2006/Jan/22

A Goodwill Conspiracy [Part B]
By: Asana Fay Kakuba
Pairing: Renji x Byakuya


***********************************

"
แปลกจริง...วันนี้ท่านรองฯมาสายเหรอเนี่ย" ฟุกามาจิ อากิระ เจ้าของลำดับที่20 แห่งหน่วยที่6 พูดอย่างแปลกใจเมื่อพบว่าโต๊ะที่เป็นของรองหัวหน้าหน่วยของเขาว่างเปล่าไร้วี่แววของเจ้าของโต๊ะ

"
อ้าว อากิระจังไม่รู้หรอกเหรอ ท่านรองฯเพิ่งส่งผีเสื้อนรกมาบอกว่าวันนี้มีธุระด่วนเลยขอหยุดกระทันหันน่ะ" เพื่อนยมทูตสาวคนสนิทที่นั่งอยู่แถวนั้นว่า

"
หา! แบบนี้ก็แย่น่ะสิ เมื่อกี้ข้าไปหาท่านหัวหน้าคุจิกิมา พวกหน้าห้องก็บอกเหมือนกันว่าท่านติดธุระด่วนวันนี้อาจจะไม่เข้ามา ข้าก็เลยเดินมานี่กะให้ท่านรองฯช่วยเซ็นเอกสารนี่แืทน ท่านรองฯไม่อยู่แบบนี้ข้าจะทำยังไงดีล่ะ!"

"
อะไรนะ ท่านหัวหน้าก็ไม่อยู่เหรอ..หรือว่า..หรือว่าท่านหัวหน้ากับท่านรองฯจะแอบหนีไปไหนกันสองต่อสอง??"

"
หา??" ฟุกามาจิทำหน้าเหรอหรา

"
เจ้าว่าไงนะ ในที่สุดคู่นี้ก็มีความคืบหน้าแล้วเหรอ ว้ายๆๆ" เหล่ายมทูตสาวที่อยู่ใกล้เคียงรีบลุกจากโต๊ะเข้ามาร่วมวง

"
ข้าล่ะลุ้นแทบแย่ว่าจะได้ลงเอยกันเมื่อไหร่"

"
เฮ้อ..ถึงจะเสียดาย แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นถึงท่านคุจิกิก็ช่วยไม่ได้นะ"

"
น้อยๆหน่อย ท่านรองฯเขาก็ไม่เลือกเจ้าอยู่ดีล่ะ"

"
นี่ๆ เจ้าว่าใครเป็นฝ่ายสารภาพก่อนน่ะ"

"
ท่านหัวหน้าออกจะขรึมขนาดนั้น ข้าว่าท่านรองฯ"

"
ฮึ่ย ไม่แน่นา อาจจะเป็นท่านหัวหน้าก็ได้ แบบที่เขาว่าน้ำนิ่งไหลลึกไง"


เหล่ายมทูตสาว(วาย)แห่งหน่วยที่6 เม้าท์กันกระจายโดยลืมฟุกามาจิไปเสียสนิท เดือนดวงเดียวในหมู่ดาว ไ้ด้แต่ยืนถือซองเอกสารทำตาปริบๆ


"
เอ่อ...คือ...เอกสาร....."

***********************************

อีกฟากหนึ่งของโซลโซไซตี้ ท่านรองฯอาบาราอิที่กำลังเป็นประเด็นร้อนจู่ๆก็รู้สึกหนาววูบ ==;;


เร็นจิิตามรอยพลังวิญญาณของซาบิมารุมาคนเดียวจนถึงชานเมืองลูคอนเหนือซึ่งห่างไกลจากผู้คน
เขารู้ว่าการทำแบบนี้โดยไ่ม่มีกำลังสนับสนุนเป็นเรื่องเสี่ยง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังได้อย่างไร เป็นถึงรองหัวหน้าหน่วยแต่ถูกลูบคมเเอาง่ายๆแบบนี้ รู้ถึงไหนคงอายถึงนั่น

