The Little Love song on This Little Planet
By Asana Fay Kakuba
Pairing: ? x ?
Warning: None
Note from author: ช่วงเวลาในเรื่องคือช่วงพักรบหลังจากช่วยลูเคียจากการประหารได้สำเร็จแล้วค่ะ
********************************
มาอยู่ที่นี่เองหรือ
เสียงทุ้ืมต่ำของชายสูงวัยทักเมื่อเห็นร่างของคนที่ตามหานั่งอยู่ในมุมหนึ่งของห้องอันว่างเปล่า ร่างสีขาวราวหิมะที่กำลังจ้องมองออกไปยังท้องฟ้าสดใสนอกหน้าต่าง หันมามองผู้บุกรุกความสงบของตนด้วยดวงตาสีอำพันคู่นั้นเพียงแว่บหนึ่ง ก่อนจะหันออกไปมองนอกหน้าต่างต่อ
อากาศดีๆแบบนี้ แค่นั่งมองเฉยๆไม่เบื่อแย่หรือ?
เสียงเสื้อคลุมสีดำตัวยาวเสียดสีกันดังตามจังหวะการเดินของร่างสูงยามเข้ามาใกล้ แต่ก่อนจะทันได้ถึงตัว ร่างสีขาวที่นั่งอยู่ก่อนก็ลุกขึ้น เดินเข้าไปในเงามืดของห้อง แล้วอันตรธานหายไปกับความมืดมิดนั้นราวกับอากาศธาตุ
ร่างสูงมองสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วได้แต่ถอนหายใจ
หัวดื้อเหมือนกันไม่มีผิด
********************************
ร่างสีขาวปรากฏกายอีกครั้งในมุมที่มืดกว่าของเมือง ใบหน้านวลบูดเบี้ยวด้วยความไม่สบอารมณ์
...ไม่อยากเจอ...ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า...ไม่ต้องมายุ่งกับข้า
ก้อนหินขนาดย่อมที่อยู่แถวนั้นก้อนแล้วก้อนเล่ากลายเป็นเหยื่อผู้เุคราะห์ร้าย ถูกเตะระบายอารมณ์จนลอยละลิ่วไปกระทบพื้นแตกเป็นเสี่ยง
แต่การระบายความโกรธด้วยการกลั่นแกล้งก้อนหินที่ไม่มีทางสู้ ก็หาได้ทำให้ร่างขาวรู้สึกดีขึ้นไม่
...ทั้งหมดเป็นความผิดของตาลุงนั่นคนเดียว! ทำไม...ทำไมต้องเข้าข้างเจ้านั่นทุกที...เพราะข้าเป็นแค่เงามืด...เป็นส่วนเกินที่ไม่มีใครต้องการใช่ไหม?
ร่างสีขาวทรุดตัวลงนั่งกอดเข่า จ้องมองผืนฟ้าสีสดที่ทำมุมตั้งฉากกับพื้นดินอย่างเหม่อลอย เป็นครั้งแรกในรอบกว่า3อาทิตย์ที่ท้องฟ้าสดใส ไม่มีแม้แต่เมฆสักก้อน บ่งบอกให้ผู้ที่อยู่ในโลกนี้รู้ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้จิตใจของราชาผู้ยังโลกนี้ให้เป็นไป ต้องหม่นหมองลงได้มลายหายไปแล้ว
...นั่นสินะ ในโลกอันเปราะบางที่ทุกอย่างบิดเบี้ยวอยู่ในแนวนอนใบนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้านั่น...ราชาผู้เปรียบเสมือนพระอาทิตย์สีส้ม ที่สาดแสงส่องลงมา และก่อให้เกิดเงามืดเช่นตัวเขา...
...เจ้าโง่คุโรซากิ อิจิโกะ...
ร่างสีขาวกัดริมฝีปากเพื่อห้ามอารมณ์โกรธที่ทำท่าจะพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง...เจ้าโง่นั่น...ทำไม...ทำไมถึงต้องเป็นเจ้านั่นทุกที...เจ้าหนุ่มแสนดีผู้ต่อสู้เพื่อปกป้องเพื่อนพ้อง! เชอะ! ทำ่ตัวอย่างกับเป็นพระเอกขี่ม้าขาว! แค่ชื่อของดาบฟันวิญญาณยังไม่มีปัญญารู้ได้ด้วยตัวเอง ยังกล้าทำเป็นผยองนัก!
