2008/Aug/08

:: ADVERTISEMENT ::

ไหนๆก็ทำหน้าที่เป็นบ.ก.ให้ วันนี้ขอช่วยเค้าโฆษณาหน่อยนะคะ

ความเห็นข้าพเจ้าต่อโดเล่มนี้:
หากคุณเป็นแฟนรีบอร์น และกำลังมองหาโดXSละเมียดละไมสักเล่ม
เราขอแนะนำค่ะ


Lucid Dream I

Pairing : XS [and extra >> Prince’s Story]

Rate : PG-15

Author : aki & lucifer

Illust. : Lemoned Shake & Rurico

Size : A5 กระดาษถนอมสายตา

จำนวนหน้า : 200 หน้า

ราคา : 220 บาท

 

 

Preview >>

เรื่องราวทุกเรื่องราวย่อมดำเนินมาจากจุดเริ่มต้น

ความเคียดแค้นชิงชังที่เปรียบดังเปลวเพลิงโหมกระหน่ำพร้อมทำลายทุกสิ่ง

 

ความปรารถนาที่ต้องการตามหาชิ้นส่วนที่ขาดหาย

สองสิ่งที่แตกต่างหากก้าวเดินร่วมสู่เส้นทางเดียว

 

หากหนึ่งคือ ผู้หวังครอบครองบัลลังก์

อีกหนึ่ง คือ ผู้คอยเตรียมเส้นทางนั้นไว้ให้

 

จงรัก และ ภักดี

คำสองคำที่บางคราวก็ใกล้เคียงกันอย่างไม่น่าเชื่อ

 

กาลเวลาผันผ่าน

เปลี่ยนแปลงได้แม้ความสัมพันธ์

 

หากบอกว่าสิ่งที่เกิดเป็นความฝัน

บางสิ่ง...ก็ยังชัดเจนเกินไป

 

และหากอ้างว่านั่นคือความจริง

บางสิ่ง...ก็ยังคงเลือนราง

 

…Lucid Dream…


>> On Sale <<

4 Oct. 2008 @ CP#12

&

12 Oct. 2008 @ Reborn Only Event

:: hiber | nation circle ::

รายละเอียดแบบเต็มๆ(พร้อมตัวอย่างภาพประกอบ)+การสั่งจอง
http://aki657.exteen.com/20080806/xs-fiction-lucid-dream

*****************************

ทั้งAki และLucifer เป็นนักเขียนฟิคที่เราบอกได้เต็มปากว่าชื่นชอบผลงานค่ะ

หากคุณอยากได้ฟิคอุ่นๆของXSสักเรื่อง ก็อยากจะแนะนำเล่มนี้ให้อ่านค่ะ

ที่มาแนะนำนี่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับยอดขาย แต่คนเขียนบอกว่าจะเลี้ยงข้าว

เพราะงั้น...นอกจากจะได้อิ่มอุ่นกับบอส-ฉลาม ยังจะได้ร่วมทำบุญเลี้ยงหอยทอด
แมวเฮดโฟนด้วยค่ะ (ฮา)

 

2008/Aug/06

Half way to the moon

By: Asana Fay K.
Fandom: Katekyo Hitman Reborn!
Pairing: Dr.59
Rate: PG

***************************

ดอกเตอร์กับโกคุเดระคุงเนี่ย ดูสนิทกันจังเลยนะคะ


คำพูดของหนึ่งในเด็กสาวที่ไม่ถือสาหาความกับความชีกอที่ออกนอกหน้า กล้าคบหาหมอเถื่อน
ประจำห้องพยาบาลเป็นเพื่อนคนนั้น มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง


หา?

ปฏิกิริยาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เป็นไปอย่างอัตโนมัติ
ชามาลแทบจะทิ้งขวดแอลกอฮอล์สำหรับล้างแผลในมือร่วงไปแล้ว
ดีว่ายังพอมีสติคว้าเอาไว้ได้กลางอากาศเสียก่อน


ฉันเนี่ยนะ?? บอกไว้ก่อนนา อย่างงั้นน่ะไม่ใช่สเป็คฉันหรอก

งั้นหรือคะ?


เธอผู้เป็นหัวหน้าชมรมดนตรีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสดงอาการแปลกใจ


...แต่ถึงอย่างนั้น ก็ดูสนิทกันออกนะคะ?