ไม่มีทางเลือกอื่น ตนต้องเป็นที่พึ่งเห็นตนเท่านั้น

เร็นจิกวาดตาสำรวจรอบๆตัว พื้นที่ส่วนมากของบริเวณนี้เป็นป่าโปร่งที่ยังไม่ถูกรบกวนจากการแผ้วถางเำพื่อสร้างบ้านเรือน สภาพป่าจึงยังสมบูรณ์ หากเวลานี้ชายหนุ่มไม่ร้อนใจเพราะดาบคู่บารมีถูกใครหรืออะไรก็ตามลักเอาไป เขาคงต้องตื่นตากับภาพของเหล่าดอกไม้ป่าสีสันต่างๆที่แข่งกันชูช่อสวย เชื้อชวนให้ผีเสื้อน้อยใหญ่ให้มาร่ายรำใต้แสงแดดรำไร


พลังวิญญาณของซาบิมารุชัดเจนจนรู้สึกได้ ดาบของเขาต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆนี่แน่นอน
เร็นจิเพ่งสมาธิส่งข้อความผ่านทางด้ายวิญญาณที่เชื่อมระหว่างเขากับซาบิมารุ

'ซาบิมารุ เจ้าอยู่ไหน
!?'

...เงียบ...ไม่มีคำตอบจากราชาลิง


เร็นจิชักจะหงุดหงิดมากขึ้น 'เจ้าลิงหางตลก! บอกตำแหน่งของเจ้ามาเดี๋ยวนี้!!'

ไม่ว่าจะเป็นเำพราะเร็นจิตั้งสมาธิได้ดีกว่าครั้งแรกหรือจะเพราะฉุนที่ถูกเรียกว่าลิงหางตลกก็ตาม คราวนี้ชายหนุ่มรู้สึกถึงการตอบรับของซาบิมารุอย่างชัดเจน

"ตรงนั้นเองเรอะ"


ในพริบตาเดียว รองหัวหน้าหน่วยที่หกก็มายืนอยู่ตรงหน้าดาบประจำกายอีกครั้ง ทว่าข้างๆซาบิมารุยังมีดาบอีกเล่มหนึ่งวางอยู่ข้างเึคียงกัน

อาบาราอิ เร็นจิเบิ่งตากว้างเมื่อระลึกได้ว่าใยดาบเล่มนั้นจึงดูคุ้่นตายิ่งนัก

เซ็มบง...ซากุระ???


ทำไม? ทำไมเซ็มบงซากุระถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?? ใครเป็นคนทำ? เพืออะไร??


ฉกซาบิมารุมาโดยที่ข้าไม่รู้ตัวก็แทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้ว นี่ถึงกับเอาเซ็มบงซากุระจากหัวหน้าึคุจิกิเนี่ยนะ หรือว่าจะ้ใช้กำลังแย่งมา? ถ้างั้นเกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าคุจิกิ? เร็นจิใจไม่ดี หัวหน้่าของเขายังบอบช้ำจากการต่อสู้ครั้งก่อน หากเกิดอะไรขึ้นตอนนี้ล่ะก็...


"
เร็นจิ?" เสียงเรียกชื่อทำเอาเจ้าของรอยสักที่กำลังครุ่นคิดหันขวับไปยังต้นเสียง

"
หัวหน้าึ??"

ชายหนุ่มผมสีเข้มประดับด้วยปิ่นสูงค่ามาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไรเป็นเรื่องที่เร็นจิไม่อาจรู้ แต่ตอนนี้ชายคนที่ว่ากำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความงุนงง

"
นั่น..." สายตาของคุจิกิหนุ่ม เจ้าของอันชอบธรรมของเซ็มบงซากุระจับจ้องดาบของตนใ่นมือชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าเป็นเชิงถาม

"
เอ๋?" เร็นจิก้มลงมองที่มือตัวเอง
"
ม..ไม่ใช่อย่างที่เห็นนะครับ! ข้าตามรอยซาบิมารุมาถึงที่นี่เหมือนกัน"

"
ซาบิมารุ? เบียคุยะขมวดคิ้ว"

"
ครับ พอข้าติ่นขึ้นมาก็ไม่อยู่แล้ว..ก็เลย.." เร็นจิอธิบายอย่างว้าวุ่นไม่อยากให้อีักฝ่ายเข้าใจตนผิด

"
ไม่ต้องอธิบายแล้ว เร็นจิ" หัวหน้าหน่วยที่หกพูดอย่างสงบนิ่ง "ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น"

