2007/Feb/22

Untold Feeling
By: Asana Fay Kakuba
Pairing/Universe: Kurogane x Fay/ TRC

Untold (adj.) 1. not told; not revealed ไม่เปิดเผย ไม่ได้รับการบอกกล่าว
2. enumerated; uncounted
มากมาย นับไม่ถ้วน
3. inexpressible; incalculable
ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ ไม่สามารถคำนวณได้

**************************

ที่มุมหนึ่งของค่ายพักแรมท่ามกลางเหล่าทหารในชุดเกราะอ่อนที่เดินสวนกันไปมา กองไฟหนึ่งในหลายกองที่ถูกจุดขึ้นกำลังส่องสว่างให้แสงสีส้มอ่อนๆสะท้อนให้เกิดเงาวูบไหวพาดตามลำต้นของไม้ใหญ่ และที่นั่งอยู่ข้างกองไฟนั้น คือเหล่าชายหนุ่มรูปร่างกำยำที่กำลังส่งเสียงหัวเราะสรวลเสเฮฮาดังสลับกับเสียงลั่นของไม้ฟืนดังเปรี๊ยะๆเป็นระยะ กลุ่มนักรบในชุดเกราะอ่อนเหล่านี้หาใช่ใครอื่น หากคือเหล่าทหารหนุ่ม ภายใต้บังคับบัญชาของยาฉะโอ ผู้ปกครองหนุ่มของเผ่ายาฉะ ผู้เป็นใหญ่ในดินแดนแถบนี้นั่นเอง


แม้จะอยู่ระหว่างสงครามอันยืดเยื้อกับเพื่อนบ้าน กำลังใจของทหารหาญแห่งเผ่ายาฉะก็มิได้ลดน้อยถอยลงไปด้วย เพราะความเชื่อมั่นในการนำทัพของผู้เป็นนายเหนือหัว อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้พวกเขาก็เพิ่งได้นักรบฝีมือดีมาร่วมเป็นกำลังต่อสู้กับผู้เป็นอริเพิ่มอีกสองคน


ทั้งสองเป็นนักเดินทาง คนหนึ่งเรียกตัวเองว่าคุโรงาเนะ มีรูปร่างสูงใหญ่ ฝีมือทางดาบนั้นไม่เป็นรองใคร ในการพบกันครั้งแรก ชายหนุ่มผมดำจัดการคว่ำพวกทหารไปถึง7คนโดยคมของดาบยาวประจำตัวยังไม่ได้ถูกชักออกจากฝักเสียด้วยซ้ำ ส่วนผู้ีที่ร่วมเดินทางมากับคุโรงาเนะ คือชายหนุ่มรูปร่างสะโอดสะองผู้ซึ่งคุโรงาเนะบอกเพียงว่าชื่อไฟย์ ด้วยผมสีทองสดใสแปลกตา ประกอบกับผิวขาวเนียนน่าลองสัมผัส ทำให้ร่างบางเป็นที่สนใจในหมู่ทหารของยาฉะขึ้นมาทันที แต่เพราะคุโรงาเนะไม่เคยปล่อยไฟย์ซึ่งทั้งฟังและพูดภาษาที่ใช้สื่อสารในแถบนี้ไม่ออกอยู่ห่างตัวเลย เหล่าทหารหนุ่มจึงได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ

แต่ก็มีบางครั้งเ่ช่นครั้งนี้ ที่พวกเขาจะหลบรอดสายตาของ 'ราชองครักษ์' พาตัว 'องค์หญิง' มานั่งดื่มด้วยกันได้
 

"เอ้า เป็นไง รสชาติใช้ได้เลยใช่ไหมล่ะ พวกข้าหมักกันเองเชียวนา" ทหารคนหนึ่งรินเหล้าใส่ถ้วยของไฟย์ที่ได้แต่ยิ้มตอบ

"น่าเสียดายที่เจ้าพูดภาษาเราไม่ได้" ทหารอีกคนบ่นก่อนจะทำท่านึกขึ้นได้

"นี่ ให้ข้าสอนให้ไหมล่ะ? เนี่ย เขาเรียกว่า 'เหล้า' ไหนลองพูดสิ 'เหล้า'"

"เล่า?"