หนุ่มใหญ่เลือกที่จะไม่ตอบ เพียงแค่ยิ้มให้ ก่อนเอี้ยวตัวไปที่ตู้เก็บยา แล้ววางยาฆ่าเชื้อ
ขวดที่เพิ่งใช้ปฐมพยาบาลสาวน้อยตรงหน้าให้กลับเข้าที่ ปล่อยให้ผู้ที่ถามคำถาม
นึกหาคำตอบเอาเองจากรอยยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้นั้น...


สาวน้อยก้มหน้าลงมองผ้าก็อซสีขาวที่แปะอยู่เหนือเข่าของตนที่เพิ่งได้แผลหกล้มมาหยกๆ
พลางกัดเม้มริมฝีปาก...เหมือนกับกำลังชั่งใจ...ว่าจะพูดสิ่งที่อยู่ในห้วงคำนึงออกไปดีหรือไม่...

เอ่อ...ดอกเตอร์คะ....

แล้วหลังจากรวบรวมความกล้า...เธอก็เอ่ยขึ้น...ทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากหัวเข่าของตน....

...โกคุเดระคุง....

หืม?


...ต้องทำยังไง...ถึงจะชนะใจโกคุเดระคุงได้หรือคะ....


คำพูดถูกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเก้อเขิน พร้อมกับที่พวงแก้มขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อๆราวกับ
ลูกพีช...ความน่ารักของเด็กสาววัยแรกรุ่นที่กำลังมีความรัก เป็นองค์ประกอบอย่างแรก
ที่ทำให้หมอหนุ่มใหญ่ถึงกับอ้ำอึ้งไป....

....ส่วนองค์ประกอบที่สอง.....

ต้องทำยังไงงั้นเหรอ....

นั่นสิ...แล้วมันยังไงกันล่ะ......?


หมอเถื่อนที่กำลังจนมุมกับคำถามที่ประสบการการหลีสาวอันยาวนาน ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย

อ้าปากเหมือนจะพูด แต่ก็ปิดปากลงเหมือนกับเปลี่ยนใจกลางคัน ก่อนจะทำท่าพูดอะไรอีก
สลับกันอยู่อย่างนี้สองสามครั้ง...จนเมื่ออับจนหนทางเข้าแล้วจริงๆ...เธอผู้เป็นคนถาม
ก็เป็นฝ่ายหาทางออกให้โดยบอกว่า

ขอโทษค่ะ!...ไม่ควรจะถามอะไรแปลกๆแบบนั้นออกไปจริงๆนั่นแหละ...ขอโทษนะคะ!...

เธอยิ่งก้มหน้างุด ก่อนจะลุกพรวดขึ้น พวงแก้มกลายเป็นสีชมพูเข้มยิ่งกว่าเก่า...

ขอบคุณที่ช่วยทำแผลให้นะคะ

และหลังจากก้มหัวให้เสียจนตัวต่ำ เด็กสาวก็วิ่งหายออกจากห้องพยาบาลไป.....
ส่วนหนุ่มใหญ่ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง...ก็ได้แต่มองตาม ก่อนจะถอนหายใจออกมา....



ถอนหายใจแบบนี้เดี๋ยวก็แก่เร็วขึ้นไปกว่านี้หรอก

เสียงบอกบุญไม่รับที่ดังขึ้นอย่างไม่ให้สุ้มเสียง...ทำให้คนที่นั่งอยู่ถึงกับสะดุ้ง


ฮายาโตะ?

และท่าทางแบบนั้น ก็ไม่เข้าตาเด็กหนุ่มสักนิด


ตกใจอะไรของนาย? ...อ้อ...หรือว่ามาขัดจังหวะ?

ดวงตาสีมรกตฉายแววขุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์เมื่อนึกถึงภาพเด็กสาวที่วิ่งสวนออกไปเมื่อครู่...
แม้จะไม่ได้ยินบทสนทนาของคนทั้งคู่ แต่พวงแก้มแดงระเรื่อของเจ้าหล่อนก็ชวนให้หงุดหงิด
อย่างบอกไม่ถูก...


ไม่ใช่อะไรอย่างนั้นหรอกน่า...
ชามาลปฎิเสธพลางมองเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินตรงหน้า...


หน้าตามุ่ยๆกับท่าทางที่เหมือนแมวที่ตัวพองเพราะความอารมณ์เสีย ทำให้หมอหนุ่มอดยื่นมือ
ไปลูบหัวสีเงินนั้นเบาๆไม่ได้....และก็ดูเหมือนว่าเขาจะโชคดีอีกฝ่ายจะไม่โกรธอะไรรุนแรง
เพราะไม่เช่นนั้น คนตรงหน้าคงสะบัด เบี่ยงตัวไม่ยอมให้ลูบดีๆแบบนี้แน่...


