทษถึงในโซลโซไซตี้แห่งนี้...นี่ยังไม่รวมเรื่องที่ถูกให้ทำท่าบ้าๆอย่างแปลงกายเป็นหน้ากากผดุงคุณธรรมโดยหลอกว่าเป็นวิธีใส่เครื่องป้องกันอีกต่างหาก...
'ชิ เจ้าหมวกเกี๊ยะตัวแสบ...'
อิจิโกะถอนใจกับชะตาอันยุ่งเหยิงของตน...แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างเล็กที่นั่งชันเข่าอยู่ข้างๆ....
......จู่ๆก็ราวกับว่า......คำบ่นที่อยู่ในหัวก็หายไปเสียอย่างนั้น....
....แย่ชะมัด...แบบนี้แทนที่จะได้หาเรื่องเจ้าหมวกเกี๊ยะ มิต้องกลายเป็นเอ่ยขอบคุณหรือไงกันหา??
ลมหายใจถูกทอดถอนออกมาอีกครั้ง...แต่คราวนี้...กลับดูเหมือนจะให้อารมณ์ที่แตกต่าง....เมื่อรอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นมาพร้อมๆกับที่สีหน้าของชายหนุ่มดูอ่อนลงกว่าปรกติ....
ลูเคีย ที่ไม่รู้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังคิดและไม่ทันเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่แฝงมากับเสียงทอดถอนใจ แหงนหน้าขึ้นมองบนฟ้า ประกายระยิบระยับของดวงดาวสีเงินสะท้อนอยู่ในดวงตาคมกลมโตสีเข้ม
"ถึงจะไม่เกี่ยวกัน แต่ดาวบนฟ้านั่นมันก็บ่งบอกอะไรหลายๆอย่างนะ..."
"เอ๋? "
อิจิโกะที่กำลังคิดไปคนละเรื่องเงยหน้าขึ้นมามอง หากลูเคียไม่ทันสังเกตว่าสีหน้างงงวยของอีกฝ่ายเกิดเพราะไม่ทันฟังสิ่งที่เธอเพิ่งกล่าวออกมา
อิจิโกะนิ่งอึ้งไปกับคำพูด และสีหน้าอันดูสงบของหญิงสาวตรงหน้า...ลูเคียในยามนี้ดูไม่เหมือนยัยม้าดีดกะโหลกแ่ก่นกะลาสักนิด...หากให้ความรู้สึกสุขุมลุ่มลึกผิดกับยามปรกติ....
"....ที่พูดมานั่นจำมาจากที่ไหนล่ะ? เขียนไว้ในหนังสือเรียนของพวกยมทูตหรือไง?"
"ก็แค่ความคิดของข้า..." หญิงสาวปรายตามามองแว่บหนึ่ง แล้วจู่ๆแววตาก็ฉายแววเจ้าเล่ห์
"...อ๊ะ ลืมไป พูดจาลึกซึ้งกับพวกหัวทื่อคงฟังแล้วไม่เข้าใจสินะ?"
"ใครเป็นพวกหัวทื่อไม่ทราบ??"
ลูเคียหัวเราะในลำคอ แล้วยืดแขนออก ก่อนนอนแปะลงไปกับหลังคา
"แล้วนี่จะอยู่ที่โซลโซไซตี้กันไปถึงเมื่อไหร่?"
คำถามนั้นถูกถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่แฝงอารมณ์ออกปากไล่ หรือน้ำเสียงอาลัยอาวรณ์ใดใด
"หืม? อืม...ดูจากบาดแผลของพวกแช้ด ก็หายกันดีแล้ว...ก็คงอีกสองสามวันล่ะมั้ง...."
"งั้นรึ..."
"............ "
แล้วก็ต่างเงียบกันไปทั้งคู่...
"....เอ่อ ดีใจด้วยนะที่เบียคุยะอาการดีขึ้นแล้ว"
"อื้อ ขอบใจ"
"เอ้อ...แล้วก็เรื่องที่ปรับความเข้าใจกันได้แล้วด้วย"
"นั่นก็ต้องขอบใจเจ้าด้วยเหมือนกัน.."
"............"
แล้วก็เงียบกันไปอีก....
"ฝากทักทายคนที่โรงเรียนด้วยล่ะ..."
"แล้วจะบอกให้.."
"แต่พวกนั้นคงจำข้าไม่ได้อยู่ดี..."
"นั่นสินะ..."
"ดูแลเจ้ากอนดีๆด้วยล่ะ..."
"หา? เป็นห่วงเจ้านั่นด้วยเรอะ?"