"
หัวหน้ารู้แล้วเหรอครับว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้" เร็นจิถือดาบทั้งสองเล่มก้าวเท้าไปหาเบียคุยะ


แต่ก่อนที่หนุ่มผมแดงจะได้ทันขยับตัวจู่ๆภาพที่เห็นตรงหน้าก็บิดเบี้ยวราวมองผ่านกระจกเว้าก่อนจะเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นขึ้นตรงหน้า แรงระเบิดทำเอาสองยมทูตต้องกระโดดหลบไปคนละทิศ และเมื่อเงยหน้าขึ้น ภาพที่เห็นก็คือฮอลโลว์ขนาดยักษ์ห้าตัวกำลังฝ่าสนามพลังกั้นมิติเข้ามา!

"
นี่มันอะไรกัน"

เร็นจิสบถขณะที่หลบการโจมตีของฮอลโลว์สามตัวที่พุ่งเข้ามาเล่นงานเขา มือข้างที่ใช้ดาบรีบเิอื้ิอมหาอาวุธประจำกาย แต่ก็ต้องใจหายวาบ เซ็มบงซากุระ
!

ชายหนุ่มใจร้อนขึ้นมาราวกับถูกไฟลน เขาต้องรีบคืนดาบให้กับหัวหน้าคุจิกิ


ในยามปกติ หัวหน้าของเขาอาจจะไม่ต้องการดาบฟันวิญญาณในการเอาชนะฮอลโลว์กระจอกพวกนี้ แต่ในยามที่ยังไม่ฟิ้นจากอาการบาดเจ็บ หากมีดาบไว้ในมือคงเป็นการรับประกันชัยชนะและความปลอดภัยของหัวหน้าของเขาได้มากกว่า


เร็นจิเหลือบตาไปมองเบียคุยะที่่กำลังต่อสู้กับฮอลโลว์อีกสองตัวอยู่อีกด้านหนึ่งก่อนจะหันมาจ้องฮอลโลว์ร่างยักษ์สามตัวที่ขวางทางอยู่ด้วยสายตาดุดัน

"
หลีกทางไปเดี๋ยวนี้! เจ้าพวกโตแต่ตัว!!"



อีกฟากหนึ่งคุจิกิ เบียคุยะกำลังเผชิญหน้ากับฮอลโลว์ยักษ์อีกสองตัวโดยไร้ดาบฟันวิญญาณ

"
เห..ดาบไปไหนเสียล่ะ พ่อหน้าหวาน" เสียงแหบพร่าของฮอลโลว์ที่มีหน้าตาเหมือนหน้ากากละครโนะ และดูท่าทางจะเป็นหัวหน้าของเจ้าพวกนี้เอ่ยถามอย่างเย้ยๆ "แบบนี้ข้าต้องต่อให้ไหม?"

"
ระดับอย่างเจ้าน่ะรึต้องใช้ดาบฟันวิญญาณ?" เจ้าของนัยตาคมตอกกลับ "วิถีมารที่31 ชะกะโฮ!!"


สิ้นเสียงอันทรงพลังของผู้เป็นหัวหน้าหน่วย แสงสีทับทิมก็พุ่งออกไปปะทะร่างยักษ์ทั้งสองอย่างจัง หน้ากากของฮอลโลว์ตัวลูกน้องโดนอัดจนแตกละเิอียดส่งผลให้ร่างยักษ์แหลกสลายกลายเป็นละอองแรงอัดมหาศาลพัดฝุ่นผงจากพิ้นดินฟุ้งกระจายไปทั่วจนมองอะไรไม่เห็น

แต่นั่นก็ำไม่ได้ทำให้เจ้าหัวโจกสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ในวินาทีถัดมากรงเล็บยักษ์ก็พุ่งออกมาจากกลุ่มควันเข้าหาเบียคุยะที่ไม่ทันตั้งตัว อัดร่างบางจนกระเด็นไปกระิแทกต้นไม้ที่อยู่เบื้องหลังจนหักโค่นไปไม่น้อยกว่าสิบต้น


"
หัวหน้าคุจิกิ!!!" เร็นจิที่กำลังสู้อยู่กับลูกน้องทั้งสามร้องลั่น "พวกแก!"