...เหมือนแมวไม่มีผิด....


กลับได้หรือยัง?

เสียงที่ยังแฝงความขุ่นเคืองถามขึ้นอย่างห้วนๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำออกไปก่อน
ชามาลพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม....


...ก็เพราะแบบนี้แหละ....ถึงได้ออกอาการน้ำท่วมปากแบบเมื่อครู่....



...เด็กสาวผมยาวที่เพิ่งวิ่งหายไป...นอกจากจะเป็นที่รู้จัก เนื่องจากรับหน้าที่หัวหน้าชมรมดนตรีแล้ว...
ยังขึ้นชื่อเรื่องความเรียบร้อยและอ่อนหวานน่ารักจนเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆกว่าค่อนโรงเรียน...
ความรู้สึก....ที่คล้ายกับใครบางคนที่เขาเคยรู้จักในอดีตเหลือเกิน....

คล้าย....จนไม่กล้าบอก...ว่า
ถ้าเป็นเธอล่ะก็ คงไม่ต้องห่วงอะไรหรอก.....


และก็คงไ่ม่มีทาง...ที่เขาจะสามารถพูดต่อไปได้ว่า


ก็เธอคล้ายกับแม่ของเจ้านั่นมากเลยนี่นา.......


....แปลกดีใช่ไหมล่ะ?....ทั้งที่เขาไม่มีสิทธิ์จะหวง...หรือทำอะไรแบบนั้นแท้ๆ.....




แล้วตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะ....

คำถามที่โพล่งขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้หนุ่มใหญ่ที่กำลังล้างจานหลังอาหารค่ำได้จบลง
หันมามองเด็กหนุ่มที่นั่งหันหลังให้อยู่ที่โซฟา...


หมายถึง?

....เด็กผู้หญิงคนนั้น....


เจ้าของเรือนผมสีเงินที่ถือแก้วกาแฟหอมกรุ่นเอาไว้ในมือ ถามเหมือนไม่ใส่ใจ...
หากว่าถ้าไม่ใส่ใจจริงๆ...มีหรือที่จะหยิบยกขึ้้นมาถามเอาตอนนี้...?


นี่ยังติดใจอยู่อีกเหรอ?

คำตอบนั้นมาพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะ จนคนถามหน้าตึงขึ้นมาทันที


น่าขำตรงไหน?

เปล๊า... ร่างสูงเช็ดมือด้วยผ้าขนหนู ก่อนจะโยนมันไว้แถวๆนั้นแล้วเดินมาหา


แค่ไม่คิดว่าจะเก็บมาคิดมาก

รอยยิ้มน่าหมั่นไส้ที่มาพร้อมการขยิบตา ทำให้ร่างที่อยู่บนโซฟานึกอยากซัดไดนาไมท์
ใส่คนตรงหน้าสักชุดเสียจริงๆ...


อยากรู้เหรอว่าคุยอะไรกัน?

ไม่อยาก
!”

คำตอบห้วนๆที่สวนกลับมาทันควันเรียกรอยยิ้มจางๆให้ปรากฏขึ้นบนหน้า
คนสูงวัยกว่าอีกครั้ง...



....เธอถามว่า ต้องทำยังไงถึงจะชนะใจโกคุเดระคุงได้....

หา???


คำพูดที่ไม่คาดคิดทำให้คนที่เพิ่งบอกว่าไม่อยากรู้อยู่หยกๆ หันกลับมาทันที


คำถามบ้าอะไรกันน่ะ!”

นั่นสิ ถามอะไรก็ไม่รู้เนอะ...


ดวงตาสีเข้มหันไปสบดวงตาสีเขียวเช่นเดียวกับสีของใบไม้แว่บหนึ่ง...
แล้วก็ยิ้มออกมาเหมือนไม่มีอะไร...


...ขนาดฉันเอง...ยังไม่รู้ว่าจะตอบว่ายังไงเลย...



...เพราะไม่รู้...ว่าความสัมพันธ์ครึ่งๆกลางๆระหว่างเรา มันควรจะเรียกว่าอะไร....

....ลุ่มๆดอนๆ....เหมือนกับการเดินทางที่ไม่รู้จะพาไปสิ้นสุด ณ ที่ไหน....


.......
ร่างบนโซฟานิ่งอึ้งไป...ดวงตาคู่นั้นยังคงมองตาม เมื่อเขาทิ้งตัวลงบนที่ว่างข้างๆ


..........ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย......
และหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง...เด็กน้อยก็เอ่ยออกมาเช่นนั้น...