เสียงพูดตามนั้นแปร่งไม่คุ้นหู แต่เหล่าคนรอบข้างก็ไม่ได้แสดงสีหน้ารำคาญแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับจะยิ่งอยากสอน แย่งกันอาสาเป็นคุณครูให้ร่างบางที่เอาแต่ยิ้มหวานอยู่กลางวงอย่างวุ่นวาย

 

ยิ่งเวลาล่วงผ่านไป เสียงจากวงสุรารอบกองไฟก็ดูเหมือนจะยิ่งครึกครื้นขึ้นตามปริมาณเหล้ายาที่ล่วงเข้าไปในลำคอของแต่ละคน ใบหน้าของเหล่าชายหนุ่มแดงด้วยฤทธิ์สาโทหมัก ที่ดูจะออกอาการมากกว่าเพื่อนก็คงไม่พ้นเจ้าของผิวเนียน ผิวขาวๆพอดื่มเหล้าเข้าไปหน่อยก็กลายเป็นสีชมพูระเรื่ออย่างง่ายดาย ดวงตาฉ่ำปรือยิ่งขับให้ดวงหน้านั้นดูยวนยั่วขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ

"เจ้านี่มันน่ารักจริงๆ รู้ตัวไหม...." หนึ่งในทหารที่นั่งอยู่ข้างไฟย์เริ่มออกลาย ยื่นมือออกมาโอบเอวบางของคนข้างๆพร้อมเอ่ยต่อไป

"มาอยู่กับข้าแทนเจ้าคุโรงาเนะนั่นดีกว่าน่า..."

"? " ไฟย์ยังคงยิ้ม ทำท่าเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังพูด

"ไม่เข้าใจหรือ? งั้นเดี๋ยวข้าจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้นก็แล้วกัน"

ว่าแล้วมือหยาบคายก็ยื่นออกมาจับคางมนให้เงยขึ้นก่อนเจ้าของมือนั้นจะโน้มตัวลงมาใกล้โดยไม่สนใจว่าร่างบางที่ตกใจกับการกระทำนั้นจะยกมือขึ้นปัดป้องอย่างไร เพียงแค่อีกฝ่ายใช้มือใหญ่ที่แข็งแกร่งราวคีมเหล็กยุดข้อมือเอาไว้ ร่างบางก็ฝืนสู้แรงไม่ได้เสียแล้ว

แต่ก่อนที่เจ้าคนฉวยโอกาสจะได้ทำอะไรตามอำเภอใจ สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...
 

ผัวะ!!

เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมๆกับร่างที่เคยนั่งอยู่ข้างๆไฟย์กระเด็นกลิ้งไปกับพื้น

ขณะที่ทุกคนรวมทั้งไฟย์กำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น คนที่ก่อเหตุก็ดึงตัวไฟย์ให้ลุกขึ้นอย่างแรงจนแทบจะกลายเป็นกระชาก ทั้งดึงทั้งลากให้ไปด้วยกัน

"คุโรซามะ~ ปล่อยก่อนได้ไหมเล่า~ ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนี้เลย"

เพราะถูกคะยั้นคะยอให้ดื่มน้ำเมาไปไม่น้อย ขาเรียวจึงเดินปัดเป๋ จนในที่สุดก็ทรุดลงไปกับพื้นก่อนที่จะทันได้ถึงที่พักของทั้งสอง

"รู้อยู่แล้วว่าไปนั่งกินเหล้ากับพวกนั้นแล้วจะเป็นยังไงแล้วยังจะไปอีกทำไม"


ถึงจะไม่มีซาละเปาสีขาวตัวน้อยอยู่ใกล้ๆทำให้ไม่เข้าใจคำพูดจากปากของร่างบางแม้แต่คำเดียว แต่ดูจากท่าทางและน้ำเสียง ทำให้คุโรงาเนะเดาสิ่งที่ไฟย์กำลังพูดได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

"โธ่ คุโรปิปิล่ะก็ ฝ่ายโน้นยังไม่ทันได้ทำอะไรเสียหน่อย"

"อย่ามาเรียกชื่อชาวบ้านด้วยฉายาแปลกๆน่ะ! คุโรงาเนะต่างหาก"

คุโรงาเนะโวยวาย ต่อให้อีกฝ่ายกำลังพูดภาษาเซเลสอันเป็นภาษาของมิติอันเป็นบ้านเกิด แต่มีหรือจะเดาไม่ได้ว่าพ่อมดร่างเพรียวต้องกำลังสร้างสรรค์ความคิดบรรเจิด หาชื่อใหม่ๆให้เขาอยู่เป็นแน่

"คุโรปิปิน่ารักกว่าตั้งเยอะ ไฟย์ยิ้มเอียงคอ ไม่งั้นก็คุโรปุรินก็ได้เอ้า"

"ชื่อไหนก็ไม่เอาทั้งนั้น!!" ร่างสูงว้าก  "นายนี่มันตัวหาเรื่องชะมัด บอกตั้งกี่หนแล้วว่าอย่าออกมาคนเดียวกลางค่ำกลางคืนแบบนี้"

"หือ~? หรือว่า...คุโรซามะเป็นห่วง?"

