Dreamer in the Real Life
By: Asana Fay Kakuba
[garneteyed@hotmail.com]
Genre: Romance???
Note from Author: อย่าถามว่าตอนแต่งอยู่อารมณ์ไหน 555
Dedicated to my dear cousin, Hitomi. Happy Birthday! Love ya~ >w<
***************************
ทุกคนคงมีเหมือนกันใช่ไหม? วันที่รู้สึกแย่อย่างกับโลกจะถล่มทลาย ความฝันลมๆแล้งๆที่เห็นอยู่บนวิมานเมฆจู่ๆก็พังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา ที่เหลืออยู่ก็แค่เศษซากของหัวใจดวงน้อยๆ ถึงจะกู้ออกมาจากใต้ซากปรักหักพังได้ก็อยู่ในอาการขั้นตรีทูต ถ้าเป็นในละคร ก็คงมีหมอเดินออกมาจากห้องผ่าตัด แล้วบรรดาญาติต่างๆก็รุมเข้าไปหา เพื่อจะฟังประโยคยอดฮิต อาการคนไข้หนักมาก เป็นตายเท่ากัน ต้องดูว่่าเขาจะผ่านคืนนี้ไปได้หรือเปล่า
...หากแต่สภาพเธอตอนนี้ คงจะไม่มีหนุ่มหล่อหน้าไหนเดินฝ่ากลุ่มญาติที่กำลังร้องไห้กระจองอแงเป็นเผาเต่ามากุมมือเธอไว้ จนผ่านไอ้คืนที่ว่าไปได้หรอก...
...ฮึก...รองประธาน...ทำไมทำกับฉันแบบนี้ล่ะคะ...
สาวน้อยในชุดสูทกระโปรงสีเข้ม ดูไม่ต่างจากพนักงานบริษัททั่วไป เดินคอตกไปตามถนนที่คราคร่ำด้วยผู้คน ฝ่าแสงไฟจากร้านอาหารน้อยใหญ่ที่เรียงรายอยู่ข้างทางไปโดยไ่ม่สนใจเสียงเรียกของพนักงานที่ถือป้ายโฆษณาอยู่หน้าร้าน ดวงตาแดงช้ำแสดงให้เห็นว่าเพิ่งจะผ่านการร้องไห้มาเพียงไม่นาน
ติด ตี๊ ตี่ ดี ดิ๊....ติด ตี๊ ตี่ ดี ดิ๊....
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเป็นเพลงของนักร้องสาวยอดฮิต สาวน้อยคว้าโทรศัพท์ก่อนลนลานสั่งน้ำมูก พยายามปรับเสียงให้ฟังเป็นปรกติก่อนจะกดรับ
สวัสดีค่ะ...
เป็นไง นี่ถึงบ้านแล้วรึยังเนี่ย? อะไร? นี่ยังร้องไห้ไม่เลิกอีก?? จะร้องไห้อะไรกันนักหนาน่ะแม่คุณ
แม้จะพยายามกลบเกลื่อนขนาดไหน แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นคนที่รู้จักกันมานาน จึงจับได้ทันที
ก็แหม....ฮึก....
เอาน่า เขาเลือกแบบนี้ก็ดีต่อตัวเขาแล้วนี่นา อีกฝ่ายก็เป็นลูกสาวบริษัทใหญ่ด้วย...ไ่ม่สิ...แล้วฉันจะมาปลอบเธอแบบนี้ทำไมเนี่ย? รองประธานอะไรนั่นยังไม่เคยรู้จักเธอเลยไม่ใช่เรอะ...
ฉันเคยเอากาแฟไปเสิร์ฟเขานะ ตอนนั้นเขาบอกขอบคุณด้วย...
........ เหตุผลข้างๆคูๆของอีกฝ่าย ทำเอาปลายสายได้แต่อ้าปาก สมองไม่สามารถหาศัพท์ที่ต้องการในสารบบมาป้อนให้ได้
เออ จ๊ะ จะว่าไงก็เอาเถอะ เอาเป็นว่าเธอไปหาข้าวกินซะ แล้วเดี๋ยวฉันเคลียร์งานเสร็จแล้วจะโทร.ไปหานะ โอเคไหม? บาย ว่าแล้วสัญญาณก็ตัดไป
ก็นี่แหละ ความฝันลมๆแล้งๆที่พังทลายโดยที่ยังไม่ได้เริ่มต้น ความรัก(ข้างเดียว)ของสาวออฟฟิศกับรองประธานหนุ่ม ที่ประกาศสละโสดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเช้านี้...
...แถมไม่ใช่เป็นการฟังจากปากเจ้าตัว แต่เป็นจากประกาศของบริษัทอีกต่างหาก...เรื่องแบบนี้ควรจะบอกกันแบบให้เห็นหน้าสิคะ!!
