A Goodwill Conspiracy [Part B]
By: Asana Fay Kakuba
Pairing: Renji x Byakuya
***********************************
"แปลกจริง...วันนี้ท่านรองฯมาสายเหรอเนี่ย" ฟุกามาจิ อากิระ เจ้าของลำดับที่20 แห่งหน่วยที่6 พูดอย่างแปลกใจเมื่อพบว่าโต๊ะที่เป็นของรองหัวหน้าหน่วยของเขาว่างเปล่าไร้วี่แววของเจ้าของโต๊ะ
"อ้าว อากิระจังไม่รู้หรอกเหรอ ท่านรองฯเพิ่งส่งผีเสื้อนรกมาบอกว่าวันนี้มีธุระด่วนเลยขอหยุดกระทันหันน่ะ" เพื่อนยมทูตสาวคนสนิทที่นั่งอยู่แถวนั้นว่า
"หา! แบบนี้ก็แย่น่ะสิ เมื่อกี้ข้าไปหาท่านหัวหน้าคุจิกิมา พวกหน้าห้องก็บอกเหมือนกันว่าท่านติดธุระด่วนวันนี้อาจจะไม่เข้ามา ข้าก็เลยเดินมานี่กะให้ท่านรองฯช่วยเซ็นเอกสารนี่แืทน ท่านรองฯไม่อยู่แบบนี้ข้าจะทำยังไงดีล่ะ!"
"อะไรนะ ท่านหัวหน้าก็ไม่อยู่เหรอ..หรือว่า..หรือว่าท่านหัวหน้ากับท่านรองฯจะแอบหนีไปไหนกันสองต่อสอง??"
"หา??" ฟุกามาจิทำหน้าเหรอหรา
"เจ้าว่าไงนะ ในที่สุดคู่นี้ก็มีความคืบหน้าแล้วเหรอ ว้ายๆๆ" เหล่ายมทูตสาวที่อยู่ใกล้เคียงรีบลุกจากโต๊ะเข้ามาร่วมวง
"ข้าล่ะลุ้นแทบแย่ว่าจะได้ลงเอยกันเมื่อไหร่"
"เฮ้อ..ถึงจะเสียดาย แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นถึงท่านคุจิกิก็ช่วยไม่ได้นะ"
"น้อยๆหน่อย ท่านรองฯเขาก็ไม่เลือกเจ้าอยู่ดีล่ะ"
"นี่ๆ เจ้าว่าใครเป็นฝ่ายสารภาพก่อนน่ะ"
"ท่านหัวหน้าออกจะขรึมขนาดนั้น ข้าว่าท่านรองฯ"
"ฮึ่ย ไม่แน่นา อาจจะเป็นท่านหัวหน้าก็ได้ แบบที่เขาว่าน้ำนิ่งไหลลึกไง"
เหล่ายมทูตสาว(วาย)แห่งหน่วยที่6 เม้าท์กันกระจายโดยลืมฟุกามาจิไปเสียสนิท เดือนดวงเดียวในหมู่ดาว ไ้ด้แต่ยืนถือซองเอกสารทำตาปริบๆ
"เอ่อ...คือ...เอกสาร....."
***********************************
อีกฟากหนึ่งของโซลโซไซตี้ ท่านรองฯอาบาราอิที่กำลังเป็นประเด็นร้อนจู่ๆก็รู้สึกหนาววูบ ==;;
เร็นจิิตามรอยพลังวิญญาณของซาบิมารุมาคนเดียวจนถึงชานเมืองลูคอนเหนือซึ่งห่างไกลจากผู้คน
เขารู้ว่าการทำแบบนี้โดยไ่ม่มีกำลังสนับสนุนเป็นเรื่องเสี่ยง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังได้อย่างไร เป็นถึงรองหัวหน้าหน่วยแต่ถูกลูบคมเเอาง่ายๆแบบนี้ รู้ถึงไหนคงอายถึงนั่น
ไม่มีทางเลือกอื่น ตนต้องเป็นที่พึ่งเห็นตนเท่านั้น
เร็นจิกวาดตาสำรวจรอบๆตัว พื้นที่ส่วนมากของบริเวณนี้เป็นป่าโปร่งที่ยังไม่ถูกรบกวนจากการแผ้วถางเำพื่อสร้างบ้านเรือน สภาพป่าจึงยังสมบูรณ์ หากเวลานี้ชายหนุ่มไม่ร้อนใจเพราะดาบคู่บารมีถูกใครหรืออะไรก็ตามลักเอาไป เขาคงต้องตื่นตากับภาพของเหล่าดอกไม้ป่าสีสันต่างๆที่แข่งกันชูช่อสวย เชื้อชวนให้ผีเสื้อน้อยใหญ่ให้มาร่ายรำใต้แสงแดดรำไร
พลังวิญญาณของซาบิมารุชัดเจนจนรู้สึกได้ ดาบของเขาต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆนี่แน่นอน
เร็นจิเพ่งสมาธิส่งข้อความผ่านทางด้ายวิญญาณที่เชื่อมระหว่างเขากับซาบิมารุ
'ซาบิมารุ เจ้าอยู่ไหน!?'