"อย่าเข้าใจผิดว่าฉันเป็นห่วงล่ะ เจ้าพ่อมดเจ้าเล่ห์" นินจาหนุ่มพูดดักคอ หารู้ไม่ว่าสายไปแล้ว
"จะนั่งไปถึงไหน เอ้า ลุกขึ้นมาได้แล้ว"

คุโรงาเนะดึงแขนไฟย์ให้ลุกขึ้น แต่อดีตผู้ใช้เวทย์แห่งดินแดนน้ำแข็งก็ยังนั่งจุมปุ้กไม่ยอมขยับ

"ขามันไม่ยอมขยับล่ะ คุโรริน" ไฟย์ยักไหล่แสดงท่าทางให้อีกฝ่ายเข้าใจ

"เดินไม่ไหวแล้วเรอะ คิดจะให้ทำยังไงล่ะหา?"

ราวกับรอคอยคำถามนี้อยู่ ไฟย์ยิ้มกว้าง ยืดแขนทั้งสองข้างขึ้นหาคนที่ยืนอยู่

"อุ้ม!"

"ไม่!!" คุโรงาเนะปฏิเสธแทบจะในเวลาเดียวกัน

"ทำไมข้าต้องอุ้มเจ้าอย่างกับเจ้าหญิงด้วยหา?? เดินไม่ไหวก็อยู่นี่แหละ หายเมาเมื่อไหร่ก็เดินตามไปเองแล้วกัน"

"...คุโรงาเนะ...." เสียงอ่อยๆของฝ่ายที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังทำให้นักดาบผู้องอาจที่หันหลังเดินจากไปได้2-3ก้าวหยุดนิ่ง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มตีกันเองในหัว...

"คุโร..."

"นายนี่มันยุ่งชะมัดเลย!!" แล้วสุดท้ายนินจาแห่งอาณาจักรญี่ปุ่นก็ต้องเดินกลับมา

"เอ้า! ขึ้นมา!" คุโรงาเนะ่ย่อตัวลง หันหลังให้กับไฟย์ ซึ่งอีกฝ่ายก็เือื้อมแขนมาโอบรอบคอให้คุโรงาเนะแบกขึ้นหลังอย่างร่าเริง

"คุโรซามะใจดีที่สุดเลย~"

"หนวกหูน่ะ"

ไฟย์ซบหน้าของตัวเองลงกับไหล่ของร่างสูง พูดออกมาพร้อมทอดถอนใจ

".....ขอบคุณที่กลับมารับ....."

"งึมงำอะไรของนาย ฉันฟังไม่รู้เรื่องหรอกนะ"

"ฮะๆๆ คุโรซามะฟังไม่รู้เรื่องสินะ....แต่ก็ดีแล้วล่ะ....ถ้านายเข้าใจ ฉันก็คงไม่พูดออกมาตั้งแต่แรกแล้ว...."

ไฟย์เว้นช่วง เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ดูเช่นไรก็ไม่ใช่ท้องฟ้าที่เคยรู้จัก ก่อนจะพูดต่อ

"มันจะดีแค่ไหนนะ...ถ้าได้อยู่แบบนี้ตลอดไป...?"

ว่าแล้วพ่อมดหนุ่มก็ซบหน้าลงไปกับบ่ากว้างอีกครั้ง แสร้งฮัมเพลงอย่างคนเมาทั่วไปจะทำกัน

 

...หากแค่คนเมาคนนี้...คงจะเอ่ยคำพูดตามประสาคนไร้สติอย่างเมื่อครู่ได้เพียงแค่ชั่วเวลานี้เท่านั้น...ยามที่ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใจคำพูดของเขาได้แม้เพียงคำเดียว...



"ถ้าบอกว่าการได้อยู่กับนาย ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าจะละทิ้งทุกอย่างในอดีตไว้เบื้องหลังได้...ฉันจะยิ่งถูกเกลียดขี้หน้ามากขึ้นอีกซักแค่ไหนนะ....?"

...ที่กล้าพูดเช่นนี้ออกมา ก็เพราะเพียงแค่ชั่วเวลานี้...ที่ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกนี่ จะไม่มีวันสื่อถึง และจะไม่มีวันได้รับการตอบรับ....

...ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้ดี...ว่ามันเป็นไปไม่ได้....

