2009/Jul/03

สปอยล์บลีชตอนใหม่...ทำร้ายจิตใจ(ว้อย)ค่ะ TT_____TT

วันนี้ยิ่งอารมณ์ไม่ปรกติอยู่ ยิ่งมาเจอแบบนี้ยิ่งหดหู่หนักเข้าไปอีก

 

รู้สึกอยากเข้าโหมดกอดเข่าอยู่มุมห้อง แล้วโยกตัว หงึก..หงัก..หงึก..หงัก

บรรยากาศลูกไฟวิญญาณลอยละล่อง...

 

อ่ะฮึก....

 

 

 

2009/Jun/30

National Secret (Part3 -End-)

By Asana Fay Kakuba

pairing: AU0106

 

Part 3/3

 

*****************************

ว้าย!”

เสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้นอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆร่างในอาภรณ์สีขาวก็เลี้ยวผ่านมุมกำแพงเข้ามาชนกับเจ้าหล่อนอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง

ข้าขอโทษ....อ๊ะ....ท่านนัดดาวดี...อารุจ....

อ้าว ท่านปราบ

ท่านปราบเองหรือเจ้าคะ ข้าตกใจหมด มีธุระอันใด ไยรีบร้อนเช่นนี้เจ้าคะ? ตายจริง! เสื้อท่านปราบเลอะหมดแล้ว

หัวหน้านางกำนัลที่เดินมาพร้อมกับนักเรียนทหารหนุ่มน้อย ร้องออกมาอย่างตกใจอีกครั้ง เมื่อชาที่นางถือมาด้วย หกรดอาภรณ์ขาวของอีกฝ่ายจนเปื้อนเป็นดวง

พวกเจ้ายกพระกระยาหารว่างไปให้องค์มหาราชาทั้งสองก่อนก็แล้วกัน ข้าจะจัดการเรื่องเสื้อท่านองครักษ์เอง

นางหันไปร้องสั่งนางกำนัลที่เดินตามมา ก่อนจะนำตัวปุณยนันท์ไปยังห้องสำหรับเตรียมสำรับที่อยู่ไม่ไกล พร้อมกับอารุจ

 

ไยองครักษ์หนุ่มจึงรีบร้อนเช่นนี้? คงต้องย้อนเหตุการณ์ไปก่อนหน้านี้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน....

*****************************

 

เจ้าคงเคยได้ยิน ว่าข้ารู้จักกับเคนได้ยังไง?

คิโยโนบุ ราชันย์แห่งราชอาณาจักรข้างเคียงพูดอย่างเรียบเรื่อย ขณะที่ยกชาขึ้นมาจิบ

ขอรับ...ท่านคิโยโนบุแฝงตัวเป็นสามัญชนออกท่องเที่ยว...จนมาพบกับท่านเคนโดยบังเอิญ...

ชายหนุ่มสูงวัยกว่าพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

ตอนนั้น...ข้าก็เคยดื่มชาแบบนี้เหมือนกัน

งั้นหรือขอรับ....

ดวงตาใสของปุณยนันท์ จับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของเขานัก แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะเงียบและฟังต่อ เพราะรู้ดีว่าชาวตะวันออกมักสื่อสิ่งที่ตนต้องการบอกแฝงไว้ในบทสนทนาที่อาจฟังดูไม่เกี่ยวกันเลย...

แต่ว่าตอนนั้นเป็นเวลาดึกแล้ว เราทั้งคู่ต่างนอนไม่หลับ สุดท้ายก็เลยมานั่งจิบชาชมจันทร์กัน

ขอรับ...

ตอนนั้น...จำได้ว่าเคนแหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้า แล้วก็เปรยขึ้นมาว่า ดียิ่งนักที่คืนนี้มิใช่คืนเดือนมืด หากเป็นเดือนเพ็ญ

เอ๋...?

อย่าบอกเขาล่ะว่าข้าบอก...แต่เห็นเจ้าตัวบอกว่าสบายใจนัก ยามได้เห็นสีขาวนวลของดวงจันทร์....

ราชนิกูลแห่งดินแดนข้างเคียงเว้นวรรคนิดหนึ่ง เพื่อมองคนตรงหน้าแล้วยิ้มให้...

ข้าชักจะลืมแล้ว....เจ้าเคยบอกว่าชื่อเจ้าแปลว่าอะไรนะ? ปราบ?

ดวงตาที่คมราวกับจะมองทะลุทุกสิ่ง....กำลังยิ้ม....