...เงียบ...ไม่มีคำตอบจากราชาลิง
เร็นจิชักจะหงุดหงิดมากขึ้น 'เจ้าลิงหางตลก! บอกตำแหน่งของเจ้ามาเดี๋ยวนี้!!'
ไม่ว่าจะเป็นเำพราะเร็นจิตั้งสมาธิได้ดีกว่าครั้งแรกหรือจะเพราะฉุนที่ถูกเรียกว่าลิงหางตลกก็ตาม คราวนี้ชายหนุ่มรู้สึกถึงการตอบรับของซาบิมารุอย่างชัดเจน
"ตรงนั้นเองเรอะ"
ในพริบตาเดียว รองหัวหน้าหน่วยที่หกก็มายืนอยู่ตรงหน้าดาบประจำกายอีกครั้ง ทว่าข้างๆซาบิมารุยังมีดาบอีกเล่มหนึ่งวางอยู่ข้างเึคียงกัน
อาบาราอิ เร็นจิเบิ่งตากว้างเมื่อระลึกได้ว่าใยดาบเล่มนั้นจึงดูคุ้่นตายิ่งนัก
เซ็มบง...ซากุระ???
ทำไม? ทำไมเซ็มบงซากุระถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?? ใครเป็นคนทำ? เพืออะไร??
ฉกซาบิมารุมาโดยที่ข้าไม่รู้ตัวก็แทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้ว นี่ถึงกับเอาเซ็มบงซากุระจากหัวหน้าึคุจิกิเนี่ยนะ หรือว่าจะ้ใช้กำลังแย่งมา? ถ้างั้นเกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าคุจิกิ? เร็นจิใจไม่ดี หัวหน้่าของเขายังบอบช้ำจากการต่อสู้ครั้งก่อน หากเกิดอะไรขึ้นตอนนี้ล่ะก็...
"เร็นจิ?" เสียงเรียกชื่อทำเอาเจ้าของรอยสักที่กำลังครุ่นคิดหันขวับไปยังต้นเสียง
"หัวหน้าึ??"
ชายหนุ่มผมสีเข้มประดับด้วยปิ่นสูงค่ามาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไรเป็นเรื่องที่เร็นจิไม่อาจรู้ แต่ตอนนี้ชายคนที่ว่ากำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความงุนงง
"นั่น..." สายตาของคุจิกิหนุ่ม เจ้าของอันชอบธรรมของเซ็มบงซากุระจับจ้องดาบของตนใ่นมือชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าเป็นเชิงถาม
"เอ๋?" เร็นจิก้มลงมองที่มือตัวเอง
"ม..ไม่ใช่อย่างที่เห็นนะครับ! ข้าตามรอยซาบิมารุมาถึงที่นี่เหมือนกัน"
"ซาบิมารุ? เบียคุยะขมวดคิ้ว"
"ครับ พอข้าติ่นขึ้นมาก็ไม่อยู่แล้ว..ก็เลย.." เร็นจิอธิบายอย่างว้าวุ่นไม่อยากให้อีักฝ่ายเข้าใจตนผิด
"ไม่ต้องอธิบายแล้ว เร็นจิ" หัวหน้าหน่วยที่หกพูดอย่างสงบนิ่ง "ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น"
"หัวหน้ารู้แล้วเหรอครับว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้" เร็นจิถือดาบทั้งสองเล่มก้าวเท้าไปหาเบียคุยะ
แต่ก่อนที่หนุ่มผมแดงจะได้ทันขยับตัวจู่ๆภาพที่เห็นตรงหน้าก็บิดเบี้ยวราวมองผ่านกระจกเว้าก่อนจะเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นขึ้นตรงหน้า แรงระเบิดทำเอาสองยมทูตต้องกระโดดหลบไปคนละทิศ และเมื่อเงยหน้าขึ้น ภาพที่เห็นก็คือฮอลโลว์ขนาดยักษ์ห้าตัวกำลังฝ่าสนามพลังกั้นมิติเข้ามา!
"นี่มันอะไรกัน"
เร็นจิสบถขณะที่หลบการโจมตีของฮอลโลว์สามตัวที่พุ่งเข้ามาเล่นงานเขา มือข้างที่ใช้ดาบรีบเิอื้ิอมหาอาวุธประจำกาย แต่ก็ต้องใจหายวาบ เซ็มบงซากุระ!
ชายหนุ่มใจร้อนขึ้นมาราวกับถูกไฟลน เขาต้องรีบคืนดาบให้กับหัวหน้าคุจิกิ
ในยามปกติ หัวหน้าของเขาอาจจะไม่ต้องการดาบฟันวิญญาณในการเอาชนะฮอลโลว์กระจอกพวกนี้ แต่ในยามที่ยังไม่ฟิ้นจากอาการบาดเจ็บ หากมีดาบไว้ในมือคงเป็นการรับประกันชัยชนะและความปลอดภัยของหัวหน้าของเขาได้มากกว่า
เร็นจิเหลือบตาไปมองเบียคุยะที่่กำลังต่อสู้กับฮอลโลว์อีกสองตัวอยู่อีกด้านหนึ่งก่อนจะหันมาจ้องฮอลโลว์ร่างยักษ์สามตัวที่ขวางทางอยู่ด้วยสายตาดุดัน
"หลีกทางไปเดี๋ยวนี้! เจ้าพวกโตแต่ตัว!!"