สุดท้ายไอ้ความรักอย่างในนิยาย เป็นได้อย่างมากที่สุดก็แค่พัฒนามาเป็นละครสินะ...
ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกถอนออกมา ก่อนเท้าที่ไม่ได้สวมปราด้าแต่เป็นเพียงรองเท้าไ้ร้แบรนด์ที่ซื้อตอนลดราคา จะก้าวเข้าไปในร้านอาหารราคาพอประมาณ
ยินดีต้อนรับครับ
หญิงสาวไม่ได้สนใจพนักงานที่มาต้อนรับนัก เธอเดินไปที่นั่งประจำของตัวเองที่มักจะว่างอยู่เสมอในช่วงเวลาเย็นๆตอนที่บริษัทเพิ่งเลิกงานใหม่ๆ คนยังไม่แออัดมาก ตั้งแต่ได้เข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ เธอมักจะฝากท้องไว้กับที่นี่ หลังจากลองกินโน่นชิมนี่ เธอก็เลือกเมนูหนึ่งของร้านมาเป็นอาหารจานโปรดที่สั่งประจำ
...แต่วันนี้สาวน้อยไม่มีความรู้สึกอยากจะกินอาหารจานโปรดที่ว่าซักนิด...
งั้น...ขอข้าวราดแกงค่ะ เอาเผ็ดๆเลยนะคะ
...ครับ?
ข้าวราดแกง...หมดหรือคะ?
เปล่าครับ ไม่ใช่อย่างงั้น...ข้าวราดแกงหนึ่งที่นะครับ
ค่ะ
หญิงสาวมองตามพนักงานเสิร์ฟไปอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร จังหวะที่หันกลับมานั่นเองที่สายตาก็บังเิอิญไปเห็นหนังสือพิมพ์ของคนโต๊ะข้างๆเข้า...
ลูกชายประธานบริษัทใหญ่ประกาศสละโสด
หัวข้อข่าวตัวโตพาดอยู่เต็มหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับบ่าย ข้างๆคือรูปของหนุ่มหล่อในชุดสูทที่หญิงสาวคุ้นหน้าดี...ชายคนที่ทำให้เธอต้องมานั่งขอบตาเยิ้มมาสคาร่าจนต้องเช็ดแล้วเช็ดอีกอยู่นี่ไง...
....คอยดูเถอะ กลับบ้านจะไปโละทิ้งให้หมดเลย หนุ่มในนิยายน่ะมีที่ไหน?! นิโคลัส สปาร์คส์ ผู้ชายในนิยายคุณน่ะไม่มีจริงหรอกนะ!!
เอ่อ...อาหารที่สั่งครับ...
เพราะมัวแต่ฮึดฮัดอยู่คนเดียว จึงไม่ทันสังเกตว่าบริกรคนเดิมได้ยกอาหารมาเสิร์ฟถึงที่แล้ว
อ๊ะ...ขอบคุณค่ะ... สาวน้อยขยับตัวให้พนักงานยกจานลงมาวางได้สะดวกก่อนจะเริ่มลงมือทาน
เนื่องจากไม่ใช่อาหารจานโปรด รสชาติจึงไม่ถูกปากเท่า แต่ยามนี้เธอกลับอยากกินรสจัดจ้านให้หูดับตับไหม้ไปข้างหนึ่ง จะว่าเป็นการกินเผ็ดประชดรักก็คงไม่ผิด ดีเสียอีก ต่อให้ร้องไห้ไปกินไปจริงๆก็จะได้ใช้เป็นข้ออ้างได้
ขอน้ำอีกค่ะ!! ว่าแล้วหญิงสาวก็หันขวับไปขอน้ำด้วยน้ำตาคลอเบ้า
ค...ครับ พนักงานหนุ่มยกเอากาน้ำมาเติมให้โดยดี
หญิงสาวพยักหน้าให้น้อยๆแทนคำขอบคุณก่อนจะทำท่าหันไปทานต่อ
เ่อ่อ...
คะ? หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเมื่ออีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ดูเหมือนทางนั้นจะเปลี่ยนใจเสียก่อน
เปล่าครับ...เชิญรับประทานต่อครับ
บริกรหนุ่มล่าถอยไปโดยไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้มเจื่อนๆ หญิงสาวกระพริบตาสองสามครั้งก่อนจะก้มลงจัดการกับอาหารตรงหน้าต่อ โดยเหลือบขึ้นมองชายหนุ่มเป็นระยะ...จะโดนนึกว่าสติสตังไม่ดีหรือเปล่าเนี่ยเรา?