คิดแล้วก็หงุดหงิด ร่างขาวซีดจึงคว้าเอาหินอีกก้อนปาอัดลงไปบนพื้นจนแตกตามเพื่อนของมันไปอีกก้อน
2ครั้ง...2ครั้งที่เขาเกือบจะครอบครองร่างเจ้านั่นได้สำเร็จ ถ้าซันเงสึไม่มาขวางไว้
...ทำไม...ทำไมท่านถึงช่วยเจ้านั่นครั้งแล้วครั้งเล่า...เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านแข็งแกร่งได้ขนาดไหน...ทำไมท่านถึงช่วยเจ้าโง่ที่ได้แต่กวัดแกว่งท่านอย่างไร้ความหมาย? เขาไม่ใช่หรือไงที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดฝนที่ท่านแสนเกลียด?
...ทั้งที่ถ้าเป็นข้า...ข้าจะไม่มีวันทำให้ท่านต้องเหน็บหนาวเพราะฝนอันเย็นยะเยือกนั่นแท้ๆ...
...ให้ข้าอยู่เคียงข้างท่านแทนเขาไม่ได้หรือ?...
********************************
ซันเงสึถอนใจออกมาอีกครั้งหลังจากตามหาร่างสีขาวเท่าใดก็ไม่พบ เขารู้ดีว่าหากอีกฝ่ายจงใจหลบหน้า ต่อให้เขาหายังไงก็ไม่มีทางเจอ
เพียงแต่คราวนี้ เขาเองเป็นคนทำให้อีกฝ่ายโกรธ เขาก็ควรรับผิดชอบใช่ไหม
ท่านอยากให้ข้าช่วยอิจิโกะ? ดวงหน้าขาวทวนคำถามอย่างไม่เชื่อหู
ใช่
ท่่านต้องบ้าไปแล้วแ่น่ๆ ทำไมข้าต้องช่วยเจ้าโง่นั่นด้วย
เพราะถ้าเขาตาย ทั้งเจ้าและข้าก็จะหายไปด้วย และต่อให้เขารอด ฝนในโลกนี้ก็จะตกชั่วนิรันดร์ ซันเงสึตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่ก็ต้อนให้อีกฝ่ายจำต้องจำนนต่อเหตุผล
ฮึ่ย...ก็ได้ก็ได้!! แต่จำใส่หัวยุ่งๆของท่านไว้เลยนะว่าข้าไม่ได้ทำเพื่อท่านหรือเพื่อเจ้าโง่นั่น ข้าทำก็เพื่อตัวข้าเอง!
และเขาก็รักษาสัญญา ทำให้สุดท้ายอิจิโกะก็สามารถพลิกกลับมาเอาชนะชายที่ได้ชื่อว่าเป็นอมตะอย่างซาราคิ เคมปาจิไปได้อย่างฉิวเฉียด
แต่เหตุการณ์นั้นก็ทำให้ความไม่พอใจของอีกฝ่ายต่ออิจิโกะเพิ่มขึ้นเช่นกัน เขาถึงกับอาศัยช่องว่างภายในจิตใจยามอิจิโกะปลดปล่ิอยสวัสดิกะขณะสู้อยู่กับคุจิกิ เบียคุยะ ออกมาอาละวาด จนซันเงสึต้องยื่นมือเข้าไปช่วยอิจิโกะผลักดันจิตของร่างขาวกลับไปยังโลกภายใน ซึ่งพอกลับเข้ามาแล้ว ก็ยังอาละวาด ฟาดงวงฟาดงาต่ออีกพักใหญ่ ก่อนจะหลบหน้า ไม่ยอมออกมาให้เห็นจนวันนี้
แบบนี้่จะเรียกว่างอนได้ไหมนะ?
เกิดมาซันเงสึยังไม่เคยเจอฮอลโลว์ที่ไหนเหมือนกับตัวที่เขากำลังรับมืออยู่เลย จริงอยู่ที่ว่าความดิบเถื่อนนั้นเหมือนกับฮอลโลว์ทั่วไป แต่ก็มีอะไรบางอย่างในตัวร่างนวลที่ทำให้ซันเงสึอดส่ายหัวและยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้...ความคล้ายคลึงที่ถอดแบบมาจากอิจิโกะ แต่ในเวลาเดียวกันก็แตกต่างโดยสิ้นเชิง...
เด็กโง่ ดาบฟันวิญญาณบ่นเบาๆกับตัวเอง
********************************
ร่างสีขาวลืมตาขึ้นอย่างช้าๆด้วยความสะลึมสะลือ รอบๆตัวที่เริ่มมืดสลัวกับปลายฟ้าที่เหลือเพียงแสงเรื่อเรืองสีเหลืองซีดๆทำให้รู้ว่าเวลาล่วงเลยมาจนใกลค่ำแล้ว นี่เขาเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
ตื่นแล้วหรือ
คำพูดเรียบๆและเสียงทุ้มอันคุ้นหู ทำเอาร่างขาวที่กำลังจะลุกขึ้นตกใจจนเสียหลักลงไปนั่งกับพื้นหญ้าใหม่เสียงดังตุ้บ!