"กลัวจะเป็นมลภาวะทางเสียงให้คนแถวนั้นมากกว่าน่ะสิ"
คำตอบของหญิงสาว ทำให้ทั้งคู่หัวเราะออกมา
"....เฮ้ อิจิโกะ.."
เมื่อลมหายใจ เริ่มจะกลับมาเป็นปรกติ ลูเคียก็เอ่ยขึ้น...
"ว่าไง?"
"ถึงแสงไฟในโลกโน้นจะสว่างขนาดไหน หรือต่อให้เมฆฝนจะเต็มฟ้า ก็อย่าลืมล่ะ......" ลูเคียเว้นช่วงเพื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง
".....บนนั้นน่ะ...ก็ยังเป็นแสงเหมือนกับที่นี่นั่นแหละ....."
......ต่อให้จะอยู่ที่ไหน.....ไม่ว่าจะส่วนใด.....เราก็ไม่ได้อยู่ห่างกันหรอกนะ......
......ไม่รู้สึกหรือ? แสงดาวเดียวกัน...ที่กำลังส่องลงมา.........
".....อื้อ....จะจำเอาไว้นะ....."
....ดวงตาสองคู่ จับจ้องอยู่ที่ผืนฟ้ายามรัตติกาล....สะท้อนสีพร่างพราวของหมู่ดาวเดียวกันดุจคำสัญญา.......
แล้วการโหมกระหน่ำของพายุก็เริ่มต้น....
ฉันจะไปช่วยโอริฮิเมะ...
ข้าจะไปด้วย....
คำสาบาน....ที่ถูกเอื้อนเอ่ย.....
และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราจะมีชีวิตรอด และกลับมาหากันอีกครั้ง....
"อิจิโกะ?"
เสียงเล็กของหนูน้อยอาร์รันการ์ดังขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อจู่ๆผู้บุกรุกในชุดดำก็หยุดยืนมองท้องฟ้า ทั้งที่พวกเขาหาได้อยู่ในเวลาที่จะมานั่งชมวิวอย่างใจเย็นได้เลย
"อ๊ะ เนล ขอโทษทีนะ ไปกันต่อเถอะ..."
"อิจิโกะหยุดมองท้องฟ้าทำไมหรือเจ้าฮะ" ร่างเล็กถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อพวกเขาเริ่มออกวิ่งกันอีกครั้ง
"ก็แค่คิดว่า มันแปลกตาดีเท่านั้นแหละ..."
ไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้สร้างโลกที่เขากำลังยืนอยู่ต้องการปฎิเสธสิ่งที่พระเจ้าสร้างมาหรืออย่างไร หากฮูเอโก้ มุนโด้ ก็ไร้ซึ่งแสงดาวที่เคยรู้จัก....
......แต่ถึงกระนั้น.......
อิจิโกะแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าอันว่างเปล่าอีกครั้ง....หากแต่คราวนี้ ดวงตาไม่ได้จับจ้องอยู่ในความว่างเปล่านั่น....
สูงขึ้นไปอีก....ทะลุผืนฟ้าอันเวิ้งว้าง เหนือเหล่าเมฆอันไร้สีสัน.....ณ ที่นั่น....ดวงดาวนับร้อยนับพัน ยังคงทอแสงสีเรืองรอง ส่องนำทางอยู่ ณ ที่ไกลแสนไกล.....
....และตอนนั้น....ที่เขารู้สึก....ถึงความอุ่นใจ....
....เพราะเขารู้ดีว่าไม่ใช่เขาเพียงคนเดียว...ที่มองเห็นดวงดาวเหล่านั้น....
แสงระยิบระยับที่สะท้อนอยู่ในคลองสายตาของเขา...ก็คงกำลังสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยของใครบางคนอยู่เช่นกัน.....
"เพราะอย่างนั้น จะยอมแพ้ได้ยังไงกัน ใช่ไหม?"
"เอ๋?"
"อ๊ะ โทษที เผลอคิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ ว่าแต่ไปทางไหนต่อล่ะเนล?"
"ทางนี้ๆ"
จงเชื่อมั่น....เพราะเราไม่ได้ห่างไกลกันแม้เพียงสักนิด....
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน....จะยามใด...เราก็สถิตย์อยู่ ณ ที่แห่งเดียวกันเสมอ....
.....ที่ใต้แสงดาวเดียวกัน......
*******************************
Fin
ชอบมากๆเลยคะ พี่อาซานะเขียนดีมากๆเลย ภาษานุ๊ม~นุ่ม เรื่องก็หวานถูกใจ อ่านะ ใต้แสงดาวเดียวกัน ชอบอ่ะคะ!!!!
)