เพราะกลัวว่าจะไม่มีหน้ามานั่งกินร้านนี้ต่อ สาวน้อยจึงก้มหน้าก้มตากินอย่างสงบเสงี่ยม หลังจากเช็ดปากเป็นที่เรียบร้อย เธอก็จ่ายเงินค่าอาหาร และเดินออกจากร้านมา
เฮ่อ... หญิงสาวถอนหายใจ พอกินอิ่มท้อง สมองก็ดูจะปลอดโปร่งขึ้น อะไรในหัวก็ดูจะเย็นลงไปบ้าง...
สุดท้าย ชีวิตคนเรามันก็เป็นแบบนี้สินะ...
เธอแหงนหน้าขึ้นราวกับจะถามดวงจันทร์บนท้องฟ้า แต่ผู้ถูกเอ่ยถามก็เพียงแค่ส่องแสงนวลตาของเธออย่างอ่อนโยนต่อไปเงียบๆ
แต่ก็ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะพอใจกับคำตอบนั้น เธอยิ้มให้กับพระจันทร์หนึ่งที ก่อนจะถอนหายใจออกมา
ก็...ช่วยไม่ได้นะ เอาล่ะ! เลิกหวังกับพระเอกนิยาย ตั้งใจทำงานดีกว่า!
เอ่อ? ขอโทษครับ?
คะ?? หญิงสาวสะดุ้งเมื่อมีเสียงของใครบางคนดังขึ้นใกล้ๆ พอหันไปก็พบว่าเป็นบริกรหนุ่มคนเดิมนั่นเอง
เอ่อ...มีอะไรหรือคะ? ฉันลืมจ่ายเงินหรืออะไรทำนองนั้นหรือเปล่า??
เปล่าครับเปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น เขาลนลานปฏิเสธ ก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างมาให้
แค่จะเอานี่มาให้น่ะครับ
เอ๋??? หญิงสาวจ้องมองไอศกรีมในมือชายหนุ่ม เครื่องหมายปรัศนีลอยขึ้นเต็มหัวหญิงสาวเต็มไปหมด
ก็... ชายหนุ่มยิ้ม ท่าทางดูขัดเขิน ไม่ต้องบอกเจ้าตัวเองก็คงพอเข้าใจว่ามันคงดูประหลาดพิกลที่จู่ๆก็วิ่งเอาไอศกรีมมาให้แบบนี้
เห็นวันนี้ท่าทางไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่...ก็เลย...
ค่ะ.... แม้จะงงๆ แต่ไอศกรีมที่ทำท่าจะละลายอยู่รอมร่อ ก็ทำให้เธอยอมรับมันมาก่อนที่มันจะหยดลงพื้น
จะว่าละลาบละล้วงก็ขอโทษด้วยนะครับ แต่ก็เห็นกันอยู่ทุกวันเลยอดไม่ได้...
ท่าทางเก้อๆ ทำอะไรไม่ถูกของอีกฝ่ายทำให้หญิงสาวเผลอมองอย่างสนใจ...คนแบบนี้ก็มีด้วยแฮะ...
ก็...แหะๆ เท่านี้ล่ะครับ...เอ่อ...ผมกลับไปทำงานต่อแล้ว โชคดีนะครับ ว่าแล้วชายหนุ่มก็หันหลัง วิ่งตื๋อกลับไปโดยที่หญิงสาวยังไม่ทันได้ขอบคุณ
ประหลาดคนจริง เธอพูดโดยไม่ได้แฝงความหมายในแง่ร้าย รอยยิ้มผุดขึ้นมาเป็นครั้งแรกในรอบวัน
โอ๊ะ หญิงสาวอุทานเมื่อหยดเย็นๆของไอศกรีมสัมผัสกับมือ ด้วยสัญชาตญาณ เธอจึงก้มลงเลียส่วนที่ละลายทันที แล้วก็พบว่ามันคือไอศกรีมวนิลาที่เธอชอบ
เอ๋? รู้ว่าฉันชอบกินอะไรด้วยแฮะ?
...จะว่าไป...ตั้งแต่เริ่มมากินที่ร้าน...เค้าก็ทำงานอยู่แล้วสินะ...?
สายตาคมมองไอศกรีมในมือ สลับกับร่างที่เผ่นแผล็วกลับเข้าร้านไปแล้ว...
...แปลว่า...ที่ฉันสั่งๆไป...จำได้หมดเลยเหรอ??
ทันทีที่ความคิดนั่นแว่บเข้ามาในหัว จู่ๆหน้านวลก็กลายเป็นสีแดงจัด
...ดูเหมือนว่า...บางทีชีวิตคนเราก็อาจจะไม่ต่างกับนิยายเท่าไหร่ก็ได้ล่ะมั้ง?
***************************
-Fin-