เจ้า!...ท่านมาทำอะไรที่นี่! โผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงคิดจะแกล้งกันหรือไง! ทันทีที่ตั้งสติได้ก็เปิดฉากโวยวายทันที
แต่ร่างสูงในชุดเสื้อคลุมสีดำสนิทก็ยืนขึ้นเหมือนไม่ได้ยินคำพูดกล่าวหานั้น เขาหันมาหาร่างอันขาวนวลของคนบนพื้น ก่อนจะยื่นมือออกมา แล้วพูดอย่างเรียบๆ
กลับกันเถอะ
ตาสีอำพันมองมือที่ยื่นออกมาอย่างเชื้อเชิญ...แม้อยากจะจับมือนั้นใจแทบขาด แต่ทิฐิแรงกล้าก็ทำให้สะบัดหน้าหนี
จะไปก็ไป ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า!
ร่างสูงนิ่ง ไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อให้เกิดความเงียบอันน่าอึดอัด จนคนบนพื้นเป็นฝ่ายพูดย้ำขึ้นมาอีกครั้ง
ยังไม่ไปอีก จะไปไหนก็ไปสิ
...เข้าใจแล้ว ตามใจเจ้าก็แล้วกัน
หัวใจของร่างขาวเจ็บแปลบด้วยคำพูดนั้น ร่างบนพื้นมองตามร่างของคนสูงวัยที่ทำท่าจะหลันหลังเดินจากไปจริงๆอย่างใจเสีย และโดยไม่ทันคิด มือเรียวก็เิอื้อมคว้าเอาชายผ้ารุ่งริ่งของเสื้อคลุมสีนิลเอาไว้แน่น ริมฝีปากบางเกือบจะขยับเอื้อนเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายเพื่อรั้งตัวให้มาอยู่ข้างๆเช่นเมื่อครู่ แต่ก็ต้องชะงักปากเมื่อระลึกได้ว่าตนเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายไป...สุดท้าย จึงเหลือเพียงแววตาสั่นไหวที่สะืท้อนคำขอร้องที่ไม่อาจพูดออกมาได้
ซันเงสึเลิกคิ้วมองชา่่ยเสื้อที่อยู่ในกำมือร่างขาวราวกับต้องการคำอธิบาย
ข้า... ดวงตาสีทองตวัดลงมามองที่พื้น...ไม่ได้หรอก...พูดออกไปก็เท่านั้น...ข้าไม่ใช่เขา...ไม่ใช่อิจิโกะ...เป็นเพียงแค่เงามืดในโลกนี้เท่านั้น...ไม่ใช่คนที่จะเคียงข้างคนตรงหน้า...
มือเรียวที่กำชายเสื้ออีกฝ่ายอยู่คลายออกช้าๆ
...แบบนี้แหละดีแล้ว...ทิ้งข้าไว้ที่นี่่...ที่ๆข้าจะเป็นเพียงแค่เงามืด...ส่วนท่านก็กลับไปอยู่กับแสงของพระอาืทิตย์อันอับอุ่นนั่นเสียเถอะ...
ร่างนวลคิดขณะกัดฟันห้ามน้ำตาอุ่นที่กำลังคลอหน่วยไม่ให้ไหลรินออกมา...อย่านะ...อย่าแสดงความอ่อนแอออกมามากไปกว่านี้...ไม่อยากให้คนๆนี้ต้องมาสงสาร...
สัมผัสอันอ่อนโยนที่ปลายคางทำให้ร่างสีขาวซีดต้องเงยหน้าขึ้น
ถ้าอยากให้อยู่ด้วยมากขนาดนั้นก็พูดออกมาตรงๆก็ได้นี่? ร่างสูงที่ตอนนี้คุกเข่าลงจนอยู่ระดับเดียวกับคนบนพื้นหญ้า กระซิบราวกับกำลังปลอบเด็กเสียขวัญ
ร่างบางไม่ตอบ พยายามหันหน้าหนีแต่มือแกร่งที่ยึดคางอยู่ทำให้หันไปไหนไม่ได้
ปล่อย... ร่างขาวซีดพูดเบาๆ พยายามอย่างสุดชีวิตไม่ให้เสียงที่พูดออกมานั้นสั่นเครือ แต่ก็ไม่สำเร็จ
...ไม่ต้องมาทำใจดีกับข้า๋
โกรธที่ข้าช่วยอิจิโกะ แล้วไล่ให้เจ้ากลับมาข้างในนี้อย่างนั้นหรือ? ซันเงสึถาม น้ำเสียงยังคงอ่อนโยน
ร่างขาวไม่ตอบ ได้แต่นิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น
ขอโทษนะที่ทำให้โกรธ แต่มันไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ...