และปุณยนันท์ ศศบดี....ก็กำลังรู้สึกเหมือนใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าว....ราวกับจะไหม้....

 

เมื่อแรกเจอ...มหาราชาอนิวรรต...เจ้าชีวิตของเขา...ก็เคยถามคำถามเดียวกันนี้....

นามสกุลเจ้าแปลกดี แปลว่าอะไรงั้นหรือ?

สุรเสียงนั้น...ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ดังให้ได้ยินราวกับลอยมาจากที่ไกลแสนไกล....

และเขาก็ยังจำคำตอบของตัวเองต่อคำถามนั้นได้เช่นกัน....

แปลว่าพระจันทร์ขอรับ....

 

องค์มหาราชาเสด็จ!!”

เสียงประกาศก้องของทวารบาล ทำให้ความคิดของปุณยนันท์หวนกลับมายังปัจจุบัน...

ชายหนุ่มรีบผุดลุกขึ้นยืน และทำความเคารพราชาของเขาทั้งที่ยังก้มหน้า เพื่อหลบซ่อนใบหน้าแดงก่ำ แต่ดูเหมือนนั่นก็ยังไม่พ้นสายตาคมของอีกฝ่าย....

ปราบ? เป็นอะไรไป ทำไมหน้าแดงแบบนั้น?

ป...เปล่า ไม่มีอะไรหรอกพะย่ะค่ะ....

ท่านพี่ทำอะไรกับคนของข้า?

หืม? ข้าเปล่านะ? ข้าก็แค่นั่งจิบชาเฉยๆ ไหน? ปราบเป็นอะไรไป?

ไม่มีอะไรจริงๆพะย่ะค่ะ...ข้า.......เดี๋ยวข้าไปยกพระกระยาหารว่างมาให้ทั้งสองพระองค์ดีกว่า

มหาราชาอนิวรรตมองขัตติราชรุ่นพี่ สลับกับองครักษ์ของตนที่เดินจ้ำอ้าวออกไปอย่างผิดสังเกตที่สุด หากก็ไม่อาจรั้งตัวไว้ด้วยเสียงอันดังได้ เพราะถึงที่นี่จะเป็นเขตพระราชฐาน แต่ก็ยังเป็นส่วนตัวน้อยกว่าห้องทรงงานหรือพื้นที่ฝ่ายใน

***************************

และนั่นก็คือเหตุที่นำตัวปุณยนันท์ มาอยู่ในห้องสำหรับเตรียมพระกระยาหารว่างอยู่ ณ ขณะนี้...

เสื้อขาวๆแบบนี้ลำบากแย่เลย....

นัดดาวดีเปรยออกมาอย่างอ่อนใจ ขณะที่อารุจหัวเราะออกมาเบาๆ

วันก่อนข้าก็เพิ่งพูดอย่างที่ท่านนัดพูดเปี๊ยบเลยขอรับ  อารุจหันมาจะขอความเห็นจากองครักษ์หลวง

แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าปุณยนันท์ ทำหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างที่สุด...

ท่านปราบ เป็นอะไรไปขอรับ?

.....อารุจ...เรื่องสีเสื้อของข้า...เจ้าห้ามไปพูดให้ใครฟังนะ...ท่านนัดดาวดีด้วย

อ...เอ๋?? ทำไมล่ะขอรับ?

คำถามที่อารุจถามอย่างซื่อๆ ทำให้ปราบหันขวับ...

เพราะถ้าข้าบอกเจ้า ข้าก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องปิดปากเจ้าน่ะสิ
(ปิดปากเจ้า - จะให้ข้าขอร้อง,ข่มขู่, หรือติดสินบนข้าก็จะทำ)

ห๊าา!!..ท...ท่านปราบ...มันร้ายแรงอย่างนั้นเลยหรือขอรับ...
(ปิดปากข้า - ข้าก็โดนฆ่าปิดปากน่ะสิ!)

ใช่ ร้ายแรงมาก  เจ้าห้ามไปเปรยเรื่องนี้กับใคร เข้าใจไหม!”
(ใช่ ร้ายแรงมาก - ข้าไม่อยากติดสินบนหรือข่มขู่ใคร)

ข....ขอรับ....
(ใช่ ร้ายแรงมาก - ท่านปราบจะฆ่าข้าเลยเหรอ..)


...ถึงขนาดฆ่าแกงเพื่อปิดความลับเลยหรือนี่....