ชายหนุ่มผมแดงพุ่งเข้าหาฮอลโลว์สามตนที่กั้นระหว่างเขากับเบียคุยะและหัวหน้าฮอลโลว์อย่างบ้าคลั่ง




เบียคุยะพยุงตัวขึ้นจากซากกองไม้ เศษปิ่นราคาแพงร่วงกราวลงบนพื้นหญ้า กรงเล็บคมของเจ้าวิญญาณร้ายกรีดสีข้างของเขาเป็นแผลลึก เลือดสดๆไหลซึมย้อมเสื้อคลุมสีขาวเป็นสีแดง ชายหนุ่มพยายามไม่สนใจความเจ็บปวด ยันตัวเพื่อจะลุกขึ้นยืน แต่ก็ต้องร้องออกมา ร่างกายของเขายังไม่ฟื้นตัวดี แม้บาดแผลภายนอกที่ได้มาจากเหตุการณ์วุ่นวายจะหายแต่ร่างกายก็ยังล้า พลังในการฟื้นตัวก็ยังต่ำจนน่าใจหาย

"
เท่านี้ก็เข่าอ่อนแล้วหรือ" ร่างทะมึนของเจ้าปีศาจยืนค้ำยมทูตหนุ่ม เงาดำของมันทาบทับร่างบางบนพื้นหญ้าดูน่าประหวั่นพรั่นพรึงนัก

เบียคุยะไม่ยอมแพ้ ซัดวิถีมารที่63 ไรโคโฮ เข้าใส่ร่างยักษ์ แต่การโจมตีก็ไร้ผล รอบๆตัวของเจ้าฮอลโลว์มีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นดูดซับสายฟ้าสีขาวจนหมด

"
ตายจริง ข้าลืมบอกไปเหรอเนี่ยว่าวิถึมารน่ะทำอะไรข้าไม่ได้" เจ้าหน้ากากละครโนะจีบปากจีบคอพูดพลางหัวเราะชอบใจ "เป็นอาหารของข้าซะเถอะ เจ้าหนุ่มหน้าสวย"

ว่าแล้วมันก็ง้างกรงเล็บหมายจะปลิดชีวิตยมทูตตรงหน้าให้ตายคามือ

"
ก็ลองเจ้าใช้มือเหี่ยวๆแตะต้องหัวหน้าของข้าดูสิ!!" เสียงที่สามดังขึ้นขัดจังหวะ

"
เร็นจิ...."

อาบาราิอิ เร็นจิในสภาพบังไคยืนยิ้มเหี้ยม ด้านหลังของชายหนุ่มผมแดงคือร่างที่กำลังสลายไปของฮอลโลว์ลูกกระจ๊อกทั้งสาม

"
ขออภัยที่มาช้าขอรับท่านหัวหน้า"

เร็นจิพูดพลางตรวจหาบาดแผลของเบียคุยะด้วยสายตา และทันทีที่เห็นรอยสีแดงเข้มบนเสื้อคลุมของอีกฝ่าย เจ้าของผมสีไวน์ก็หันขวับไปหาร่างยักษ์ แรงกดดันวิญญาณอันมหาศาลถูกปล่อยออกมาด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน สายตาฉายแววอันตราย

"
แก..ตาย!"


***********************************

To be continued

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
สะใจยมฑูตสาววายมากเลยอ่ะ รสนิยมเดียวกัน555+
#1  by  ♦ Belial ♦ At 2006-01-22 15:48, 
ชอบใจยมทูตสาวสมาคม(Y)ชะมัดเอิ๊กๆๆๆ เมาท์กันเรื่องหัวหน้ากับรองหัวหน้าตัวเองซะงั้น แต่สภาพการณ์ก็ทำให้น่าคิดนี้น๊าหายไปพร้อมกันสองคนอิอิ เร็นจิมาเจอดาบไล่เลี่ยกับท่านเบียคุยะเลย แต่ฮอลโลว์ดันโผล่มาอีกดาบของท่านเบียคุยะก็อยู่ที่เร็นจิซะด้วย สู้ลำบากหน่อยเเล้วซ้ำยังบาดเจ็บอยู่ด้วย ท่านเบียคุยะช้ำแย่เลย ตอนหลังเร็นจิก็มาช่วยทันล่ะนะดีใจ^^
#2  by  akisa_chan (58.136.228.108) At 2007-12-14 02:37, 

<< Home


Asana Fay
View full profile