ข้าไม่ต้องการคำขอโทษจากท่าน! ไม่ต้องมาอธิบายให้ข้าฟังทั้งนั้น! ข้าช่วยอิจิโกะของท่านให้แล้ว เท่านี้ก็พอแล้วไม่ใ่ช่เหรอไง! ร่างขาวระเบิดอารมณ์ออกมา หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงหยดลงมาเปื้อนแก้มนวล แต่เขาก็ไม่สนใจจะเช็ดออก
ข้าทำหน้าที่ของข้าแล้ว พอใจแล้วรึยัง? กลับไป! ไปช่วยราชาของท่าน ไม่ต้องมายุ่งกับข้า!...ฮึก...ข้ามันก็แค่ส่วนเกิน...เป็นวิญญาณร้าย...ทั้งท่านทั้งเขาก็อยากจะกำจัดข้าออกไปใช่ไหมล่ะ...อุ๊บ..อื้อ...
เสียงโวยวายเงียบลงทันทีเมื่อริมฝีปากของร่างสูงประกบลงมาพร้อมกับวงแขนแกร่งที่โอบรัดรอบตัวของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ร่างบางไม่คาดคิดกับการจู่โจมนั้นและำพยายามขัดขืน แต่ท้ายทอยก็ถูกยึดเอาไว้ด้วยมือใหญ่ข้างหนึ่งของซันเงสึ ทำให้หันหนีสัมผัสแสนหวานที่ประทับลงมาที่ริมฝีปากไม่ได้ ลิ้นร้อนรุกไล่เข้ามา ต้อนอีกฝ่ายจนต้องโอนอ่อน ยอมให้ทำตามอำเุภอใจโดยไม่อาจขัดขืน มีเพียงหยาดน้ำตาใส ที่ไหลรินประท้วงการกระทำที่จาบจ้วงของอีกฝ่าย
เพราะเรี่ยวแรงถูกขโมยเอาไปหมดด้วยจุมพิตอันเรียกร้อง เมื่อร่างสูงผละออก ร่างนวลจึงได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในวงแขนอย่างว่าง่าย
ทำแบบนี้ทำไม... ร่างบางพูดเสียงเครือ น้ำตาขมยังไหลออกมาจากตาสีอำพันไม่ขาดสาย
ร่างสูงปาดน้ำตาที่แก้มของคนตรงหน้าอย่างเบามือ ก่อนพูดเบาๆว่า
...ข้าไม่เคยนึกอยากให้เจ้าหายไปจากโลกนี้
โกหก! ท่าน... ร่างบางเงียบลงเมื่อนิ้วชี้ของดาบฟันวิญญาณประทับลงมา ส่งสัญญาณให้เขาเป็นฝ่ายฟัง
รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงห้ามไม่ให้เจ้าออกไปข้างนอกนั่น? เขาถาม
ฮอลโลว์ไม่ต้องการดาบฟันวิญญาณ...เมื่อร่างนี้กลายเป็นฮอลโลว์ไป ข้าก็อยู่ที่นี่ไม่ได้ และต่อให้มีวิธีให้ฮอลโลว์สามารถใช้ดาบฟันวิญญาณได้จริงๆ นั่นก็เป็นเพียงแค่บางอย่างที่คล้ายกับข้า...แต่ไม่ใช่ข้า
ซันเงสึเว้นวรรคครู่หนึ่งเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของคนในอ้อมแขน และก็เป็นไปอย่างที่เขาคิด ร่างขาวตัวแข็ง ตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก
ถ้าเจ้าออกไปข้างนอกนั่น ข้าก็จะหายไปตลอดกาล.....แต่ถ้าเป็นความต้องการของเจ้าแล้วล่ะก็...ข้าก็...
ไม่! ร่างบางขัดขึ้นก่อนที่เขาจะได้จบประโยค ...ไม่เอา...