นัดดาวดีแอบพึมพำออกมาเบาๆ หลังปุณยนันท์ได้เดินออกไปจากที่นั่นแล้ว....
โดยไม่รู้เลยสักนิด....กว่ากำลังพูดคนละเรื่องเดียวกันอยู่.......

 

"เรื่องอะไรกันนะ ถึงได้ร้ายแรงขนาดให้แพร่งพรายออกไปไม่ได้...."

"อ๋อ....ข้ารู้แล้วล่ะขอรับ ท่านนัด! เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ ไม่ผิดแน่ครับ"

 

อารุจ ยุวทหารหนุ่มร้องออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม

 

เรื่องที่ท่านปราบต้องการปิด มันต้องเป็นความลับระดับชาติแน่ๆเลย!"


 

*************************

 

 Fin.

2009/Jun/29

National Secret

by Asana Fay Kakuba

Pairing: 0106

 

Part 2/3

--Part1--

*************************

 

กลับมาแล้วหรือ? ท่านองครักษ์?

ร่างสูงหลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่เอ่ยทักพลางประทับตราลงบนเอกสารแผ่นสุดท้าย ก่อนหันมาส่งยิ้มจางให้ผู้ที่เดินเข้ามา

แหม...ตัวจริงกลับมาแล้วแบบนี้ ก็ได้เวลาที่ตัวสำรองอย่างข้าต้องจรลีแล้วสินะครับ

ท่านดารันตร์พูดอะไรน่ะครับ!”

อาลักษณ์หนุ่มหัวเราะชอบใจกับท่าทางที่ดารันตร์เหมาเอาเองว่า กินปูนร้อนท้อง และนั่นก็ทำให้ปุณยนันท์ต้องโวยวายขึ้นมาอีกคำรบ

เอาล่ะๆ ข้าไม่แหย่แ้ล้วก็ได้ แกล้งมากๆเดี๋ยวท่านมหาราชาจะทรงรำคาญ เปลี่ยนใจไม่ทรงอนุมัติงบประมาณขยายหอสมุดเสียก่อน

ว่าแล้วดารันตร์ก็ขอตัวลากลับไปพร้อมกับหนังสืออนุมัติขององค์มหาราชา แต่ก็ยังไม่วายโผล่หน้ามาทิ้งระเบิดก่อนตัวเองจะจากไป

ว่าแต่ ตอนข้าอยู่ด้วยน่ะ จะทรงเรียกท่านปุณยนันท์อย่างที่เรียกเวลาอยู่กันสองต่อสอง ข้าพระองค์ก็ไม่ว่ากระไรหรอกนะพะย่ะค่ะ

ท่านดารันตร์!!”


ว่าแล้วอาลักษณ์หลวงก็รีบผลุบหัวหายไปเป็นการประกันความปลอดภัยของตนจากองครักษ์หนุ่ม ทิ้งให้ปุณยนันท์ทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่เบื้องหลัง....โดยที่มีเสียงหัวเราะหึๆ เล็ดลอดมาจากองค์เหนือหัว ที่กลั้นทัวเราะแทบตายอยู่ ณ พระที่นั่ง...

...ให้ตายเหอะ นี่มันเหนื่อยซะยิ่งกว่าการยกพลไปปราบปรามพวกคนเถื่อนเสียอีก...

ปุณยนันท์พยายามสะกดอารมณ์ระอุของตนอย่างเต็มที่ หากว่ามันก็คงไม่ได้ผล เพราะสายตาสุกใสขององค์ราชาที่มองมา สะท้อนแววสนุกสนานยิ่งนัก

ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว

ก็เพราะใครกันล่ะครับ...

นั่นสินะ ท่านดารันตร์เนี่ย พูดอะไรก็ไม่รู้

ข้าไม่ได้หมายถึงท่านดารันตร์หรอกนะครับ

หืม? งั้นใครกัน? หรือว่าวันนี้ไปโดนท่านคมเดชรังแกอะไรมาล่ะ?

ปุณยนันท์ได้แต่จ้องจอมกษัตริย์ที่ทำท่าลอยหน้าลอยตาได้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด เวลาปรกติก็เป็นกษัตริย์ที่่เปี่ยมด้วยทศพิศราชธรรมดีอยู่หรอก แต่ไหงเวลาไม่ปรกติถึงได้ช่างแกล้งจนเขานึกอยากกลั้นใจตายนัก?

...ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเริ่มจะเชื่อเข้าไปทุกที ว่าที่กำหนดให้สีเครื่องแบบเป็นสีขาวแบบนี้ ก็คงแค่อยากจะเห็นว่าเมื่อสิ้นสุดวัน สีขาวๆนี่จะแปรเปลี่ยนเป็นสีอะไร หรือเหตุผลเอาแต่ใจอะไรเทือกนั้นเสียมากกว่าจะมีเหตุผลอะไรจริงๆจังๆ...


เป็นอะไรไปครับ?

อาจเพราะอาการนิ่งเงียบของปุณยนันท์ นานกว่าปรกติ ทำให้อนิวรรต วสุธาธาร เอ่ยถามขึ้น...

 

เปล่านี่ครับ

 

โกรธหรือครับ?

 

ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ

ปุณยนันท์ก้มหน้าหลบตา...อันที่จริงนั่นก็เป็นเพราะเขาไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้เท่าไหร่ว่ากำลังนินทาผู้เป็นมหาราชาอยู่ในใจ....หากว่าอาการนั้นคงทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด เพราะคำถามถัดมาของอนิวรรต ฟังดูร้อนรนและคาดคั้นอย่างประหลาด

 

ไม่ใช่แล้วอะไรล่ะครับ?

 

ปุณยนันท์ถึงกับชะงัก และเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายเหนือหัว ดวงตาสีเข้มสะท้อนแววกังวล อย่างที่เขาไม่เคยเห็น....

 

ก็แค่...ข้าเกิดสงสัยเท่านั้นเอง...ว่าเหตุผลที่ท่านเคนกำหนดให้สีเครื่องแบบราชองครักษ์เป็นสีขาวคืออะไร.....

 

ดวงตาที่จับจ้องมาที่เขาฉายแววประหลาดใจ ดูเหมือนอนิวรรตจะอึ้งไปกับคำถามนี้...

 

มีเหตุผลอะไรพิเศษงั้นหรือครับ?

 

ดวงตาสีนิลของผู้ใต้บังคับบัญชามองอย่างมุ่งมั่นเพื่อฟังคำตอบ....หากว่า.....

 

ไม่บอกครับ

 

เสียงที่พูดออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำ ทำให้ผู้ที่รอฟังคำตอบถึงกับขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

อะไรกันครับ ถ้ามีเหตุผลก็น่าจะบอกให้ข้าที่เป็นคนใส่ทราบบ้างสิครับ....

 

บอกไม่ได้ครับ

 

....คงไม่ใช่เหตุผลเอาแต่ใจอะไรหรอกนะครับ...

 

ปราบแสร้งพูด...หากคำที่ควรเป็นเพียงคำหยอก กลับทำให้องค์มหาราชามีสีหน้าจริงจัง...

 

ข้าอาจจะบอกไม่ได้...แต่ข้ารับรอง ว่าเหตุผลนั้นไม่ใช่อะไรไร้สาระอย่างแน่นอน พูดแบบนี้ปราบจะเชื่อข้าไหม?

 

ปุณยนันท์หลบสายตาวูบเมื่อดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่เขา...ความหนักแน่นที่ถ่ายทอดออกมาให้รับรู้ ทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าซักอะไรอีก...

 

...คำพูดของท่านเคน ข้าย่อมเชื่ออยู่แล้วล่ครับ...

 

แม้ไม่รู้ว่าเหตุผลนั้นคืออะไร แต่ด้วยสีหน้าเช่นนั้นของผู้เป็นเจ้าชีวิต ก็ทำให้ปุณยนันท์ไม่สามารถเอ่ยคำถามที่ยังคาใจออกไปได้....






 

จนกระทั่ง......

 

หืม....เคนเขาว่าอย่างนั้นหรือ..?


สีหน้ายิ้มละไมของเจ้าผู้ครองอาณาจักรตะวันออกคลี่ออก เมื่อองค์รักษ์แห่งดินแดนผู้เป็นเจ้าบ้าน รินชาหอมกรุ่นส่งให้อาคันตุกะจากแดนไกลผู้นี้...

 

ขอรับ...พอเห็นท่านเคนทำหน้าตาจริงจังเช่นนั้น...ข้าก็เลย....

 

ไม่กล้าซักไซ้?

 

ขอรับ....

 

ดวงตาคมของกษัตริย์แห่งบูรพทิศเหลือบมององครักษ์ประจำตัวชายหนุ่ม ที่สำหรับเขาแล้ว ไม่ต่างกับน้องชายอีกคนของตน แล้วก็ยิ้ม.....ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่....

 

*************************

To be continued



Asana Fay
View full profile