 

...แต่ขอแค่สักครั้งได้ไหม? กับการที่จะมีใครบางคนยื่นมือเข้ามาฉุดรั้งเอาไว้อย่างหวงแหน...
...ผิดมากไหมนะ...ที่อยากจะเป็นคนสำคัญของอีกฝ่ายแค่เพียงเสี้ยววินาที...

 

"ขอโทษนะ...." ไฟย์หลับตาลง และไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก...

 

**************************

"เอ้า! ถึงแล้ว ลงไปได้แล้ว!"

คุโรงาเนะพูด แต่เมื่อไม่ได้รับคำตอบและรู้สึกถึงลมหายใจแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ นินจาหนุ่มจึงรู้ว่าคนบนหลังได้ตกอยู่ในห้วงนิทราแล้ว คุโรงาเนะค่อยๆวางร่างบางลงบนแคร่ที่ใช้นอนอย่างระมัดระวังไม่ให้อีกฝ่ายตื่น

ใบหน้าที่หลับใหลยังคงทิ้งร่อยรอยของรอยยิ้มอันแฝงด้วยความเศร้าโศก ร่างบางครางในลำคอเบาๆก่อนจะพลิกตัวลงนอนคว่ำตามถนัด

มือใหญ่ที่หยาบด้านจากการต่อสู้ค่อยๆยื่นไปไกล่ปอยผมสีทองให้พ้นหน้าอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล

"....อย่าทำให้เป็นห่วงนักจะได้ไหม... "

แม้ใจจะอยากปฏิเสธ แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่า ยิ่งเวลาที่ใช้เดินทางร่วมกันผ่านไปมากแค่ไหน เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองถูกพันผูกเข้าหาจอมเวทผมทองคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

...แต่ก็เพราะรู้ดีว่าในที่สุด เมื่อการเดินทางนี้สิ้นสุดลง สิ่งที่รออยู่คือการลาจาก...สำหรับคนที่ถูกผูกมัดด้วยคำปฏิญาณว่าจะปกป้องคุ้มครองเจ้าหญิงของตนเหนือสิ่งอื่นใดเช่นตัวเขา จะให้ละทิ้งหน้าที่ย่อมเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้...

และสำหรับไฟย์เอง การจะปักหลักอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ก็มีค่าเท่ากับพิพากษาให้ตัวเองรอรับการเผชิญหน้ากับผู้ที่ตามล่าตนอยู่....หนทางของเขาทั้งสองจึงดูเหมือนว่าจะไม่มีวันบรรจบเข้าหากันได้...

....เพราะอย่างนั้น...ถึงได้เลือกช่วงเวลานี้...ช่วงเวลาที่อีกฝ่ายกำลังหลับใหล เพื่อให้แน่ใจว่าความรู้สึกพิเศษที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นจะไม่มีวันสื่อถึง....เลือกที่จะทะนุถนอมและปกป้องอยู่เงียบๆเท่านั้น...

 

....ไม่ว่าเสี้ยวหนึ่งในใจจะกำลังร่ำร้องให้ฉุดรั้งคนตรงหน้าให้มาอยู่เคียงข้างก็ตาม...

 

"ถ้าฉันบอกว่าฉันจะสู้กับใครก็ตามที่ทำให้นายต้องหนีอย่างหัวซุกหัวซุนอยู่แบบนี้ นายจะยอมปักหลักลงที่ญี่ปุ่นกับฉันไหม? ไฟย์?"

แต่ก็ไม่มีคำตอบจากร่างบางที่กำลังนอนหลับ ในกระโจมอันมืดมิด มีเพียงเสียงหายใจเข้าออกของสองหนุ่ม หนึ่งพ่อมดหลวงแห่งดินแดนหิมะอันไกลโพ้น และหนึ่งผู้พิทักษ์ปราสาทผู้ต้องสาป ผู้ที่โชคชะตานำพามาให้มาเจอกันบนโลกและมิติที่แตกต่าง...หากจะมีสรรพเสียงอื่นใดให้ได้ยินนอกจากนั้น ก็คงเป็นเสียงของหัวใจสองดวงที่กำลังร้องเรียกหากันด้วยความรู้สึกอันปรี่ล้นจนแทบเอ่อท้นออกมานอกอก

 

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เสียงจากหัวใจทั้งสองก็ได้แต่เพียงสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของห้วงราตรี เฝ้าหวังอย่างเงียบๆถึงวันที่มันจะสื่อไปถึงอีกฝ่าย...แค่เพียงเท่านั้น....