ร่างสีขาวซุกหน้าเข้ากับอกของร่างสูง มือกำเสื้อคลุมสีดำแน่น
ซันเงสึยิ้ม กอดร่างนวลเข้าหาตัวแน่นขึ้น
ถ้าอย่างนั้น...ไม่เป็นไรใช่ไหม ถ้าข้าจะขออยู่ข้างๆเจ้าข้างในนี้?
ร่างขาวที่ซุกตัวอยู่กับร่างสูงใหญ่กว่า นิ่งราวกับชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ากับอกกว้าง
วิญญาณของดาบแกร่งยิ้มก่อนจะโน้มตัวจูบหน้าผากขาวของร่างบางในอ้อมแขนอีกครั้ง
ซันเงสึเองก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่การมีตัวตนอยู่ของอีกฝ่ายมีความหมายกับเขามากขนาดนี้...ทั้งที่เคยปวดหัวกับเจ้าตัวร้ายจอมอาละวาด ขี้โวยวาย แถมเอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง ที่่คอยสร้างปัญหาให้กับเขาไม่เว้นแต่ละวัน แต่พอรู้สึกตัวอีกทีความหดหู่ที่เคยรู้สึกเมื่อฝนพร่ำตกลงมาก็ดูจะเบาบางลงไปได้
...เอ่อ...
หืม?
... ร่างขาวพูดงึมงำเสียงเบาจนฟังไม่ได้ศัพท์
ว่าอะไรนะ?
ผู้เริ่มบทสนทนาอึกอัก หน้าขาวซีดกลายเป็นสีชมพูเรื่อๆไปจนถึงใบหู
...ขอโทษ...ที่อาละวาดใส่...
ซันเงสึหัวเราะออกมาเบาๆ ส่งผลให้อีกฝ่ายหน้างอ
หัวเราะอะไรของท่านน่ะ! คนเขาอุตส่าห์...อุ๊บ... จุมพิตถูกมอบให้อีกครั้งโดยร่างสูง แต่คราวนี้ไม่มีการขัดขืนเช่นครั้งแรก ร่างขาวนวลประคองใบหน้าสากของอีกฝ่ายด้วยมือเรียว จูบอีกฝ่ายตอบอย่างเรียกร้องไม่แพ้กัน อารมณ์อันร้อนแรงของร่างสูงถูกปลุกให้ตื่นด้วยสัมผัสของริมฝีปากบางที่หยอกเย้าไปตามลำคอและมือเรียวที่ลูบไล้เข้าไปใต้เสื้อคลุมสีรัตติกาล
แต่แล้วสัมผัสที่ยั่วเย้าก็หายไปดื้อๆ ทำให้ซันเงสึลืมตาขึ้นอย่างขัดใจ
กล้าหัวเราะเยาะข้าดีนัก แบร่ ร่างบางแลบลิ้นหลอก ก่อนจะหายเข้าไปในความมืด ทิ้งให้ชายสูงวัยอารมณ์ค้างอยู่อย่างนั้น
ซันเงสึมองความว่างเปล่าตรงหน้่า แล้วก็ต้องถอนใจ ส่ายหัวกับความดื้อรั้นของเจ้าตัวแสบไม่ได้
แม้จะต้องเริ่มต้นตามหาตัวกันใหม่ แต่ซันเงสึก็ไม่ได้รู้สึกหนักใจเช่นคราวแรกอีกต่อไป
...จับตัวได้คราวนี้ล่ะ...น่าดู
ว่าแล้วร่างสูงก็สะบัดเสื้อคลุมยาวแล้วหายไปกับความมืดของยามค่ำคืนเช่นกัน
ในโลกเล็กๆใบนี้...ใบที่ท้องฟ้าตั้งฉากกับพื้นดิน บทเพลงรักเพลงหนึ่่งกำลังเริ่มบรรเลง แม้จะไม่ใช่เพลงรักหวานซึ้ง และคนที่อยู่ในโลกภายนอกจะไม่สามารถได้ยินแม้แต่ตัวโน้ตเดียว แต่ก็เป็นบทเพลงที่เชื่อมใจของวิญญาณสองดวงเข้าด้วยกัน เป็นเพลงรักที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร...
...เป็นเพียงเพลงรักของเราสอง...
********************************
Fin
ลุงขา ลุง น่ารักสุดๆไปเลยค่ะ มันเข้ากันได้อย่างประหลาด(!?) น่ารักมากเลยค่ะไม่นึกว่าจะมีคนคิดคู่นี้อ่านตอนแรกก็เง็งว่าคู่ไหนล่ะเนี่ย? อ่านไปอ่านมาอ่ะเฮอะ ... ให้อารมณ์ลุงกับเด็กดื้อๆเลยอ่ะ