ไม่ใช่?
หนุ่มใหญ่ทวนคำ...


ไม่ใช่ก็ไม่ใช่นั่นแหละน่า!!”

เสียงแหวที่โวยวายขึ้น บ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่คิดจะอธิบายอะไรมากไปกว่านั้นแล้ว
โกคุเดระหันไปอีกทาง ไม่ยอมมองหน้าอีกฝ่าย...


....แต่ถึงจะทำแบบนั้น...จากตรงนี้...ชามาลก็ยังเห็นแก้มสีแดงระเรื่อของอีกฝ่าย
ได้อยู่ดีนั่นแหละ......


รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของหมอหนุ่ม เช่นเดียวกับที่ดวงตาสีเข้มอ่อนลง
พร้อมกับลมหายใจที่ถูกผ่อนออกมาเป็นช่วงยาว....

หากว่าคราวนี้...ไม่มีริ้วรอยของความกังวลบนใบหน้านั้นแล้ว....



ความสัมพันธ์ครึ่งๆกลางๆ ที่ไม่รู้ว่ามันจะนำพวกเขาไปถึงไหน....

รู้แต่ว่า...ถึงตอนนี้  ทุกอย่างคงไม่เป็นเหมือนเดิม...
ไม่ใช่ในแบบที่มันเริ่มต้นขึ้น....และพวกเขาก็มาไกลเกินกว่า
จะถอยหลังกลับไปหาจุดเริ่มต้นได้แล้ว....

หนทางข้างหน้า...ช่างดูห่างไกลราวกับไม่มีที่สิ้นสุด....
ราวกับการเดินทางไปยังดวงจันทร์ด้วยการเดินเท้า.....


แต่ถึงอย่างนั้น.....


หากทุกก้าวที่ย่างเท้าเดินไปยังจุดหมายที่เห็นอยู่รางเลือน
ไม่ใช่การเดินทางไปเพียงลำพัง....แต่มีคนที่พร้อมจะเดินไปด้วยกันแล้วล่ะก็....




 
ฮายาโตะ...ฉันล้อเล่น


 
ไปตายเลยไป

อ้อมกอดถูกมอบให้โดยไม่สนใจคำประท้วง...และมันก็ได้รับการตอบรับ
แม้เสียงแข็งๆนั้นจะฟังดูไม่เข้าหูเอาเสียเลยก็ตาม...




แน่นอน...ว่ามันคงเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยบทสนทนาที่หาสาระไม่ได้
เต็มไปด้วยคำบ่น เสียงหัวเราะ และการทะเลาะด้วยเรื่องโง่ๆ...


แต่ถึงอย่างนั้น....ฮายาโตะ...นายเห็นพระจันทร์ดวงนั้นหรือเปล่า...?


ตอนนี้...ฉันรู้สึกว่ามันอยู่ใกล้ขึ้นมาอีกนิดแล้วนะ...?


***************************

Half way to the moon : Fin

2008/Aug/04

ต่อให้ปาดน้ำตา....หัวใจของฉันก็ไม่หยุดร้องไห้

เพราะมือข้างนั้นไม่ใช่มือของเธอ....

ต่อให้ถูกโอบกอดเอาไว้ด้วยสายลม...

มันก็เพียงแค่พัดผ่านจากฉันไป


ใต้ฟ้าผืนใหญ่ผืนเดียวกัน...เธออยู่ตรงนั้น...ฉันอยู่ที่นี่


เครื่องบินลำนั้น มิได้พาฉันกลับไปหาเธอ...

สิ่งที่ทำได้....ก็เพียงนั่งมองปลายฟ้า...

หวังลมๆแ้ล้งๆว่าโทรศัพท์ที่ไร้สัญญาณในมือจะดังขึ้น และมืเธอรออยู่ที่ปลายสาย...

 

ถ้าข้อความนี้ส่งผ่านความรู้สึกของฉันไปได้

เธอจะรู้สึกถึงมันไหม...?

 

ได้ยินหรือเปล่า...คำพูดกว่าล้านคำที่ฉันพร่ำบอกเธออยู่ในใจ....

สิ่งที่สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นได้แค่เพียงคำพูดที่อัดแน่นอยู่ในอก...

ต่อให้พยายามกลั่นมันออกมา...ก็ไม่สามารถพูดได้มากกว่าคำว่า 'คิดถึง'

 

ฉันคิดถึงเธอ......

ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน......



Asana Fay
View full profile