อีกฟากหนึ่งคุจิกิ เบียคุยะกำลังเผชิญหน้ากับฮอลโลว์ยักษ์อีกสองตัวโดยไร้ดาบฟันวิญญาณ
"เห..ดาบไปไหนเสียล่ะ พ่อหน้าหวาน" เสียงแหบพร่าของฮอลโลว์ที่มีหน้าตาเหมือนหน้ากากละครโนะ และดูท่าทางจะเป็นหัวหน้าของเจ้าพวกนี้เอ่ยถามอย่างเย้ยๆ "แบบนี้ข้าต้องต่อให้ไหม?"
"ระดับอย่างเจ้าน่ะรึต้องใช้ดาบฟันวิญญาณ?" เจ้าของนัยตาคมตอกกลับ "วิถีมารที่31 ชะกะโฮ!!"
สิ้นเสียงอันทรงพลังของผู้เป็นหัวหน้าหน่วย แสงสีทับทิมก็พุ่งออกไปปะทะร่างยักษ์ทั้งสองอย่างจัง หน้ากากของฮอลโลว์ตัวลูกน้องโดนอัดจนแตกละเิอียดส่งผลให้ร่างยักษ์แหลกสลายกลายเป็นละอองแรงอัดมหาศาลพัดฝุ่นผงจากพิ้นดินฟุ้งกระจายไปทั่วจนมองอะไรไม่เห็น
แต่นั่นก็ำไม่ได้ทำให้เจ้าหัวโจกสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ในวินาทีถัดมากรงเล็บยักษ์ก็พุ่งออกมาจากกลุ่มควันเข้าหาเบียคุยะที่ไม่ทันตั้งตัว อัดร่างบางจนกระเด็นไปกระิแทกต้นไม้ที่อยู่เบื้องหลังจนหักโค่นไปไม่น้อยกว่าสิบต้น
"หัวหน้าคุจิกิ!!!" เร็นจิที่กำลังสู้อยู่กับลูกน้องทั้งสามร้องลั่น "พวกแก!"
ชายหนุ่มผมแดงพุ่งเข้าหาฮอลโลว์สามตนที่กั้นระหว่างเขากับเบียคุยะและหัวหน้าฮอลโลว์อย่างบ้าคลั่ง
เบียคุยะพยุงตัวขึ้นจากซากกองไม้ เศษปิ่นราคาแพงร่วงกราวลงบนพื้นหญ้า กรงเล็บคมของเจ้าวิญญาณร้ายกรีดสีข้างของเขาเป็นแผลลึก เลือดสดๆไหลซึมย้อมเสื้อคลุมสีขาวเป็นสีแดง ชายหนุ่มพยายามไม่สนใจความเจ็บปวด ยันตัวเพื่อจะลุกขึ้นยืน แต่ก็ต้องร้องออกมา ร่างกายของเขายังไม่ฟื้นตัวดี แม้บาดแผลภายนอกที่ได้มาจากเหตุการณ์วุ่นวายจะหายแต่ร่างกายก็ยังล้า พลังในการฟื้นตัวก็ยังต่ำจนน่าใจหาย
"เท่านี้ก็เข่าอ่อนแล้วหรือ" ร่างทะมึนของเจ้าปีศาจยืนค้ำยมทูตหนุ่ม เงาดำของมันทาบทับร่างบางบนพื้นหญ้าดูน่าประหวั่นพรั่นพรึงนัก
เบียคุยะไม่ยอมแพ้ ซัดวิถีมารที่63 ไรโคโฮ เข้าใส่ร่างยักษ์ แต่การโจมตีก็ไร้ผล รอบๆตัวของเจ้าฮอลโลว์มีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นดูดซับสายฟ้าสีขาวจนหมด
"ตายจริง ข้าลืมบอกไปเหรอเนี่ยว่าวิถึมารน่ะทำอะไรข้าไม่ได้" เจ้าหน้ากากละครโนะจีบปากจีบคอพูดพลางหัวเราะชอบใจ "เป็นอาหารของข้าซะเถอะ เจ้าหนุ่มหน้าสวย"
ว่าแล้วมันก็ง้างกรงเล็บหมายจะปลิดชีวิตยมทูตตรงหน้าให้ตายคามือ
"ก็ลองเจ้าใช้มือเหี่ยวๆแตะต้องหัวหน้าของข้าดูสิ!!" เสียงที่สามดังขึ้นขัดจังหวะ
"เร็นจิ...."
อาบาราิอิ เร็นจิในสภาพบังไคยืนยิ้มเหี้ยม ด้านหลังของชายหนุ่มผมแดงคือร่างที่กำลังสลายไปของฮอลโลว์ลูกกระจ๊อกทั้งสาม
"ขออภัยที่มาช้าขอรับท่านหัวหน้า"
"แก..ตาย!"
***********************************
To be continued