 

**************************

-Fin-

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ้า ฟิคคู่คุโรไฟย์ ฟิคหวานปนเศร้าจังเลยค่ะ
จะว่าไปตอนนั้นก็สงสัยจริงๆว่าจะคุยกันรู้เรื่องรึเปล่าเพราะโมโคน่าก็อยู่กับพวกเชารันอยู่ด้วย
ตอนนี้เนื้อเรื่องมืดชะมัด จะไม่มีกลับไปสว่างแบบตอนแรกๆอีกแล้วเหรอเนี่ย
#1  by  ~MaNa~ At 2007-02-22 14:52, 
โฮๆๆๆๆอ่านแล้วซาบซึ้งกินใจไปกับความรู้สึกที่ตรงกันแต่สื่อไม่ถึงกัน เพียงเพราะอุปสรรคบางๆขวางกั้น...

รักกันแต่ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้...
#2  by  naranjina (58.8.155.86) At 2007-02-22 15:16, 
อ๊า........ น่ารัก(ในตอนแรก) และเศร้า+ซึ้งในตอนหลังTTvTT

ปล. สุดยอดมาก คนละภาษายังคุยกันได้ 55555
#3  by  Irregulars At 2007-02-22 18:05, 
น้ำตาไหลอาบบบ อาซานะแต่งได้ดีจริงๆ เศร้าหน่อยนึงเนอะ อยากให้สองคนนี้มีตอนจบที่มีความสุขนะ
ช่วงนี้ปลื้มคุโรงาเนะสุดๆ เป็นเสาหลักที่มั่นคงให้เหล่านกกา (?) และโมโคน่า (?) เกาะ ถึงเวลาลำบากพึ่งได้นี่ เป็นผู้ชายที่ดีจริงๆ
#4  by  ◇†◇~smilecowboy ALONG MY ROAD~◇†◇ At 2007-02-22 18:06, 
คู่นี้นี่มีชะตาชีวิตที่ต้องสวนทางกันทุกด้าน แต่ก็ยังรักกัน
สวยงามมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกขอรับTTwTT
#5  by  saya chan At 2007-02-22 19:10, 
อืม, สารภาพว่าได้อ่านTRCเฉพาะรวมเล่มของวิบูลย์กิจเท่านั้น
เพราะงั้นก็เลยไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่

แต่จริงๆก็แอบลุ้นคู่นี้อยู่นั่นแหละ

สำหรับฟิคเรื่องนี้...

โทนเรื่องเศร้า...

แต่กลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เป็นเส้นใยบางๆพันผูกชะตากรรมของสองคนนี้ไว้

หวังว่าสักวันทั้งสองคนจะสามารถสื่อกันให้เข้าใจได้นะครับ
#6  by  aki At 2007-02-22 20:29, 
กรี๊ซซซซซซซซซซ ท่านคุโรน่ารักที่สุดเลยค่า!! ชอบอ่ะอาซานะจังน่ารักค่อดๆเลยสุดๆเลยจ้า
#7  by  ♦ Belial ♦ At 2007-02-22 21:32, 
ช่วงสุดท้ายซึ้งมากเลยค่ะอาซานะซัง
นึกถึง 2 สิ่งที่อาจจะไม่มาบรรจบกันได้
แต่อ่านแล้วคิดว่าอย่างไฟย์ คงไม่เสียท่าทหารพวกนั้นง่ายๆหรอกค่ะ แต่ก็ว่า.....ตกลงคุโรงาเนะฟังที่เฟย์พูดไม่ออกจริงๆเหรอเนี่ย? (หรือว่าสื่อใจถึงกันได้ ไม่ต้องพูดก็รู้เรื่องแล้ว !?)

ปล. อาซานะซังทำไมรู้ถึงสถานการ์ณของซึบาสะที่ลงอยู่ในเคซีล่ะค่ะเนี่ย เปิดมาอ่านแล้วตกใจเหมือนกันค่ะ
#8  by  double At 2007-02-23 09:07, 
อยากอ่านเรื่องของ อิจจิกะคิสึ ต่อง่า
#9  by  สาวกอุคิทาเกะ (203.113.57.38) At 2007-03-06 23:36, 
น่ารักมากมากมาก ... TwT
ประโยคสุดท้ายแอบเหมือนขอแต่งงาน 555
ขอบคุณที่สร้างสรรค์อะไรดีๆมาให้อ่านนะฮ้า
#10  by  Jin At 2007-07-16 15:06, 
ช่างเป็นฟิคที่ซาบซึ้งอะไรเช่นนี้
รักคู่นี้สุด ขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆให้อ่านนะคะ
#11  by  kisss (58.8.61.152) At 2008-06-07 13:11, 

<< Home


Asana Fay
View full profile